จับเข่าคุย ดร.หนุ่ม 'ออสติน' ผอ.ฝ่ายจัยเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ธนาคารเกียรตินาคิน


จับเข่าคุยดร.หนุ่ม “ออสติน”

“ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์”
ยอดนักอ่าน..สู่นักวิเคราะห์อนาคตไกล
 
 
หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายคนนี้กันดี กับลุคของหนุ่มมาดเข้มที่วิพากษ์สถานการณ์บ้านเมือง ทั้งแง่มุมทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมุมมองด้านเศรษฐกิจที่เฉียบขาด แหลมคมและหลายครั้งที่ออกมาในมุมต่างจากนักวิขาการและนักเศรษฐศาสตร์หลายคน
ทำให้ชื่อของเขา ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ โดดเด่นขึ้นมาในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเป็นแขกรับเชิญประจำรายการ News at 7 A.M.ของสถานีโทรทัศน์ Money Channel และรายการ Morning News ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กรุงเทพธุรกิจทีวี กับตำแหน่งปัจจุบัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน)

สำหรับเขาคนนี้ มีดีกรีปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Newcastle upon Tyne (นิวคาสเซิลอะพอนไทน์) สหราชอาณาจักร หลังจากคว้าปริญญาโทใบที่ 2 จากคณะเศรษฐศาสดร์ หลักสูตร Money Banking and Finance จากมหาวิทยาลัย Birmingham (เบอร์มิงแฮม) สหราชอาณาจักร โดยปริญญาโทใบแรก จบคณะเศรษฐศาสตร์เช่นกัน แต่เป็นด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หลักสูตรนานาชาติ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ภาคภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 

เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยแบบนอกจอ กลับสัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองและเรียบง่ายของผู้ชายคนนี้ ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หรือ ออสติน กดปุ่มสตาร์ทการพูดคุยด้วยการย้อนวัยเยาว์ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม สะท้อนความสุขมาแบ่งปันถึงคนรับฟังไปพร้อมกันทีเดียว
“ผมเกิดที่มิซูรี สหรัฐอเมริกา เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นนักเรียนทุน ที่ไปพบรักและแต่งงานกันที่นู่น พอผมอายุ 3 ขวบ ก็กลับมาเมืองไทยพร้อมครอบครัว และเริ่มเรียนและพูดภาษาไทยตั้งแต่เข้าชั้นประถม และจบมัธยมปลายสายวิทย์ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ”
หนุ่มออสติน ย้อนชีวิตวัยเยาว์ว่า เขาชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะหนังสือประเภทสิ่งลี้ลับ ผจญภัย เทคโนโลยีไอทีต่างๆ อาทิ 5 สหายผจญภัย, UFO เป็นต้น
 

 
สาเหตุที่ทำให้เขาโปรดปรานการอ่านและกลายเป็นหนอนหนังสือ เป็นเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยให้ของเล่น แต่ให้หนังสือเป็นของขวัญและรางวัลแทน ทำให้ทยอยเก็บสะสมหนังสือทุกประเภทเรื่อยมา ทั้งหนังสือที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้และที่เขาเก็บเงินซื้อมาเอง จนเต็มห้อง เขาเล่าอย่างภาคภูมิใจ พร้อมเสียงหัวเราะเป็นระยะ
 

“เด็กๆผมชอบซื้อสารานุกรม ที่มีรูปภาพประกอบคำอธิบาย ทำให้ได้เรียนรู้โลกกว้าง พร้อมภาพสวยๆอย่างเพลิดเพลิน รวมไปถึงหนังสือเกี่ยวกับดาราศาสตร์ โดยมีน้องสาวเป็นเพื่อนอ่านมาตลอด และกลายเป็นพี่น้องที่รักการอ่านจนโต”
 
