คิพศาล เบ็ค ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บมจ. เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น นักการตลาดมากประสบการณ์ ลุยโปรเจคใหญ่ มูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้าน


 

 

 

ท่านที่ผ่านไปมาย่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ คงจะสังเกตเห็นอาคารที่กำลังก่อสร้าง บนพื้นที่ 9 ไร่ ตั้งอยู่ติดสถานีบีทีเอส ช่องนนทรี  ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ซึ่งเจ้าของโครงการ  คือ  บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE  ต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพมหานคร  เพราะเมื่อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตึกนี้จะมีความสูงถึง 314 เมตร  รับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง  9 ริกเตอร์  
 
 
ถือได้ว่าเป็นอาคารที่มีทั้งความสวยงามทันสมัย และความปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย  อาคารแห่งนี้มีชื่อสุดเท่ห์ว่า “ มหานคร ” ซูเปอร์ลักชัวรี่ โปรเจค บนพื้นที่ 9 ไร่ ตั้งอยู่ติดสถานีบีทีเอส ช่องนนทรี  ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ ภายในตัวอาคารประกอบด้วยที่พักอาศัย ราคาเริ่มต้นที่ 34 ล้านบาท ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ แบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน จำนวน 200 ห้อง ประกอบด้วย เรสซิเดนซ์ บูติคโฮเต็ล แบรนด์ บางกอกเอดิชั่น บริหารโดย เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน จำนวน 159 ห้อง และพื้นที่ไลฟ์สไตล์รีเทล ประมาณ 9,800 ตารางเมตร  และยังมี  “คิวบ์  ไลฟ์สไตล์ รีเทล เซ็นเตอร์” ขนาด 7 ชั้น อยู่ด้านข้าง เป็นห้างหรูศูนย์รวมสินค้า โดยเฉพาะด้านร้านอาหาร แบรนด์ดังระดับโลก กาแฟดี อาหารเทรนด์ใหม่จากต่างประเทศ อาทิ โว้ก เลาจน์ (Vogue Lounge) / ภัตตาคาร “ลัตเตอลิเย่ เดอ โจเอล โรบูชง” (L’Atelier de Joël Robuchon)  และ  ดีน แอนด์ เดลูก้า กูร์เม่ต์ ฟู้ดฮอลล์ ( Dean & Deluca Gourmet Food Hall) มีบริการผู้พักอาศัยในโครงการแบบผสมผสาน (mixed-use) ชนิดที่เรียกว่า ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางออกไปไหนไกล  ผู้พักอาศัยจะได้รับประทานอาหารที่ดีที่สุด  เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่  
 
 
 
 
นอกจากนี้อีกหนึ่งโครงการที่มีชื่อสุดเท่ห์ว่า “มหาสมุทร” เป็นโครงการวิลล่าตากอากาศสุดหรู ตั้งอยู่บนพื้นที่ 120 ไร่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ทั้งสองโครงการนี้มีมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท    

ซึ่งทีมผู้บริหารที่รับผิดชอบ 2 โปรเจคยักษ์ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลพวกเขามีแนวคิดที่ว่า “สร้างตึกให้สวยนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่สวยแล้วมีความโดดเด่นนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย”  เช่นเดียวกับแขกรับเชิญที่เรานัดสัมภาษณ์ในครั้งนี้  นอกจากจะเป็นผู้บริหารที่มากความสามารถแล้ว  ยังเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกดีมากประมาณว่าใครๆ เห็นต้องเหลียวหลังกันเลยทีเดียว  ซึ่งเขาชอบความท้าทายเป็นอย่างมาก
 
 
เรามีนัดสัมภาษณ์กับ คุณคิพศาล  เบ็ค  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพซ  ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในห้องตัวอย่างสุดหรูของโครงการ “มหานคร” ราคากว่า 140 ล้านบาท  คุณคิพ เป็นลูกครึ่ง ไทย-จีน-นิวซีแลนด์  ด้วยวัยเพียง 41 ปี  แต่เขาได้มีโอกาสบริหารงานในองค์กรที่มีชื่อเสียงมาหลายแห่งแล้ว  เขาหลงรักในเสน่ห์ของเมืองไทย  ชอบอาหาร  ชอบอากาศ  ชอบธรรมชาติ  รวมไปถึงชอบสาวไทยอีกด้วย เขาสนทนาด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา  มีมุขตลกสอดแทรกเป็นระยะ  เรารู้สึกว่าเขาเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดี  ทำให้บรรยากาศการพูดคุยในวันนั้นรู้สึกเป็นกันเองอย่างมาก
 
