พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ Director of Sale Four Seasons Hotel อดีตเด็กเกเร สู่ผู้บริหารโฟร์ซีซั่นส์


 

พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์Director of Sale Four Seasons Hotel 

อดีตเด็กเกเร  สู่ผู้บริหารโฟร์ซีซั่นส์  

 

 แรงกดดันที่สำคัญทำให้ตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาโท ไม่ใช่แค่ใบปริญญา แต่ต้องการให้ญาติรู้ว่าเราทำได้ และในที่สุด ผมก็ทำสำเร็จ”           

ใครจะคิดว่าเด็กเกเรคนหนึ่ง ไม่สนใจการเรียน ชอบทำตัวเป็นหัวโจก บ้ากิจกรรมอย่าง พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ Director of Sale Four Seasons Hotel จะก้าวขึ้นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ในโรงแรม 5 ดาว ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล อย่างโรงแรม โฟร์ซีซั่นส์ ทั้งที่ผลการเรียนในวัยเด็กของคุณพิพัฒน์ จัดได้ว่าแย่ เรียนไม่ดี ผลการเรียนที่ออกมาจะไม่เคยได้เห็น เลข 2 หรือเกรดเฉลี่ย 2 เลยแม้แต่ครั้งเดียว จนทุกครั้งที่ผลการเรียนออกจะต้องหลบหน้าพ่อแม่ เพราะอายเพื่อนบ้านที่มีมีลูกเรียนดีที่สำคัญจะต้องถูกพ่อแม่ต่อว่าอย่างแน่นอน

            คุณพิพัฒน์ฉายภาพวัยเด็กให้ AC NEWS  ฟังว่า ด้วยความที่เป็นครอบครัวคนจีน ฐานะทางบ้านค่อนข้างดี ทำธุรกิจการ์เม้นท์ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ส่งเข้าเรียนที่ โรงเรียนอัสสัมชัญ เพราะคิดว่านอกจากจะได้ความรู้และยังได้ภาษาอังกฤษด้วย เพราะในอนาคตจะได้มาช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัว ซึ่ง เกี่ยวข้องกับการส่งออกโดยตรง

แต่ด้วยความที่เป็นเด็กกิจกรรม รักเพื่อนฝูงไปไหนไปกัน จัดว่าเกเรทีเดียวไม่สนใจเรียน ทำให้ผลการเรียนเฉลี่ยทุกเทอมได้แค่เกรด 1 กว่าๆ หรือไม่ถึง 1 และจำได้ว่าเกรดต่ำสุดก็คือ 0.8 และสูงสุดคือ 1.9 และที่ร้ายกว่านั้นคือสอบ ม. 4 ไม่ผ่าน จึงต้องไปคุยกับอาจารย์เพื่อขอผ่าน ซึ่งอาจารย์ก็เห็นใจให้สอบผ่านและมุ่งมั่นเรียนต่อจนจบ ม.6

ขณะนั้นคุณพ่อคุณแม่มองว่าถ้าไม่จัดการอะไรสักอย่างลูกชายต้องเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยแน่นอน จึงตัดสินใจที่จะส่งไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย  แต่คุณแม่ไม่ยอมจะให้ไปเรียนที่อเมริกา เพราะมีญาติอยู่ที่นั่น สุดท้ายคุณแม่เป็นผู้ชนะ จึงได้ไปเรียนต่อที่อเมริกาโดยพักอาศัยอยู่กับญาติของคุณแม่

 

เชื่อมั่นในตัวเองสูง

แต่ความเกเรของคุณพิพัฒน์ยังไม่สิ้นสุด เพราะเมื่อไปอยู่กับญาติได้ไม่นานก็ย้ายออกมาอยู่เอง ซึ่งผลที่ตามมาคือคุณพ่อโกรธ และไม่ส่งเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวแต่ส่งค่าเทอมให้ เพราะหวังที่จะกดดันให้กลับไปอยู่กับญาติเช่นเดิม แต่คนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงอย่างคุณพิพัฒน์เมื่อก้าวออกมาแล้วก็ไม่คิดจะกลับไป จึงตัดสินใจทำงานเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน โดยรับจ้างทั้งล้างรถ เช็ดรถ เสิร์ฟอาหาร ซึ่งตอนนั้นรายได้ดีมากทำให้มีเงินใช้จ่าย โดยไม่ต้องรอเงินจากที่บ้าน จนในที่สุดคุณพ่อเห็นว่าจะเอาจริง จึงส่งเงินให้บ้าง

