วิธีที่จะผ่านอุปสรรคให้ได้ คือการลองลงมือทำ "บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง"




วิธีที่จะผ่านอุปสรรคให้ได้ คือการลองลงมือทำ "บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง"


ผมมองว่าเราต้องมีการวางแผนที่ดีในการทำงานและการลงมือปฎิบัติจะทำให้เราเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นทั้งความผิดพลาดหรือความสำเร็จ

ถ้าหากจะกล่าวกันถึงตำแหน่งผู้บริหารในธุรกิจค้าหลักทรัพย์บ้านเราแล้วนั้น ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ถึงความเกี่ยวพันกับการวิเคราะห์ การวางแผน และการตัดสินใจในแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินในระดับที่สำคัญยิ่ง เป็นงานที่เต็มไปด้วยความกดดัน และการคิดพิจารณาที่ต้องละเอียดถี่ถ้วนในทุกขั้นตอน แต่กระนั้น เมื่อเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณบรรณรงค์ พิชญากร หรือคุณเนส กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ในบ่ายสบายๆ ของวันหยุดสุดสัปดาห์ ได้เผยให้เห็นในทุกแง่มุมของแนวคิดการทำงาน จนถึงการใช้ชีวิต ว่าภายใต้หน้าที่และความรับผิดชอบที่มีส่วนสำคัญต่อความเป็นไปทางด้านการเงินของบริษัทและลูกค้านั้น กลับมีหลักยึดที่แสนเรียบง่าย มีขั้นตอน และผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดใจ จนทำให้เวลาของการพูดคุยนั้น ผ่านเลยไปได้โดยที่ไม่ทันรู้ตัว
 

ตัวอย่างที่ดี ส่งผ่านสู่แนวทางสำหรับอนาคต

การตัดสินใจสำหรับทางเลือกชีวิตนั้น สำหรับบางคน ก็เป็นเส้นทางอันขรุขระและยากนักที่จะบ่งชี้ชัดลงไป แต่สำหรับคนที่มีเป้าหมาย ย่อมสามารถเลือกเดินตรงไปได้แม้จะมีอุปสรรคกั้นขวาง ซึ่งสำหรับคุณเนส ในฐานะลูกชายคนที่สามจากพี่น้องสี่คนตระกูลพิชญากร จากการที่ได้เห็นตัวอย่างการทำงานเกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่ภาคใต้ของครอบครัวที่มีพื้นเพจากจังหวัดพังงา จึงไม่เป็นการยากนัก ที่เมื่อผ่านพ้นการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จะตัดสินใจเบนเข็มเข้าสู่เส้นทางแห่งการเงิน ในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่แม้ว่าจะเป็นหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษที่ถือได้ว่าเป็นของใหม่ของช่วงเวลาดังกล่าว ก็ไม่ทำให้คุณเนสรู้สึกท้อถอยแต่อย่างใด

“ส่วนตัวสนใจทางด้านธุรกิจอยู่เป็นทุนจากการเห็นคุณพ่อทำงานด้านนี้มาเป็นเวลานาน ก็ทำให้ตัดสินใจเลือกคณะดังกล่าว ซึ่งพอได้เข้าไปเรียนแล้ว ก็รู้สึกว่าใช่ แม้จะมีจุดที่ยากเป็นบางจุดบ้าง แต่ก็รู้สึกได้ว่าคิดไม่ผิด” คุณเนสกล่าวย้อนความในวันเริ่มต้นเส้นทางของตนเอง

แน่นอนว่าการศึกษาในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของคุณเนสในเวลาดังกล่าว ช่วยเพิ่มพูนความมั่นใจ และประสบการณ์ทางด้านการเงินอย่างมากมาย อาทิ การได้มีโอกาสเข้าร่วมงานตลาดหลักทรัพย์จำลอง จนถึงการฝึกงานที่ TISCO  “ทั้งหมดจัดได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ช่วยเปิดโลกของเราว่ามีงานอันหลากหลายในสายงานด้านการเงินครับ” คุณเนสกล่าวเสริม\
 
 