ครอบครัวของผมเป็นเกษตรกร  เขาเริ่มเปิดฉากการสนทนา “ ผมเกิดในครอบครัวที่อบอุ่น คุณตาคุณยายเป็นชาวนา โดยคุณตาเป็นลูกชาวจีนที่ถือกำเนิดในนิวซีแลนด์ในยุคที่ชาวจีนมักจะเข้าไปขุดทอง เมื่อราว 100 ปีก่อน คุณตาถูกส่งตัวกลับไปอยู่จีนตั้งแต่เด็ก ๆ  ก่อนจะย้ายกลับเข้าไปอยู่ในนิวซีแลนด์อีกครั้งขณะที่คุณแม่ของผมอยู่ในวัยเพียง 4 ปี  คุณตาได้ใช้สิทธิ์ของการเกิดในนิวซีแลนด์ อยู่ที่เมืองโอ๊คแลนด์  ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1  เป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรม และการค้าของเกาะเหนือและยังเป็นเมืองที่ได้รับขนานนามว่า ”เมืองแห่งการแล่นเรือใบ” 
 
คุณพ่อผมเป็นสถาปนิกชาวนิวซีแลนด์  ได้พบรักกับคุณแม่ที่เมืองเวลลิงตัน ตอนนั้นคุณแม่จบการศึกษาชั้น มัธยม 3 แต่เป็นคนเก่งสามารถทำธุรกิจและขยายกิจการด้านการเกษตร สร้างฐานะ ทำให้ผมกับพี่ชายที่อายุมากกว่า 2 ปี สามารถได้เรียนในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาสำหรับเด็กผู้ชายที่มีชื่อเสียงที่สุดระดับประเทศและเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์   เดิมผมเรียนด้านบัญชี แต่เนื่องจากตัวเลขทำให้เครียด จึงเปลี่ยนมาเรียนด้านการตลาดแทน และเรียนจบตอนอายุ  20 ปีเท่านั้นครับ
 
หลังจากนั้นได้ไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี โดยทำด้านบัญชี ก่อนกลับนิวซีแลนด์ ในราวปี 1993-94  ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศกำลังเปิดธุรกิจหลายอย่างเหมือนไทยในปัจจุบัน มีการซื้อขายด้านพลังงาน แก๊สและไฟฟ้า  มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เปิดโอกาสในการทำธุรกิจแก่ทุกคน  โดยทำงานกับ Enerco ทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์ตลาด ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด  รับผิดชอบติดตามดูราคาแก๊สและ ไฟฟ้า งานของบริษัทคือซื้อพลังงานมาและขายต่อ  โดยทำอยู่ 5 ปี  พอดีคุณพ่อเสียชีวิต ผมจึงไปเริ่มงานที่ใหม่ โดยไปอยู่กับธนาคารอินเทอร์เน็ตแห่งแรกของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก  ไม่ต้องมีสาขา เป็นการให้บริการการทำธุรกรรมทางธนาคารที่ทำได้ทุกที่ ทุกเวลาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น สอบถามยอดคงเหลือ โอนเงิน  ชำระค่าสาธารณูปโภค  บริการเช็ค พิมพ์รายการเดินบัญชี ดูรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ย้อนหลัง ฯลฯ โดยลูกค้าของธนาคารสามารถบริหารการเงินด้วยตนเองทางอินเทอร์เน็ตด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของลูกค้าแต่ละคน  มีพนักงานเพียงประมาณ 50 คนประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่เท่านั้น  ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย  โดยพนักงาน 80% ทำหน้าที่รับโทรศัพท์  ในขณะที่ธนาคารโดยทั่วไปมีพนักงาน 2,000-10,000 คน  
 

ทำงานธนาคารอินเทอร์เน็ตเป็นเวลา 2 ปี ก่อนมุ่งหน้าสู่โลกกว้างมายังประเทศไทย และหลงเสน่ห์เมืองไทย จนอยู่มาถึงปัจจุบัน