ช่วงเรียนปริญญาตรี เรียนสาขา Hospitality Management และต่อปริญญาโท Managerial Technology ด้านเทคนิคการบริหาร สนุกมาก เพราะมีเพื่อนเล่นกีฬาอเมริกัน และได้มีโอกาสเล่นด้วย ทำงานด้วย และท่องเที่ยวไปด้วย ทำให้ชีวิตสนุกสนานไม่น่าเชื่อ

 

คุณพิพัฒน์ได้เล่าให้เราฟังต่ออีกว่าชีวิตช่วงหนึ่งของเขาเคยเป็นเซลล์ขายรถยนต์ ชอบพาเพื่อนไปซื้อรถ ซึ่งเพื่อนจะชอบเพราะได้ราคาถูก เพราะผมแอบเปิดราคาต้นทุนให้ดู เพื่อนจึงต่อรองกับผู้จัดการได้ราคาถูก ต่อมาผู้จัดการจับได้จึงถูกไล่ออก คุณพิพัฒน์ เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่นอย่างสนุกสนาน

จากประสบการณ์การทำงานที่อเมริกา ทำให้รู้ว่าถ้าขยันก็หาเงินได้ไม่ยาก จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารของตัวเองซึ่งขายดีมาก เพราะรสชาติดีแถมบริการดีทำให้มีลูกค้าประจำ รายได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคิดว่าจะไม่กลับมาเมืองไทยแล้ว เพราะกำลังสนุกกับงาน และเพลิดเพลินกับรายได้ที่เข้ามาอย่างมากมาย จนกระทั่งคุณพ่อยื่นคำขาดให้กลับเมืองไทย จึงต้องกลับมาเมืองไทย ทั้งที่ไม่อยากกลับ 

 

งานบริการอยู่ในใจเกินร้อย 

เมื่อมีโอกาสกลับมาเมืองไทยก็เข้าทำงานที่โรงแรมแชงกรีล่า เพราะเรียนจบด้านการบริหารและบริการโดยตรง ซึ่งทำงานในช่วงแรกคิดว่าจะทำไม่นาน แต่เมื่อได้ทำงานจริงกลับพบว่า ชอบทำงานโรงแรมมาก เพราะเป็นงานบริการ ซึ่งในช่วงนั้นเป็นผู้เปิดตลาดอเมริกาสำเร็จ และได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย โดยทำงานอยู่ที่นี่ 4 ปี ก็ไปอยู่สตาร์วูด และโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ในที่สุด

หน้าที่หลักใน โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ไม่ได้ดูแค่ฝ่ายขายเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาศักยภาพของพนักงานด้วย เพราะธุรกิจโรงแรมท่องเที่ยวไม่มีวันตาย ฉะนั้นจึงต้องพัฒนาคนเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว

การพัฒนาคนนั้น คุณพิพัฒน์ ไม่ได้พัฒนาเฉพาะคนของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์เท่านั้น แต่ยังไปเป็นครูเป็นวิทยากรสอนนักเรียนและพนักงานด้วย โดยไปสอนพนักงานให้กับโรงแรมใหม่ๆ และโรงเรียนดุสิตการโรงแรม ซึ่งนำความรู้จาก Internation ไปสอนและประยุกต์ใช้กับโรงแรมนั้นๆและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆด้วย เพราะธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่ไม่เคยปิดแม้แต่วันเดียว และเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคนทำโรงแรมต้องอุทิศตัว เพราะไม่ใช่งานที่เริ่มต้นตอน 8 โมงเช้าและเลิกตอน 5 โมงเย็น