เมื่อรู้ไม่พอ ก็ต้องต่อยอดเพิ่มเติม

ในรูปแบบและวิถีชีวิตโดยทั่วไปนั้น เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา ก็จะเป็นช่วงเวลาสำหรับการออกไปสู่โลกแห่งการทำงานที่แท้จริงตามแต่ปัจจัยต่างๆ จะเอื้ออำนวย ซึ่งสำหรับคุณเนสเองนั้นก็ไม่แตกต่างกัน เพราะได้สมัครเข้าทำงานในองค์กรระดับใหญ่อย่างเครือปูนซิเมนต์ไทย แต่ในทางหนึ่ง ก็ยังรู้สึกว่าความรู้และความเข้าใจในบางส่วนนั้น อาจจะไม่เพียงพอ ทำให้หลังจากใช้ชีวิตที่แหลมฉบังเป็นเวลาสองเดือน คุณเนสได้ตัดสินใจที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท คณะพาณิชย์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้  


อย่างไรก็ตาม การศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจ นั้น อาจจะเป็นสิ่งที่แตกต่างจากแนวทางการศึกษาดั้งเดิมคือเศรษฐศาสตร์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งก็สร้างความลำบากให้กับการเรียนของคุณเนสในช่วงดังกล่าวอยู่ไม่น้อย

“ความต่างเยอะมากครับ คือสมัยตอนเราเรียนเศรษฐศาสตร์ มันก็มีวิชาที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี ซึ่งเราก็หลีกเลี่ยงมันมาโดยตลอด แต่พอถึงตอนทำงานขึ้นมาจริงๆ มันเป็นสิ่งที่หนีไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องรู้ จะเรียกว่ากลับมาใช้กรรมก็คงไม่ผิดแต่อย่างใด” คุณเนสกล่าวติดตลกเมื่อระลึกถึงช่วงเวลาดังกล่าว

แต่ความใฝ่ใจ และการผสมผสานของสองแนวทางด้านการเงินจากการเรียนนั้น ก็เป็นดั่งปัจจัยสำคัญที่จะนำพาคุณเนสให้เดินไปสู่เส้นทางแห่งการเงินที่กว้างไกลออกไปในเวลาถัดไปอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้

 

เสร็จสิ้นรั้ววิชา เดินหน้าในเส้นทางแห่งการเงิน

เมื่อได้วิชาและความรู้ทางด้านการเงินอย่างครบถ้วน ทั้งเศรษฐศาสตร์จากปริญญาตรี และบริหารธุรกิจจากปริญญาโท คุณเนสก็ตัดสินใจที่จะกลับไปสู่ TISCO บ้านหลังเก่าที่เคยได้รับความอนุเคราะห์ โดยเริ่มต้นงานในสายการเงินกับธุรกิจ บลจ. ที่เพิ่งเปิดใหม่ในช่วงดังกล่าว

“กลับไปทำงานกับเงินทุนหลักทรัพย์ TISCO ก็เป็นอีกครั้งที่ได้รับโอกาสจากทางผู้ใหญ่ ให้พิจารณางานหลากหลายแบบ ผมก็ตัดสินใจเลือกทำในส่วนธุรกิจ บลจ. เพราะเป็นธุรกิจใหม่ที่ได้ License เพิ่มเติมขึ้นมาเปิดร่วมเป็นการร่วมทุนกับธนาคารกรุงไทยในช่วงเวลานั้น เข้าไปดูแลในส่วนของ Marketing ของธุรกิจกองทุนรวม”

แต่เมื่อความสามารถถึง กับการทำงานอย่างตั้งใจ มุ่งมั่น ทำให้เป็นอีกครั้ง ที่คุณเนสได้รับโอกาสจากทางผู้ใหญ่ให้ก้าวไปสู่โลกแห่งการเงินที่ลงลึกขึ้นไปกว่าเดิม ในฐานะวาณิชธนกิจ ที่ทวีความสำคัญต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น “ก็ทำในส่วนของ บลจ. อยู่ประมาณสองถึงสามปีกับคุณธีระ ภู่ตระกูล ผู้เป็น MD ของบริษัท (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน) ก็ได้โอนกลับไปทำในส่วนของวาณิชธนกิจ รวมระยะเวลาทำงานกับ TISCO ก็ประมาณสิบกว่าปี จากนั้นจึงได้ย้ายมาทำงานด้านวาณิชธนกิจที่ บริษัทหลักทรัพย์ เจเอฟธนาคม จากนั้นค่อยมาที่หลักทรัพย์บัวหลวง” คุณเนสกล่าวเสริม