คุณคิพ เล่าให้เราฟังต่อว่า “ในขณะที่ผมอายุได้ประมาณ 28 ปี ได้เข้ามาในประเทศไทย หวังจะเรียนรู้โลกกว้างเพิ่มขึ้นและเริ่มมองเห็นว่า อินเทอร์เน็ตกำลังโต อยู่ที่นิวซีแลนด์เหมือนกำลังถึงทางตัน ซึ่งหมายถึง นิวซีแลนด์เป็นประเทศไม่ใหญ่ เขามีธนาคารอินเทอร์เน็ตเพียงแห่งเดียว  ผมได้อยู่ในตำแหน่งระดับสูงแล้ว การจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่มีให้เลือกน้อยและคงจะเป็นเพียงไปอยู่ในตำแหน่งเดิมแต่เป็นการย้ายสถานที่ทำงานเท่านั้น หรือหากจะอยู่ที่เดิมต่อไปอีก 40 ปี  ก็คงจะอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ได้ก้าวหน้าไปกว่านี้ และในแง่ของนักการตลาดมองว่า ตลาดในนิวซีแลนด์พัฒนาไปแล้ว ไม่น่าสนใจแล้ว ในขณะที่ประเทศไทย ตลาดอินเทอร์เน็ตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาไปอีกมาก และเป็นโอกาสดีที่จะช่วยประเทศไทยหลังเกิดวิกฤตการณ์การเงิน “ต้มยำกุ้ง” อีกด้วย  ที่ผมไม่เลือกประเทศอื่น เพราะผม “พูดภาษาไทย” ได้บ้าง แม้จะไม่เก่งนัก อย่างไรก็ดีในตอนแรกตั้งใจมาเรียนรู้ภาษาไทยก่อน แล้วค่อยไปที่อื่นต่อ แต่ปรากฏว่า อยู่แล้วไม่อยากกลับ จึงอยากนำความคิดของไทยผสมผสานกับต่างประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์  
 
คุณคิพศาล  เริ่มต้นทำงานในไทยด้วยการเข้าสู่วงการบันเทิงก่อนเพื่อหวังเรียนรู้ภาษาไทย โดยเป็นทั้งนายแบบ นักแสดงและอื่น ๆ ซึ่งในขณะนั้นกำลังฮิตสไตล์ลูกครึ่งพอดี โดยการเป็นนายแบบได้ถ่ายทำในหลายประเทศ  โดยเพื่อน ๆ นายแบบ นางแบบที่เป็นรุ่นเดียวกัน  อาทิ  ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม, ซอนย่า คูลลิ่ง, บี-น้ำทิพย์ และซารา มาลากุล และมีโอกาสเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าหลายชิ้น เช่น  นีเวีย, เฮด แอนด์ โชเดอร์, CHAPS , JASPAL , ซันซิล  และยาดมท่านเจ้าคุณ   เป็นต้น
 
สำหรับผลงานภาพยนตร์มีบ้าง แต่พูดไม่ชัดเลยแสดงน้อย เช่น หลังม่านมายา ของ ไอทีวี  เพลิงมายา ทางช่อง 7 ละครดงดอกเหมย  โดยเพื่อนนักแสดงรุ่นเดียวกัน อาทิ เบน อิศรางกูร ณ อยุธยา,ไมเคิล  พูพาร์ต  และ วิลลี่ แมคอินทอช  นอกจากนี้ ยังเคยเป็น V.J.ของ MCM และเป็นดีเจของ รูทซ์ 66 ผับดังระดับตำนานย่าน RCA  ถนนพระราม 9  
 
 

แต่ต่อมาด้วยความที่เป็นคนชอบเรียน  คุณคิพศาล  จึงได้เข้าศึกษาต่อ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) สาขาการเงิน ไปด้วย  โดยทำงานในแวดวงบันเทิงเป็นงานอดิเรก  และในช่วงปี 2003-2012  ยังทำงานเป็นพิธีกรรายการ Morning Talk ของช่อง 11 ด้วย โดยชีวิตการทำงานข่าวให้ทั้งสาระและความตื่นเต้น  ข่าวที่ทำแล้วรู้สึกตื่นเต้นที่จำได้ ก็คือ ช่วงสึนามิ  ตอนนั้นผมรายงานสถานการณ์ตามภาพที่ส่งเข้ามาเป็นระยะๆ  ซึ่งเป็นข่าวที่ต้องเกาะติดตลอด 
 