หลักสำคัญของการบริหารโรงแรม คือ จะฟังปัญหาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงไปคลุกคลีกับปัญหาด้วย เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมจึงเกิดปัญหาขึ้นมา และจะได้แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ที่สำคัญต้องให้ผู้ใต้บังคับบัญชาวางใจเราก่อน เพื่อให้การทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น รวมถึงต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อองค์กร ทำงานต้องทำให้เต็มที่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 กิจกรรมหลังเวลางาน

หลังจากที่คุณพิพัฒน์ได้เล่าถึงมุมในการทำงานให้ฟังพอสมควรแล้ว ชีวิตส่วนตัวของเขาเป็น แฟมิลี่แมน รักครอบครัวมาก เขาเล่าให้เราฟังว่าโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนตลกสนุกสนาน ไม่ใช่คนโรแมนติก แม้ว่าจะรักภรรยาและลูกสาววัย 7 ขวบมากก็ตาม แต่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกมากนัก ทำได้แค่เพียงให้ทั้งสองคนอยู่อย่างสบายอย่างมีความสุขที่สุด

 

โดยทุกปีจะมีการไปเที่ยวต่างประเทศกันอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยปีก่อนพาครอบครัวไปเที่ยวอัฟริกา ปีนี้ไปเม็กซิโก และเคยไปบอสตัน ชอบมาก เพราะเมื่อก่อนเคยผ่านโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ทุกวัน  ไม่เคยคิดว่าจะได้มานอนที่ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เพราะเป็นโรงแรมที่หรูหรามาก

 

 

สำหรับกิจกรรมเวลาว่างที่ชื่นชอบมาก นั่นคือการดูลูกเล่นเปียโน เพราะเป็นคนชอบดนตรีโดยเฉพาะเปียโน แต่ไม่ชอบเล่น จึงผลักดันให้ลูกสาวเล่นซึ่งโชคดีลูกสาวชอบเล่นเปียโนมาก สมัยเรียนอยู่อเมริกา เคยตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ ตัวเองเป็นนักร้องนำและคิดว่าร้องได้ดี ร้องได้ไพเราะ

มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณพิพัฒน์ติดภารกิจยุ่งอยู่กับงานจนเพลิน  ภรรยาโทรมาบอกว่าลูกซ้อมเพลงใหม่เพื่อจะเล่นให้ฟัง  เท่านั้นเองคุณพิพัฒน์ถึงกับอึ้งและรีบกลับบ้านทันที  แสดงให้เห็นว่าหากให้จัดลำดับความสำคัญ  คุณพิพัฒน์  จะจัดครอบครัวไว้เป็นอันดับหนึ่งเสมอ  ซึ่งคุณพิพัฒน์โชคดีที่มีภรรยาและลูกที่น่ารักเข้าใจในงานของเขา  จึงอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ครอบครัวนี้จึงเป็นครอบครัวที่อบอุ่นยิ่งนัก 

เมื่อในยามที่เขาเครียด เขาจะใช้การเล่นกีฬากอล์ฟ เป็นการทำสมาธิทำอารมณ์  เพราะกอล์ฟเป็นกีฬาที่ท้าทายมาก สู้กับตัวเอง ไม่ได้สู้กับคู่แข่ง ใช้พื้นที่มาก การตีกอล์ฟแต่ละครั้งจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับอารมณ์ และสภาพดินฟ้าอากาศ สภาพแวดล้อมแต่ละสนามก็ออกแบบมาไม่เหมือนกัน เมื่อยามที่เขาออกรอบเขาจะรู้สึกลืมความเครียดต่างๆไปได้โดยไม่ต้องไประบายอารมณ์กับใคร

ชีวิตของคุณพิพัฒน์ในทุกวันนี้มีความสุขและลงตัว  ใครจะคิดบ้างว่าจากเด็กเกเรในวันวาน ณ วันนี้เขากลายมาเป็นผู้ชายที่หลายคนอิจฉา ทั้งงานที่มั่นคง ครอบครัวที่แสนอบอุ่น  วันนี้คุณคงได้รู้จักเขามากขึ้น  แฟมิลี่แมนคนนี้  พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์


LastUpdate 16/06/2556 23:26:43 โดย : Admin

กลับหน้าข่าวเด่น
22-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555