อนึ่ง การทำงานในฐานะวาณิชธนกิจนั้น ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ การประเมิน และการให้คำแนะนำทางด้านการเงินการลงทุนโดยเฉพาะกับลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมให้กับคุณเนสอีกครั้งหนึ่ง คือการดำรงตำแหน่งวาณิชธนกิจในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 หรือ ‘วิกฤติต้มยำกุ้ง’ ที่ถือได้ว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของหลายต่อหลายธุรกิจ

“เป็นช่วงที่หนักพอสมควรครับ แต่ทั้งนี้ มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดี เพราะตอนอยู่ TISCO ผมได้ทำงานร่วมกับลูกค้าองค์กรในการบริหารความเสี่ยงด้านค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย ทำให้หลายบริษัทหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการลดค่าเงินบาทครั้งนั้นไปได้ และยังรวมถึงการเข้าไปช่วยทำงานกับลูกค้าในการแก้ไขปัญหากิจการเพื่อให้อยู่รอดไปได้ นับเป็นช่วงที่ได้รับประสบการณ์ชนิดที่คงหาได้ยากอีก” คุณเนสกล่าวถึงการดำรงตำแหน่งวาณิชธนกิจในช่วงเวลาแห่งวิกฤติเศรษฐกิจ


พักยก ก่อนกลับสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม

แต่เช่นเดียวกับจอมยุทธ์ที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน คุณเนสที่ทำงานทางด้านวาณิชธนกิจมากจนอิ่มตัว จึงอยากลองทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป เป็นจังหวะประจวบเหมาะที่ความรู้ความสามารถ จึงได้ตัดสินใจร่วมงานในธุรกิจต่างออกไปกับ  … บริษัท อาร์ เอส โปรโมชั่น จำกัด 

“ในจุดนี้ มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างแปลกอยู่นิดหนึ่งน่ะครับ” คุณเนสกล่าวนำด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกถามถึงเส้นทางที่ดูจะแปลกออกไป “คือผมทำงานทางด้านวาณิชธนกิจมาโดยตลอด ก็รู้สึกอยากจะลองอะไรใหม่ๆ ก็เลยตัดสินใจไปร่วมงานกับอาร์เอส ช่วยเหลือเฮียฮ้อ (สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์) ปรับโครงสร้างธุรกิจอยู่พักหนึ่ง ซึ่งถ้าถามว่าแตกต่างจากงานเดิมหรือไม่ ก็อาจจะเรียกว่าไม่ห่างจากสายงานทางด้านการเงินมากนัก เพราะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา”
 

ทั้งนี้ หลายคนอาจจะพอนึกภาพออกว่า บริษัท อาร์ เอส โปรโมชั่น จำกัด นั้น มีชื่อเสียงในฐานะบริษัทสื่อ ความบันเทิง และค่ายศิลปินนักร้องเป็นหลัก แต่ก็มีการปรับธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโต ก้าวเข้าสู่ระดับบริษัทมหาชน การวางแผนทางด้านการเงินสำหรับการขยับไปสู่องค์กรระดับใหญ่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม คุณเนสก็ตัดสินใจที่จะกลับมาที่ บล. บัวหลวง เมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาดูแลสายงานสนับสนุนธุรกิจในช่วงที่หลักทรัพย์บัวหลวง ได้เข้าไปเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของสายงาน พร้อมความท้าทายใหม่ที่แตกต่างไปจากที่ผ่านมาอย่างไม่อาจเทียบได้

 บริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความเปิดโปร่งอย่าง ‘Flat’

“เหนื่อยนะครับ เหนื่อยเลย” คุณเนสตอบด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อถูกถามถึงวาระที่เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์บัวหลวง “เทียบกับตอนทำงานฝั่ง Support นั้น ก็เรียกว่าต่างกันเยอะ เพราะในขอบเขตธุรกิจที่ได้รับมอบหมาย ครอบคลุมทั้งธุรกิจหลักทรัพย์ เป็นเรื่องของการให้บริการทางการเงินโดยบุคลากรที่เป็นมืออาชีพ  เรื่องของคนค่อนข้างเยอะ และอีกส่วนจะเป็นการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ดังนั้นการบูรณาการระหว่างธุรกิจสองส่วนเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าและองค์กรจึงเป็นความเหนื่อยที่น่าท้าทาย”