การทำงานข่าวได้ทำให้เขามีโอกาสพบผู้ใหญ่ ผู้จัดการ และนักธุรกิจรุ่นใหม่ ๆ  ทำให้มีโอกาสพบและรู้จักครอบครัวศรีวิกรม์ และทำงานร่วมกับ คุณกรกฎ และ คุณชาญ ศรีวิกรม์ เจ้าของศูนย์การค้าเกษร พลาซ่า โดยเริ่มทำงานด้านวิเคราะห์ก่อนขยับไปเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด มีโอกาสช่วยงานหลายโครงการ  ได้เรียนรู้สะสมประสบการณ์การทำงานจากที่นี่มากพอสมควร
อยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็ถึงช่วงที่ต้องตัดสินใจอีกแล้ว  ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยากทีเดียว เพราะที่ผ่านมาผมโชคดี ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี ถือเป็นความโชคดีที่ได้มาพบกับตระกูลศรีวิกรม์ของศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า  มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำงานอย่างสนุกสนาน ต่างจากการทำงานในต่างประเทศที่มีการแสดงอารมณ์รุนแรง ใช้ถ้อยคำรุนแรง แต่เมืองไทยจะสุภาพ  มีความเกรงใจกันมากกว่าซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบ  ที่บอกว่าตัดสินใจยากเพราะที่นี่เราก็กำลังสนุกกับงาน  ทุกคนน่ารักเหมือนครอบครัว ต้องจากคุณชาญเจ้านายที่ดี แต่มองว่าคนเรามีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต ที่จะได้ทำงานโครงการใหญ่และท้าทาย 

 
ร่วมทำงานอภิมหาโครงการกับ PACE ร่วมผลักดัน“มหานคร” เป็นแลนด์มาร์คกรุงเทพ
 
การทำงานในบ้านแห่งใหม่ที่ บริษัท เพซ  ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE  เมื่อปี 2007 โดยเริ่มจากรับผิดชอบ โครงการซูเปอร์ลักชัวรี่ “ศาลาแดง เรสซิเดนเซส”  ที่เปิดตัวในปี  2011  ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง ขายได้ทั้งหมด โดยเขาดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจากศูนย์จนจบโครงการร่วมกับคุณใหญ่-โชติพล เตชะไกรศรี ทายาทของคุณยุพา และ คุณสุเมธ เตชะไกรศรี แห่ง บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นับว่าโครงการนี้ช่วยสร้างชื่อ สร้างความโดดเด่นให้กับ PACE เป็นอย่างมาก ในขณะที่ผู้ซื้อเองก็ประทับใจ เอ่ยปากชมว่า ของจริงสวยกว่ารูปที่โฆษณาเสียอีก 

ขณะที่บริหารโครงการนี้ก็ได้มีโอกาสคุยกับ คุณยิ่ง –สรพจน์  เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  น้องชายของคุณใหญ่ โชติพล จึงรู้ว่า คุณยิ่ง กำลังจะทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โครงการใหญ่ชื่อ “โครงการมหานคร” ซึ่งมุ่งจะให้เป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ  ฟังแล้วตื่นเต้นมาก เพราะเดิมชอบแนวทางการทำงานของ บริษัท  LPN อยู่แล้ว ที่สร้างบ้านอยู่อาศัยในราคาไม่แพง เพื่อช่วยคนระดับกลางและมีรายได้น้อยได้มีบ้านอยู่อาศัย  
 
“โครงการมหานคร” นี้ เป็นการนำเทรนด์ใหม่มาสู่ผู้บริโภค เพราะเป็นโรงแรมผสมผสานพื้นที่อยู่อาศัยหรูหรา ทำให้เจ้าของบ้านได้รับบริการที่สะดวกสบาย เหมือนอยู่โรงแรมหรูระดับโลก ภายใต้การบริหารงานของนักบริหารการโรงแรมระดับโลกอย่างริทซ์-คาร์ลตัน ที่จะทำหน้าที่ดูแลให้โครงการนี้ให้มีความสวยงามสะดวกสบายตลอดไป
 

