นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ผู้นำเข้าขนมเค้กแบรนด์ Letao จากฮอกไกโด


“ความสำเร็จในการทำธุรกิจ ถ้าพาร์ตเนอร์ทั้งสองคน ตั้งใจเต็มร้อยที่จะพาไปด้วยกัน ไม่ย้อนกลับไปโทษกันทีหลัง ก้าวไปข้างหน้า เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา ไม่โทษกันและกัน ธุรกิจก็จะสามารถดำเนินไปได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน”

นับเป็นอีกครั้งที่ทีมงาน AC News ได้มีโอกาสสัมผัสแนวความคิดของคนรุ่นหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่พร้อมจะกระโจนสู่ธุรกิจส่วนตัว ในรูปแบบของตนเอง ทั้งจากความชอบและความตั้งใจที่มุ่งมั่น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หนุ่ม แบงค์ ขรรค์ชัย องคมงคล วัย 32 ปีและ สาว ดรีม ดลนภา ธรรมวัฒนะ วัย 34 ปีคู่พาร์ทเนอร์ที่กำลังเอ่ยถึงนี้ ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง 

มารู้จักกันเลยดีกว่า.... เรานัดกับบุคคลทั้งสองที่ร้านกาแฟ ใกล้กับช้อป letao  ธุรกิจนำเข้าชีสเค้กที่มีชื่อเสียงของเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น นามว่า Letao  ด้วยวัยเพียงสามสิบต้นๆ ของทั้งสองแต่เพราะเหตุใด เขาจึงสามารถนำความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ชีสเค้กที่มียอดขายไปทั่วโลก ตกลงใจให้เป็นตัวแทนนำเข้าเพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย 

คุณแบงค์ และคุณดรีม เพื่อนซี้ที่รู้จักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อเติบโตขึ้นต่างแยกย้ายกันไปร่ำเรียนตามที่ตนเองปรารถนา คุณแบงค์ จบปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์อาหาร จากมหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโทด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ระหว่างทำวิทยานิพนธ์ ปัจจุบันเป็น Marketing  Director บริษัท ดีบี กรุ๊ป จำกัด

คุณดรีม  สมัยยังเป็นเด็ก เธอร่ำเรียนชั้นประถมที่ สาธิต เกษตรฯ  จบไฮสคูลที่คอนเนคติกัต  สหรัฐอเมริกา และต่อปริญญาตรีที่ซานฟรานซิสโก หลังจากนั้นกลับมาเมืองไทย เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทจนจบด้านการตลาดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกำลังศึกษาต่อปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เช่นเดียวกับคุณแบงค์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น Managing Director บริษัท บีดี กรุ๊ป จำกัด และ Chief Marketing Officer  ที่ บอดี้โกลฟ 

.....ครอบครัวของหนุ่มแบงค์ ดำเนินธุรกิจในการทำโรงงานผลิตตุ๊กตา ซื้อคาแลคเตอร์ต่างๆ เช่น สนูปปี้ มิคกี้เม้าส์ มินนี่เดอะพูล เรียกว่าตุ๊กตาตัวไหนโด่งดัง ทางบริษัทของครอบครัวจะนำมาผลิตนานกว่ายี่สิบห้าปี หลังจากนั้นจึงขยายธุรกิจออกสู่ด้านอสังหาริมทรัพย์เมื่อสิบปีที่ผ่านมา โดยมีคอนโดมิเนียม หมู่บ้านนนทวดี ย่านสะพานพระรามห้า  บ้านกล้วยไทรน้อย ตั้งอยู่แถบสถานีรถไฟบางไผ่สายสีม่วง และเมื่อสี่ปีก่อนเข้าไปเทคโอเวอร์โรงแรมที่หัวหิน 

คุณแบงค์เริ่มเล่าให้ฟังว่า “แบงค์จบปริญญาโทมา 7 ปี ตอนนี้ศึกษาต่อปริญญาเอกที่ ม.เกษตรศาสตร์ เวลาที่มีก็ดูแลธุรกิจของครอบครัว  ส่วนที่มาทำธุรกิจนำเข้าชีสเค้กจากเมืองโอทารุ เกาะฮอกไกโด เพราะเป็นคนชอบทานชีสเค้ก ขณะที่พี่ดรีม พาร์ทเนอร์ ก็ชอบมากๆ เราสนิทกันตั้งแต่เด็กๆ พี่ดรีมเป็นญาติของเพื่อน ห่างกันก็ตอนพี่เขาไปเรียนที่เมืองนอก แต่กลับมาสนิทกันมากขึ้นอีกครั้ง ตอนเรียนปริญญาเอก 