แต่ทั้งนี้ คุณเนสก็ยังย้ำว่า ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสียของมัน “งานด้านต่างๆ ก็มีความท้าทายที่แตกต่างกันออกไป เช่น งานฝั่ง Support จะทำให้เราเห็น Flow ของทั้งบริษัทเลยว่ามีส่วนประกอบใดบ้าง งานในส่วนนี้ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กร ให้มีการบริหารจัดการ เพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการแข่งขันและสนับสนุนเพื่อให้มีการบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญสำหรับตัวเองคือ การผ่านงานในส่วนนี้ ทำให้เวลาไปรับผิดชอบงานในส่วนหน้าขององค์กร จึงทำให้มีความเข้าใจและประสานความร่วมมือระหว่างส่วนงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 
แต่เมื่อมารับตำแหน่งที่สูงขึ้นเช่นกรรมการผู้จัดการ ต้องดูแลคนในหน่วยงานระดับหลักร้อย รูปแบบการทำงานก็ต้องมีการปรับเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งคุณเนสเองก็มองว่า เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าต่อไปอย่างราบรื่น สามารถรับมือกับสภาวะผันผวน และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี   

“โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าอยากให้สภาพองค์กรของหลักทรัพย์บัวหลวงเป็นหน่วยงานที่ Flat มากๆ กล่าวคือ พยายามเข้าถึงทีมงานในหลายๆ ส่วนให้มาก เพราะตอนแรกเริ่มที่เข้ามารับงานด้านนี้ ผมแทบไม่มีประสบการณ์การทำงานเป็นนายหน้าหรือ Broker เลย เชื่อว่าความกังวลของทีมงานย่อมเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งสิ่งที่ผมขอร้องให้พนักงานทุกท่านช่วยผมเป็นอย่างแรกคือการเปิดใจ มีอะไรควรมีการพูดคุยกันตรงๆ เพื่อให้มีความชัดเจน และลดโอกาสในการมีข้อผิดพลาดทางด้านการสื่อสารภายในองค์กร เพราะผมมองว่าหากทุกคนเปิดใจรับรู้และรับฟังข้อมูลต่างๆ และกำหนดเป้าหมายและแนวคิดร่วมกัน ก็จะทำให้องค์กรเดินหน้าไปได้ และทุกคนก็จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข”  

 
เมื่อเราถามคุณเนสเกี่ยวกับนิยามของคำว่า ‘Flat’ ภายในองค์กรนั้นว่าเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำอธิบายที่เรียบง่าย แต่ครบถ้วนได้ใจความเป็นอย่างยิ่ง

 “สำหรับผม คำว่า Flat ในองค์กรคือการสร้างความเป็นกันเอง ให้มีความรู้สึกถึงความคิดกันได้ การเข้าถึงได้ เพื่อที่จะเป็นการหล่อหลอมทัศนคติและแนวคิดในการทำงานร่วมกัน เพราะในสภาวะองค์กรที่ต้องมีการทำงานร่วมกัน หากเราไม่เปิดใจรับฟังกัน การทำงานร่วมกันก็จะไม่สัมฤทธิ์ผล ดังนั้น ทุกคนจึงควรร่วมมือกัน แล้วมารอดูผลลัพธ์ร่วมกัน ผมเองก็พยายามรับฟังความคิดเห็นของทุกคนให้ทั่วถึง”

และคงจะด้วยความชำนาญที่สั่งสมเป็นประสบการณ์เกือบสิบปี บวกรวมกับความเปิดเผยอย่างจริงใจ มุ่งมั่นที่จะบริหารและดำเนินในแนวทางการปฏิบัติงานของสายงานค้าหลักทรัพย์ของคุณเนสเป็นแก่นสารเช่นนี้เอง ที่ทำให้บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ยังคงเป็นแถวหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทั้งหมด ก็อิงกับหลักการบริหารและวางแผนอย่างเป็นระบบ  