ปลีกเวลาทำกิจกรรมยามว่าง-เล่นกีฬาโปรด
 
แม้มีภาระหน้าที่ค่อนข้างหนัก ด้วยต้องดูแลรับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมดเพื่อวางกลยุทธ์ด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การสื่อสารออนไลน์และงานอีเวนท์เพื่อโรดโชว์อภิมหาโปรเจคให้ประสบความสำเร็จ แต่คุณคิพยังให้ความสนใจทำกิจกรรมยามว่างหลายอย่างและทำได้ดีเสียด้วย
โดยคุณคิพศาลเล่าว่า ชอบทำกิจกรรมหลายอย่างตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เช่น  อ่านหนังสือ ร้องเพลง เล่นดนตรีเปียโน เคยเข้าร่วมวงดนตรีแจ๊สด้วยในช่วงวัย 7-16 ปี นอกจากนี้ครอบครัวของคุณคิพ ยังเป็นครอบครัวนักกีฬา โดยเล่นเรือใบกันมาตั้งแต่รุ่นคุณตา คุณพ่อและพี่ชาย เป็นถึงแชมป์เรือใบ คุณคิพศาล เล่นพร้อมกับพี่ชายตั้งแต่สมัยอยู่ที่นิวซีแลนด์  โดยเล่น “เรือใบ” เป็นงานอดิเรก เคยแข่งชนะในไทยเป็นเรือใบในคลาส OK dinghy (ซึ่งในหลวงของเราก็ทรงโปรดเรือใบประเภทนี้ด้วยเช่นกัน) ที่เล่นเป็นเรือประเภท Sport Boat  ที่มีความพิเศษตรงที่เป็นเรือที่ครอบครัวของเขาต่อขึ้นเอง รวมถึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลิตเรือรุ่นนี้ขายได้ทั่วโลก 
 
คุณคิพศาลเล่าต่อว่า เรือใบ เป็นกีฬาสุดโลดโผน ที่ไม่ใช่แค่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่ยังสร้างพลังใจ และแนวคิดดีๆ กลับมาสู้งานด้านธุรกิจได้อีกด้วย  แต่เขาไม่ได้จำกัดเฉพาะเรือใบ ชอบเล่นกีฬาหลายอย่าง ทั้งฟุตบอล ฮอกกี้ และเวลานี้ยังหันมาเล่น “มวยไทย” อีกด้วย
 
 
สำหรับกีฬาที่โปรดปรานมากเป็นพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ “สโนว์ บอร์ด” โดยเคยเป็นตัวแทนไปคว้าชัยชนะมาแล้วที่นิวซีแลนด์ และยังเคยเป็นแชมป์ไตรกีฬาด้วยในปี 2006 ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องสู้กับตัวเอง ผมชื่นชมคนไทยนะครับ  ผมว่าคนไทยเก่งมีความสามารถด้านกีฬาหลายอย่าง ไม่เฉพาะกีฬาที่เป็นของท้องถิ่นเท่านั้น แต่สามารถเล่นกีฬาของต่างประเทศได้ดีไม่แพ้กัน 
 
อย่างไรก็ตาม แม้กีฬาจะเป็นประโยชน์ แต่สำหรับคุณคิพศาลเขาได้ค้นพบว่า กีฬามีข้อเสียอยู่บ้าง โดยเชื่อว่า กีฬาแม้ว่าจะทำให้เขาเป็นคนมีความพยายามสูงเพื่อต่อสู้ปัญหาต่าง ๆ  แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาเป็นคนใจร้อนและหงุดหงิดง่ายซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี
 
สิ่งที่  คุณคิพศาล  เชื่อว่าได้จากการมาอยู่เมืองไทยคือ  คนไทยมีความนุ่มนวล  อ่อนน้อม  สุภาพ ส่วนคนต่างชาติจะเป็นคนที่พูดตรง  ค่อนข้างแข็ง  หากเอาทั้งสองบุคลิกมาปรับเข้าหากันได้จะเป็นสิ่งที่ลงตัวมาก และจะช่วยปรับบุคลิกที่ผิดพลาดของตนได้ ช่วยให้รู้จักการปรับตัว  
 
 
หากมีใครถามว่าบ้านผมอยู่ที่ไหน  ผมจะตอบว่าอยู่ที่เมืองไทยเพราะมีความผูกพัน  ถึงแม้จะเกิดที่นิวซีแลนด์  แต่รู้สึกคุ้นเคยที่นี่มากกว่า  โดยครอบครัวทั้งคุณแม่และพี่ชายเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างไทยและนิวซีแลนด์อย่างสม่ำเสมอ เวลาที่ผมไปนิวซีแลนด์อยู่ได้ไม่นานก็จะคิดถึงและอยากกลับเมืองไทย 
 