ชีสเค้ก Letao ของเมืองโอทารุ เป็นขนมที่มีชื่อเสียงมาก เรียกว่าอยู่ในส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยว ที่ไกด์ชาวไทยจะจัดพานักท่องเที่ยวไปทานด้วย  ซึ่งเราก็คุยกันว่า จะนำเข้าสินค้านี้จากญี่ปุ่น ก็คุยกัน แชร์ไอเดียกัน จนได้ไปชิมที่ฮอกไกโดด้วยกัน ธุรกิจตัวนี้จึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นธุรกิจของเราสองคนที่ไม่ได้ทำกับที่บ้าน 

เมืองโอทารุเป็นเมืองเล็กๆ ที่ไกลออกมาจากฮอกไกโดราวครึ่งกิโลเมตร เป็นเมืองที่เงียบสงบ แต่สิ่งที่เห็นคือทุกหัวมุมของถนน จะมีเฟรนด์ไชน์ร้านนี้ ทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว เมื่อมาถึงเมืองนี้จะไม่พลาดการกินชีสเค้กของร้าน Letao ค่อนข้างโด่งดังมาก จริงๆ มีขายทั่วญี่ปุ่น แต่ร้านหลักๆจะอยู่ที่ฮอกไกโด และตามห้างดังๆของญี่ปุ่น ตามสนามบิน ถ้าใครเขียนพรีวิวในอินเตอร์เน็ตไปฮอกไกโดกินอะไร จะต้องมีร้านนี้แน่นอน อีกอย่างผมเองเป็นคนชอบกินของหวานแบบนี้อยู่แล้ว”

 ...... “ร้านนี้เกิดขึ้นจากการที่เราได้ไปชิม และชอบจริงๆ เหมือนกับเป็นการจุดประกายว่า ขนมนี้อร่อยจริงๆ ทำไมเราไม่นำเข้ามาจำหน่าย

ตัวชีสเค้กของที่นี่ เขามั่นใจว่า ทุกคนต้องมีความสุข เป็นชีสเค้กที่เขาผลิตและส่งออกไปทั่วโลกหลายล้านชิ้นมาก เฉพาะตัวนี้ ถือเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะความนุ่ม โดยชีสแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นแรกเป็นฐาน เป็นขนมปังอบ ชั้นที่สองเป็นครีมชีสสด เทลงไปแล้วนำไปแช่แข็งทันที ทำให้คล้ายกับเป็นกึ่งๆ ทานไอศกรีม รสชาติจึงไม่เหมือนคนอื่น และกว่าจะสามารถพัฒนาขนมชีสเค้กเพื่อแช่แข็งส่งออกได้ ต้องใช้เวลานานกว่าสามปี เพื่อให้รสชาติของสินค้ามีรสชาติเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น” คุณดรีมกล่าวขึ้น 

ขณะที่คุณแบงค์ เล่าต่อว่า “เมื่อเรากลับมาก็คุยกันว่าแบรนด์นี้น่าสนใจ พี่ดรีมก็ลองทำ Business Plan เข้าไปนำเสนอ บอกเขาถึงความตั้งใจว่าจะทำแบบไหน อย่างไร ต้องโชว์ศักยภาพของเรา เพื่อให้เขาเชื่อถือก่อน เนื่องจากมีบริษัทใหญ่ๆ ที่สนใจติดต่อเข้าไปหลายบริษัทและจากหลายประเทศ  ซึ่งญี่ปุ่นค่อนข้างเลือกบริษัทที่จะเป็นพาร์ทเนอร์กัน สิ่งที่เรานำเสนอคือ ความตั้งใจที่จะนำแบรนด์เข้ามาแล้ว จะไม่น้อยหน้าประเทศอื่น ตอนนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สาม ที่นำเข้าแบรนด์ Letao ประเทศแรกๆ มี ไต้หวัน เกาหลี เขาเห็นความตั้งใจของเรา” 

จากความตั้งใจและการบริหารงานแบบใกล้ชิดในทุกขั้นตอน ทำให้บริษัทของคนหนุ่มสาวคู่นี้ สามารถชนะใจเจ้าของแบรนด์ Letao เป็นตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าแต่เพียงผู้เดียว  