“ผมมองว่าเราต้องมีการวางแผนที่ดีในการทำงาน อย่างเช่น ผมก็จะทำแผนธุรกิจเพื่อไปขอคำแนะนำจากทางผู้ใหญ่ของบริษัท ว่ามุมมองของเราคืออะไร เราเห็นและตัดสินใจจะทำอย่างไรกับทิศทางของธุรกิจ ที่เหลือก็ลงมือปฏิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังนับว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้ใหญ่ในองค์กรได้เล็งเห็นถึงแนวทางการทำงานและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง”คุณเนส
กล่าวย้ำ


 มุมมองของผู้มีประสบการณ์ ต่อความเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยใหม่

แต่การอยู่ในสายงานด้านการเงิน โดยเฉพาะในธุรกิจหลักทรัพย์และการลงทุน ที่ต้องเผชิญกับความผันผวนเปลี่ยนแปลงต่อสภาวะการณ์ต่างๆ นั้น ดูจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณเนสมีความเข้าใจต่อความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนในยุคปัจจุบัน ซึ่งคุณเนสเองก็มองว่า ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงช่องทางการลงทุนได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังถือว่ามีอัตราส่วนที่ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับระดับสากล

“ในบ้านเรา คนที่รู้จักบริหารเงินออมด้วยการลงทุนในตลาดเงินตลาดทุน เทียบกับต่างประเทศก็ยังพบว่ามีสัดส่วนต่างอยู่มาก งานหลักของผมในฐานะที่ดูแลธุรกิจด้านการให้คำแนะนำกับผู้ลงทุน จึงถือว่าเป็นความท้าทายในยุคประเทศกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมชราภาพ การที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้กล้าที่จะบริหารเงินออมของตนเองให้สู้กับภาวะเงินเฟ้อ และการใช้จ่ายที่จะมีในอนาคต อาจทำให้อยู่ได้อย่างลำบาก ดังนั้น หลักทรัพย์บัวหลวงเราจึงมุ่งเน้นด้านการให้ความรู้กับผู้ลงทุน เพื่อให้รู้จักออมและลงทุนที่เหมาะสม” คุณเนสกล่าวอธิบายในประเด็นดังกล่าว
 

ต่อคำถามเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจระดับย่อย ทั้ง SME หรือ Start-Up ที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงในปัจจุบัน โดยคุณเนสได้ให้มุมมองที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

“ธุรกิจ Start-Up เป็นเรื่องที่น่าสนใจและควรให้การสนับสนุน แต่ที่น่าสนใจคือ มุมมองของผู้ประกอบการหลายแห่งอาจคาดหวังในการขยายฐานลูกค้า ระดมทุน ขยายกิจการ มากกว่าที่จะตอบคำถามว่าทำอย่างไรธุรกิจนั้นๆ จะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งประเด็นหลังเป็นเรื่องที่สำคัญต่อทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหม่หรือธุรกิจที่ดำเนินกันมายาวนาน ดังนั้นถ้าแนวคิดตั้งต้นไม่เหมาะสม ภาวะฟองสบู่ในธุรกิจเกิดใหม่เหล่านี้ก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพราะเนื้อหา และคุณค่าจะถูกมองข้าม หากทุกคนไปมุ่งสนใจจะที่มูลค่าเพียงอย่างเดียว”

คุณค่า…ดูจะเป็นสิ่งที่หาคำกำหนดนิยามได้ค่อนข้างยาก เพราะอาจจะขึ้นกับว่ามันถูกอ้างอิงจากสิ่งใด ซึ่งคุณเนสเองก็ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับคุณค่าไว้ได้อย่างน่าสนใจไม่น้อย

“สามารถอยู่รอดได้ ยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่สังคมและคนรอบตัว นั่นล่ะ คือคุณค่าในความเข้าใจของผม”
 

ชีวิตสบายๆ ของผู้บริหารธุรกิจหลักทรัพย์

แม้จะมีตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนในระดับสูง แต่เมื่อพ้นจากชั่วโมงทำงานไปแล้ว ชีวิตของคุณเนสกับคุณแก๊ป ภรรยา ก็ดูเรียบง่าย เป็นไปอย่างสบายๆ และมี ‘Balance’ ได้อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะความใส่ใจทางด้านสุขภาพ ที่คุณเนสเองก็มักใช้เวลาช่วงวันหยุด เพื่อปั่นจักรยาน วิ่ง ออกกำลังกาย ถึงระดับที่สามารถแข่งขันไตรกีฬาได้แม้วัยจะย่างเลขห้าแล้วก็ตามที
 