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่หนุ่มออสติน จะเป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในการถ่ายทอดความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจ ที่หลายคนฟังเข้าใจยาก ให้กลายเป็นเรื่องที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ง่าย และเป็นนักเศรษฐศาสตร์เนื้อหอมที่สถานีโทรทัศน์หลายช่อง รุมตอมสัมภาษณ์แบบผูกขาด จนกระทั่ง มีหนังสือเป็นของตัวเองแล้ว
 

สำหรับชีวิตการทำงาน ก้าวแรกของเขาคนนี้ คือ นักเศรษฐกร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งมีโอกาสวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจทั้งของไทยและเศรษฐกิจโลกได้อย่างแหลมคม ก่อนจะมีผู้ใหญ่เชื้อเชิญให้ไปร่วมทีมที่เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพีกรุ๊ป) แต่อยู่ได้ไม่นาน เขาก็เลือกที่จะออกมาโบยบิน แสวงหาอิสระจากการทำงานที่ธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งเปิดสำนักวิจัยขึ้น ทำให้เขามองเห็นโอกาสที่จะแสดงความสามารถในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค และสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองและองค์กรเรื่อยมา

แม้จะเป็นการพูดคุยถึงเรื่องหน้าที่การงานที่ดูเหมือนจะเคร่งเครียด แต่บรรยากาศในการสนทนา กลับผ่อนคลายและสนุกสนาน ตลอดจนรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มแบบเป๊ะเว่อร์ ทำให้อดถามถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองไม่ได้ ซึ่งดอกเตอร์หนุ่ม เผยว่า ความรับผิดชอบที่ค่อนข้างหนัก ทำให้เขาเรียนรู้การแบ่งเวลา โดยเฉพาะการจัดสรรเวลาเพื่อการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
 

“ก่อนหน้านี้ผมเล่นกล้าม เพื่อให้รูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม ผมเล่นเวทตั้งแต่เรียนคณะบัญชี ที่ธรรมศาสตร์โดยเข้าชมรมเพาะกาย เพราะอยากมีกล้ามเนื้อที่สวยงาม แถมตอนนั้นยังได้คัดเลือกเป็นลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยด้วย แต่ตอนนี้หันมาชื่นชอบการปั่นจักรยาน ที่นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ตามสวนสาธารณะเป็นของแถม”

หลายคนที่คุ้นเคยกับมาดเข้มหน้าจอของหนุ่มคนนี้ อาจไม่รู้มาก่อนว่า เขาเป็นนักกิจกรรมตัวยงคนหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ชีวิตการเรียนในต่างประเทศ ที่เป็นตัวแทนสมาคมนักเรียนไทย เจรจาและประสานงานกับมหาวิทยาลัยในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เมื่อกลับมาเมืองไทย เลยกลายเป็นหนุ่มสังคม ที่เพื่อนฝูงมากมาย แต่เขาย้ำว่า หากเป็นเวลางาน เขาก็ค่อนข้างให้ความสำคัญและจริงจังกับหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย
เขาเผยวิธีลับสมองของเขาว่า  “ผมจะถกกับทีมอยู่ตลอดเวลา”
 

“เราต้องลึกในข้อมูลที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกน้องอยู่เสมอ เพราะนักเศรษฐศาสตร์หรือนักวิเคราะห์ที่ดี ต้องสามารถเสนอความคิดเห็นของตัวเองและจูงใจให้คนอื่นเห็นพ้องได้ ถ้ามีลูกน้องที่เก่ง จะทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆถึงจะคุมเขาได้       
แต่สิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน คือ การให้เกียรติผู้ร่วมงาน ต้องรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ถ้าใครมีเรื่องที่เรายังไม่รู้ จะต้องกลับไปอ่านและหาความรู้ให้มากขึ้น”

ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ที่ต้องแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ ทำให้เขาไม่หยุดนิ่งและหาช่องทางเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอด ด้วยเหตุนี้ทำให้หนุ่มออสตินโลดแล่นในวงการตลาดเงินตลาดทุนค่อนข้างโดดเด่นกว่าคนในรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่า วันนี้เขามาไกลกว่าที่คิด
ด้วยบุคลิกที่เป็นคนเฮฮา เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ อดถามถึงภูมิหลังการเลี้ยงดูของครอบครัว ที่ปลูกฝังและบ่มเพาะความเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้ไม่ได้
 