คุณดรีม เล่าว่า”จากความตั้งใจและการบริหารแบบใกล้ชิด ที่เราสองคนทำ เรียกว่ารู้ทุกอย่าง ไม่มีส่วนไหนที่จะพลาดสายตาไป ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ความเซนซิทีฟของการบริการ การดูแลพนักงาน ให้ลูกค้าได้รับความรู้สึกที่มีความสุข เป็นนโยบาย เป็นความเชื่อของบริษัทอยู่แล้ว ว่า ชีสเค้กของเขา เมื่อรับประทานแล้ว จะทำให้คนมีความสุข เป็นสโลแกนของ Letao”

 “ไปเซอร์เวย์ ทำรีเสริ์ช เรียกว่าใช้ทุกพลังที่เราเรียนมาและประสบการณ์ที่มีเป็นพื้นฐานเดิมจากครอบครัว ทำให้ค่อนข้างมั่นใจกับสินค้ามาก ศึกษากลุ่มลูกค้า ดูตลาด เป็นแบรนด์ที่ไม่มีใครเหมือนในรสชาติ รู้สึกแปลกใจว่า ทุกร้านมีขายชีสเค้ก แต่ไม่มียี่ห้อนี้ เมื่อชิมแล้วจะรู้ว่าชีสเค้กของที่อื่นและอีกหลายแบรนด์จะไม่มีรสชาติแบบนี้ ง” คุณดรีม กล่าวย้ำ  

คุณแบงค์เล่าต่อว่า “.....เมื่อทำรีเสิร์ชทุกอย่างแล้ว จึงนำเสนอ Business Plan เข้าไป หลังจากนั้นครึ่งปี จึงมีการนัด Meeting กัน เขาบินมาคุยกับเรา ถึงนโยบาย การผลักดันแบรนด์ จะเป็นอย่างไร แต่เพราะพี่ดรีม คุณพ่อเป็นผู้นำเข้าเสื้อผ้าบอดี้ โกลฟ์ บริษัทของพี่ดรีมมีความสามารถด้านรีเทลมาก มีบอดี้โกลฟอยู่ร้อยกว่าสาขาตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เจ้าของแบรนด์จากญี่ปุ่นน่าจะดูจากศักยภาพการทำรีเทลและการหาพื้นที่ ซึ่งแบรนด์นี้ในประเทศญี่ปุ่น ค่อนข้างอยู่ในระดับ ไฮเอน พรีเมี่ยมนิดๆ จึงต้องดูศักยภาพของการหาพื้นที่ ซึ่งตรงนี้น่าจะสื่อสารได้ว่า เราสองคนน่าจะบริหารแบรนด์ของเขาได้ดี “

กว่าหนึ่งปีของการทำรีเสิร์ช และติดต่อประสานงาน แบรนด์ Letao จากเกาะฮอกไกโด ก็เดินทางมาถึงประเทศไทย และวางจำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้าระดับหรูหรากลางเมือง สยามพารากอน และเอ็มควอเทียร์ ภายใต้การนำเข้าของบริษัท บีดี กรุ๊ป จำกัด

และเมื่อเราถามถึงกลุ่มเป้าหมายของการทำตลาด คุณแบงค์ บอกว่า “ด้วยความที่แบรนด์ค่อนข้าง Premium  ถ้าเทียบเป็นปิรามิด ก็ค่อนข้างอยู่ในระดับ Medium  แต่ถามว่า คนกินชีสเค้ก ใครก็กินได้ไม่จำเป็นต้องเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ถ้าพูดถึงกลุ่มก็ค่อนข้าง Premium  นิดหนึ่ง ราคาชีสเค้กอยู่ที่ 890 บาทต่อ 1 ปอนด์  ราคาไม่แตกต่างจากญี่ปุ่น  ไม่เหมือนกับที่บางคนหิ้วนำเข้ามาจำหน่ายราคาปอนด์ละ 1300 – 1400 บาท อยากให้คนไทยได้สัมผัสและรสลองรสชาติชีสเค้กที่อร่อยมากๆ เช่นเดียวกับที่เราเคยไปทานกันมาที่ฮอกไกโด เมื่อปีกว่าๆ” 

และเพราะเป็นสินค้าที่อยู่ในระดับ Premium    ปัจจุบันจึงมีจำหน่ายที่สยามพารากอน และเอ็มควอเทียร์ ซึ่งเป็นแหล่งการค้าสำคัญของไทย อีกทั้งยังเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต้องเข้ามาเยือน  และจะมีการขยายไปตามห้างสรรพสินค้าระดับบีบวกในแถบกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งเมืองท่องเที่ยวๆต่างๆ ในประเทศ 