“จุดนี้ผมมักจะโดนคุณแก๊ป ภรรยาของผมเบรคว่ามักจะฮิตอะไรเป็นพักๆ” คุณเนสกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ โดยมีคุณแก๊ป ภรรยาสาวอยู่เคียงข้าง “อย่างช่วงนึงก็เล่นดนตรี เล่นเปียโน แต่ตอนนี้จะหันมาใส่ใจสุขภาพ เพราะพออายุมากขึ้น เรื่องนี้ก็จัดได้ว่ามีความสำคัญขึ้นมาในทันที หลายอย่างในร่างกายเราก็จะแย่ลง เลยคิดว่าออกกำลังกายดีกว่า รวมถึงผมตั้งปฏิญาณเอาไว้ว่า จะไม่ยอมอ้วนเด็ดขาด ซึ่งก็ทำให้เราได้กลับไปชักชวนเพื่อนซี้ กลุ่มนักเรียนเซนต์คาเบรียลมาร่วมออกกำลังกายด้วยกันอีก ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี พยายามให้ทุกอย่างลงตัว ทั้งการทำงาน และชีวิตครอบครัว อีกทั้งการออกกำลังกาย ยังให้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งสุขภาพ สมาธิ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมตกผลึกกับตัวเองได้ในช่วงที่ผ่านมานี้เอง” 
 

ชีวิตของคุณเนสและคุณแก๊ปนั้น ค่อนข้างเรียบง่าย ในวันธรรมดาที่คุณเนสออกไปทำงาน ส่วนคุณแก๊ปภรรยา ที่ทั้งสองได้พบกันตั้งแต่สมัยต่างคนต่างทำงานในสถาบันการเงินคนละแห่ง และแต่งงานร่วมชีวิตมาถึง 14 ปี ก็จะเปิดสอนเปียโนที่บ้าน ก่อนจะใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ร่วมกันอย่างสบายๆ ในยามบ่าย หรืออาจจะตามไปให้กำลังใจคุณเนสยามที่ไปแข่งขันไตรกีฬาบ้างเป็นครั้งคราว

“คือแก๊ปเขาจะกะเวลาว่าผมจะเข้ามาในเส้นชัยตอนไหน ตอนเช้าตรู่ก็จะตื่นมาอวยพรให้กำลังใจกันตั้งแต่เริ่มต้น แล้วไปเจอกันอีกทีที่นั่นเลย ซึ่งก็ค่อนข้างตรงเวลาพอสมควร” คุณเนสกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ดูจะเป็นภาพที่ขัดแย้งกับบทบาทของผู้บริหาร ของบริษัทหลักทรัพย์ใหญ่เช่นบัวหลวงอยู่ไม่น้อย เพราะมีความลงตัวทั้งการงาน และชีวิตครอบครัว ดูแข็งแรงสดใส และเปี่ยมไปด้วยพลัง และชัดเจนเมื่อเราถามถึงภาพของคุณเนสและภรรยาเมื่อถึงเวลาช่วงวัยเกษียณ ว่าจะเป็นไปในลักษณะใด คำตอบที่ได้ก็ยิ่งตอกย้ำสิ่งที่เราเห็นมากยิ่งๆ ขึ้นไป
 

“อืม ยังอีกนานนะ แม้ตอนนี้จะอายุ 46 ยังไม่ได้คิดเลย” คุณเนสกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะอย่างจริงใจ “ผมมองว่าเราต้องดู Cycle ธุรกิจประกอบกันด้วย ว่าถ้าธุรกิจเปลี่ยนไปรวดเร็วและเราเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาขององค์กร ก็ควรเปิดทางให้รุ่นใหม่เข้ามาจะดีกว่า แต่ตอนนี้ ยังไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น อาจจะทำงานอดิเรกเพิ่มเติมมั่งครับ นี่ก็มีอะไรให้ทำอยู่เยอะแยะมากมายเลย อย่างตอนนี้ ก็มีซีรีส์เกาหลีนะ ต้องดูพร้อมกับคุณแก๊ป ห้ามดูก่อนเชียว” คุณเนสกล่าวพลางหัวเราะ เป็นความลงตัว จนเราเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า นี่หรือไม่ ที่เป็นจุดสูงสุดของ ‘ความสำเร็จ’ ที่คนหนึ่งๆ ปรารถนาจะไปถึง ซึ่งคุณเนสและคุณแก๊ปภรรยาก็ทำให้เราประหลาดใจอีกครั้ง