ผมว่าเมืองไทยมีเสน่ห์หลายเรื่อง  ทั้งในเรื่องอาหารการกินที่รสชาติถูกปาก ผมเป็นคนชอบอาหารรสจัด ชอบอากาศร้อนทำให้อยู่ได้สบาย ก่อนหน้านี้การที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับนักเรียนไทยในนิวซีแลนด์ ผมรู้สึกว่าพวกเขาจะมีความรักบ้านเกิดของตัวเอง โดยส่วนใหญ่บอกว่า เรียนจบแล้วจะกลับบ้าน เพื่อกลับไปช่วยประเทศ เพื่อให้คนอื่นมีโอกาสเหมือนตนเอง ซึ่งทำให้ผมได้คิดว่า การมาอยู่เมืองไทยจะทำให้ตนสามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ช่วยประเทศนี้ได้  
 

ชอบคนน่ารักมากกว่าคนสวย เพราะความสวยจะสะดุดตาแค่ 5 วินาที
 
เรายิงคำถามที่คิดว่าสาวๆที่อ่านเรื่องราวของ คุณคิพศาล  คงอยากจะรู้ว่าผู้ชายที่สมาร์ทขนาดนี้  “หัวใจ” ยังว่างอยู่หรือไม่  เขาตอบกลับมาทันทีเลยว่า “ผมมีแฟนแล้วครับ”  เป็นสาวไทย-จีน  ตัวเล็กๆ  เรียบร้อย ไม่ค่อยมาเวลาเจอกัน แต่หากว่างตรงกันเราก็จะชวนกันไปเล่นกีฬาเรือใบ เรามีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน จึงเป็นเพื่อนร่วมทางกันได้ดี ซึ่งผู้หญิงในสเปคของผมนั้น ผมชอบคนน่ารักมากกว่าคนสวย เพราะความสวยจะสะดุดตาแค่ 5 วินาที (หัวเราะ)  แต่คนน่ารักดูมีเสน่ห์  ชอบคนที่ทำให้เราตื่นเต้นตลอดเวลา เพราะช่วยให้น่าค้นหามากกว่า แล้วถ้ามีมุขตลกด้วยยิ่งดี สนุกสนาน และมีความสามารถทำงานอดิเรกได้ ซึ่งคนที่คบอยู่สามารถตอบโจทย์ได้หลายอย่าง


ผมคิดว่ามีวันนี้เพราะครอบครัวมีส่วนช่วยสนับสนุนถึง 80%  เกิดจากฝีมือของผมแค่ 10% และอีก 10% เพราะคนอื่นให้โอกาส
 
โชคดีที่มีคุณน้ายินดีที่จะสอนภาษาไทยให้ผม  ผมจึงมองว่า โอกาสมีความสำคัญ จึงอยากจะช่วยคนอื่น  ช่วยคนรอบข้างให้ได้มีโอกาส  เพราะเป็นเรื่องปกติที่ชีวิตมีทั้งโชคดีและเคราะห์ร้าย แต่เราต้องรู้จักเลือกโอกาสนั้น  เป้าหมายในอนาคตจึงอยากจะเป็นนายที่สามารถทำให้ทีมและบริษัทประสบความสำเร็จ  ซึ่งเวลานี้ผมมั่นใจว่า ได้สร้างทีมงานที่มีความสามารถ  แม้ผมไม่อยู่ที่ PACE ลูกน้องในขณะนี้จะสามารถสานต่องานไปได้และอาจจะทำได้ดีกว่าที่ผมทำเสียอีก
 
ผมอยู่ PACE มาตั้งแต่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ทีมงานของผมสามารถสร้างเฟสบุ๊ค เพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาชมข้อมูล  ติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ตลอด โดยขณะนี้มีผู้เข้าชมมากที่สุดถึง 1 แสนคน  ภูมิใจที่ช่วยติดต่อประสานงานจนได้บริษัทบริหารจัดการโรงแรมชื่อดังอย่าง ริทซ์-คาร์ลตัน มาร่วมงาน และยังติดต่อแบรนด์ดังระดับโลกอีกมากมายเข้าร่วมโครงการ ความภูมิใจอีกอย่างคือ การที่ PACE สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ แม้ขณะนี้ยังเพิ่งเริ่มต้นก็ตาม 
 