ออสติน ย้ำว่า ความสนุกสนานร่าเริงในตัวเขา ก่อร่างสร้างขึ้นจากพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น โดยเฉพาะจากผู้เป็นแม่ ที่ทุ่มเทความรักความเอาใจใส่ให้กับลูกๆอย่างเต็มที่ พร้อมๆกับการปลูกฝังให้ตั้งใจและมีวินัยเรื่องการเรียน แต่เวลาว่าง ก็สร้างความสุขและรอยยิ้มภายในครอบครัวอยู่เสมอ          
    
 
"คุณพ่อคุณแม่เป็นโมเดลของผมและน้องสาว ที่ตั้งใจและขยันขันแข็งทำงาน สอนให้เห็นทั้งตัวอย่างที่ดีและไม่ดี รวมถึงความเป็นคนมุ่งมั่น เดินทางสู่ฝันที่ตั้งไว้มาตั้งแต่เด็ก”

ด้วยภาระหน้าที่เมื่อครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เป็นนักศึกษาที่ต่างประเทศ คุณพ่อต้องทำงานหนัก ทำให้เรียนไม่จบปริญญาเอก ทำให้ฝังใจและส่งต่อมาถึงลูกๆที่ปัจจุบันจบการศึกษาระดับปริญญาเอกทั้งสองคน

“ผมไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง แต่อยากได้ดอกเตอร์ เพื่อสานฝันให้พ่อและก็ทำสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจของตัวเองและครอบครัว”
ความท้าทายที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วาดหวังไว้ เป็นสิ่งที่เขาอิ่มเอมที่สามารถบรรลุแต่ละเป้าหมายได้เป็นอย่างดี เขายกตัวอย่างที่เป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา คือ การมีหนังสือของตัวเองได้สำเร็จตามที่เคยฝันไว้เมื่อวัยเด็ก และตั้งมั่นที่จะทานอาหารมังสวิรัตทุกวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันเกิด เพื่อละเว้นการเบียดเบียนสัตว์อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน ซึ่งเขาปฏิบัติมาได้ 7-8 ปีแล้ว
 

เมื่อพูดคุยเรื่องความสำเร็จในหน้าที่การงานที่มองเห็นอนาคตยาวไกลแล้ว อดไม่ได้ที่จะแย้มถามถึงเรื่องราวความรัก แต่หนุ่มคนนี้กลับอมยิ้ม ภายใต้ใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นมาทันที พร้อมกับเปรยด้วยน้ำเสียงอ่อยๆว่า “ผมคงเป็นคนที่ Lucky in Game แต่ Unlucky in Love”               
ส่วนเหตุผลก็เป็นเรื่องของ”เวลา”เพราะเขาเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับงานและครอบครัวเป็นอันดับแรก ทำให้ไม่มีเวลาดูแลคนอื่น เมื่อถามถึงสเปคสาวคนที่จะชนะใจหนุ่มคนนี้ เขาบอกว่า ขอแค่เป็นคนที่คุยกันรู้เรื่องทุกเรื่อง คอยดูแลเอาใจใส่ทั้งตัวเขาและครอบครัวได้
 
“ผมชอบคนเก่ง มีความคิดดี มีจุดหมายในชีวิต ซึ่งทางบ้านก็อยากให้ผมมีครอบครัว เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที แต่ถ้ายังไม่มี ผมก็จะทุ่มเทให้กับงานและออกกำลังกายดูแลตัวเองไปเรื่อยๆ”เขาทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะดัง
 

และนี่ก็คือตัวตนของ นักวิเคราะห์อนาคตไกล “ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์”ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน)

LastUpdate 12/05/2557 23:43:39 โดย : Admin

กลับหน้าข่าวเด่น
19-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555