“ผมว่าความสำเร็จของแต่ละคนนั้นมีนิยามที่แตกต่างกันไป หรือแม้แต่ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ก็ตาม” คุณเนสกล่าว พร้อมนิ่งไปพักหนึ่ง

“แต่สำหรับผม ผมว่าผมมองที่ความสุขเป็นหลักนะ และผมเองก็ตั้งระดับความสำเร็จไว้ค่อนข้างน้อย เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องดิ้นรนหรือเจ็บปวดอะไรมาก ถ้าถามผมว่าตอนนี้สำเร็จหรือยัง ผมว่าก็สำเร็จพอสมควร ส่วนใครที่ตั้ง Bar ความสำเร็จเอาไว้สูง ถ้ามีความสุข มีความมุ่งมั่น นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่สิ่งที่ต้องคิดคือถ้าเราฝืน ดิ้นรน กดดัน พอเราไปถึงจุดแห่งความสำเร็จ มันชวนให้มองย้อนกลับมานะ ว่ามันต้องแลกมาด้วยอะไรต่อมิอะไรมากมายเหลือเกิน บาดแผลเต็มตัว คือส่วนตัวผมไม่คิดว่าชีวิตมันไม่น่าจะรันทดขนาดนั้นรึเปล่า อย่างน้อยๆ ก็ควรจะมีความสุขในแต่ละย่างก้าว ก็ควรจะต้องเป็นเช่นนั้น”
 

 
 
เราเสร็จสิ้นการพูดคุยกับคุณเนสไปในท่ามกลางแสงแดดที่คล้อยไปบ่ายอ่อนๆ ค่อนไปทางเย็น ดูจะเป็นภาพที่แตกต่างจากสิ่งที่หลายคนคาดคิด เกี่ยวกับบทบาทและชีวิตของผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ผู้จริงจังในการทำงานเช่นคุณเนส บรรณรงค์ พิชญากร ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานด้านการเงินมาอย่างยาวนาน กับอีกด้านของชีวิตที่เรียบง่าย จนอาจจะไม่แตกต่างอะไรกับคนทั่วไป แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางแวดวงที่มีความผันผวน เปลี่ยนแปลง และรวดเร็วก็ตาม 

เราทิ้งท้ายการพูดคุยด้วยคำถามเกี่ยวกับเคล็ดลับในการนำพาชีวิตไปในทางที่ดีของคุณเนส ทั้งในด้านการทำงาน ด้านครอบครัว และการรับมือกับความแตกต่างไม่คุ้นเคยในตลอดระยะเวลาชีวิตที่ผ่านมา และเป็นอีกครั้ง ที่เราได้พบกับความเรียบง่าย อย่างคาดไม่ถึง
 

“ไม่ได้มีวิธีอะไรที่เป็นพิเศษนะครับ คือมองง่ายๆ ว่า วิธีที่จะแก้ไขความลำบากเหล่านี้ได้ ก็คือการลงมือทำ ลุยไปข้างหน้า และไม่หลีกหนีมัน แค่นั้นเองจริงๆ คือถ้าไม่รู้เรื่องใด ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่เฉยๆ ก็ต้องลุยกันสักตั้ง ชนมันเข้าไป ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ ก็กลายมาเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เช่น ถ้าเราอ่อนด้อยหรือไม่ทราบในจุดใด ก็ต้องลอง จะได้แก้ปัญหาได้ไปในตัว” คุณเนสกล่าวกับเราด้วยอารมณ์ที่เบิกบานเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งหลายครั้ง และหลายสิ่งในชีวิต ก็มักจะผ่านพ้นไปได้ ด้วยแนวคิดที่เรียบง่าย ไม่สลับซับซ้อนเช่นนี้เอง…

 

 


LastUpdate 15/08/2559 17:03:45 โดย : Admin

กลับหน้าข่าวเด่น
20-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555