สำหรับสิ่งที่ต้องทำคู่กันไปกับการทำงานอีกด้านหนึ่ง คือ ผมมุ่งใช้ทักษะความสามารถที่มีอยู่ไปช่วยงานด้านสังคมด้วย โดยบริจาคเวลาช่วยแปลบทภาพยนตร์เกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) เพื่อช่วยอธิบายว่า ชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นอย่างไร เนื่องจากมองว่าเป็นปัญหาใหญ่เกินกว่าที่รัฐบาลจะบอกตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริง และคิดว่าการป้องกันและการดูแลรักษาน่าจะเกิดจากการศึกษา โดยองค์กรที่ให้ความช่วยเหลืออยู่ ได้แก่ มูลนิธิสิทธิเด็ก บ้านแกร์ด้า (Baangerda) จังหวัดลพบุรี ช่วยทั้งการแปลและช่วยด้านทุนทรัพย์ 
 

หลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จ
 
สุดท้ายคุณคิพศาลได้เปิดเผยถึงแนวทางในการทำงานที่ทำให้ตนประสบความสำเร็จมาเป็นผู้บริหารได้ในปัจจุบัน  โดย วิธีการทำงานอย่างแรก คือ ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังเก่ง ต้องฟังว่า คนรอบข้างเขาคิดอย่างไร ห้ามมั่นใจตัวเองเกินเหตุและเชื่อว่าเรารู้ เพราะบางครั้งคนรอบข้างอาจไม่ได้มีประสบการณ์ แต่เราต้องฟังความคิดเห็นของเขา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราต้องเชื่อ แต่ก็ต้องฟัง บางครั้งเขาอาจให้คำแนะนำที่ผิดพลาด แต่ถ้าเราฟัง เราจะรู้ว่า นั่นไม่ถูกต้องและ วิธีของเราก็ไม่ถูกเหมือนกัน ซึ่งจะนำไปสู่ทางเลือกที่ 3 ได้
 
ประการที่ 2 การคิดเร็วเป็นสิ่งที่ดี แต่การตัดสินใจเร็วไปไม่ได้ผล ผมเชื่อว่า ต้องคิดดี วางแผนก่อน  แล้วค่อยทำตามแผน ซึ่งจะดีกว่าการตัดสินใจเร็วไป
 
ประการที่ 3 เชื่อว่า เมื่อก้าวขึ้นเป็นผู้บริหาร เป็นผู้อำนวยการ หรือเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ฝีมือเราสำคัญอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเลือกใช้คนเป็นด้วย โดยต้องรู้จักเลือกใช้คนเก่ง ฉลาดและขยัน  ดังความสำเร็จของ  PACE หลายอย่าง เพราะพนักงาน ไม่ใช่ระดับผู้จัดการ แต่เป็นเพราะพนักงานยินดีที่จะขยัน  เก่ง และมีความคิดใหม่ ๆ ซึ่งแสดงว่า เราได้เลือกพนักงานที่ถูกต้อง เลือกคนเก่ง


สุดท้ายแล้วคือ การทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ดังในกรณีของผมเองที่ต้องดูแลเรื่องการตลาดลักซ์ชัวรี่ โปรดักส์   จึงต้องทำสุดความสามารถ ต้องละเอียด  ใส่ใจ ทุกเรื่อง ทุกที่ ทุกเวลา 
 
ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะไม่มีอะไรผิดพลาด สร้างคุณภาพที่สมบูรณ์แบบให้แก่โครงการ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้านั่นเอง  แม้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากก็ตาม 
 
ได้ทำความรู้จักชีวิตและการทำงานจากผู้บริหารนักการตลาดลูกผสมไทย-จีน-นิวซีแลนด์ คนนี้  คิพศาล เบ็ค  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพซ  ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในหลากหลายแง่มุมไปแล้ว เชื่อว่า คงจะให้แง่คิดดี ๆ ที่คุณผู้อ่านสามารถหยิบนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง ไม่มากก็น้อย  และสิ่งหนึ่งที่เราชื่นชอบเขาเป็นพิเศษ คือ  “เขามีความชื่นชมและรักในเมืองไทยเป็นชีวิตจิตใจ”

LastUpdate 09/04/2557 12:56:43 โดย : Admin

กลับหน้าข่าวเด่น
23-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555