คุณแบงก์ กล่าวว่า “ปัจจุบัน มีสินค้า 12 SKU มีกลุ่มชีสเค้ก ช็อคโกแลต คุ้กกี้ โรลล์เค้ก ซึ่งจำหน่ายผ่านเวปไซต์และเฟซบุ๊ค แต่ตัวที่ต้องแช่เย็นยังไม่มีการบริการส่ง เนื่องจากระบบโลจิสติกยังไม่เอื้ออำนวยในการส่งของเย็นไปตามต่างจังหวัด”

AC NEWS ซักถามถึงความเป็นมาของ คุณดรีม บ้าง  คุณดรีม เล่าว่า “ความที่คุณพ่อเป็นคนนำแบรนด์บอดี้ โกลฟเข้ามา และเครื่องดื่มแฟนต้าเข้ามาทำให้ดรีมสนใจด้านการตลาดมาก่อนแล้ว สมัยก่อนคุณพ่อเป็นคนจัดแฟนต้ายุวทูตรายแรก  และเมื่อนำบอดี้โกลฟเข้ามา ดรีมก็โตมากับการตลาด การสร้างแบรนด์ การทำรีเทล ตั้งแต่เด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ระหว่างที่คุณพ่อทำงาน ทำให้รู้สึกผูกพันกับงานด้านการตลาด   หลังเรียนปริญญาตรีจบก็ทำงาน สายงานการตลาดมาตลอด เรียนปริญญาโทก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยสายนี้เช่นกัน

ไม่เคยทำอะไรเกี่ยวกับอาหารมาก่อนเลย แต่ญาติๆ จะมีอาจารย์มัลลิกาที่ทำเรื่องร้านอาหาร ส่วนตัวเองแล้วไม่เคยเลย ทางครอบครัว  คุณพ่อก็อยู่ในวงการแฟชั่นมาตลอด 

แต่ด้วยความที่เป็นคนที่แสวงหาโอกาสอยู่เรื่อยๆ ก็เหมือนกับน้องแบงค์ บ้านแบงค์เองก็ค่อนข้างทำธุรกิจใหม่ๆ ตลอด เลยเห็นโอกาสตรงนี้ 

และเมื่อถามว่าทำธุรกิจในช่วงวัย 32 – 34  ไวไปหรือไม่ 

คุณแบงก์ กล่าวว่า “ด้วยวัยแค่นี้ กับการทำธุรกิจ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ไวมาก เดี๋ยวนี้คนเริ่มทำธุรกิจเองเร็ว  แต่เพราะผมมีภารกิจของทางบ้านพ่วงอยู่ จึงต้องพยายามจัดการงานที่บ้านให้สมดุลกันกับธุรกิจส่วนตัว 

..... มีบ้างนิดหน่อยที่ทางบ้านช่วยให้คำแนะนำ แต่การตัดสินใจทุกอย่าง ตัดสินใจกันเอง ซึ่งเกิดจากการศึกษากันตลอด ไม่ถือว่าทำธุรกิจเร็ว แต่โอกาสสามารถเกิดได้ตลอดเวลา ถ้าได้โอกาสก็ควรจะคว้าเอาไว้ อย่าปล่อยให้หลุดลอยไป 

สำหรับคำแนะนำของใครที่อยากทำธุรกิจ “ ดรีมมองว่า มีองค์ประกอบหลายๆอย่าง ต้องดูสินค้า ศักยภาพของสินค้า ทุกอย่างมีความสำคัญ  โดยเฉพาะโอกาสถ้ามีเมื่อไหร่อย่าปล่อยให้ลอยไป ถ้าไม่ลองทำก่อน จะไม่รู้เลยว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ถ้าคว้าไว้ มีแค่ว่า  50-50 ว่าจะดีหรือไม่ดี” 

และเมื่อถามทางคุณแบงค์บ้าง คุณแบงค์กล่าวว่า “ มีหลายส่วน ต้องทำในสิ่งที่ชอบด้วยบางคนเรียนมาอีกทางหนึ่งแต่ไม่ได้ทำในสิ่งที่เรียนมา อย่างบ้านเราสองคน อาจจะมีพื้นฐานการทำธุรกิจด้านอื่น แต่เข้ามาอยู่ในแบรนด์อุตสาหกรรมด้านอาหาร ก็ต้องมาจากสิ่งที่ชอบ จะทำให้มีแรงบันดาลใจในการทำอะไรสักอย่าง ถ้าค้นพบสิ่งที่เราชอบและอยากจะทำได้ สองคือ ต้องตั้งใจ การที่มีความตั้งใจทำอะไรสักอย่างหนึ่ง มันจะเห็นแนวทางของความสำเร็จได้ไม่น่าจะยาก แต่ตั้งใจนั้นจะต้องเต็มร้อยหรือมากกว่าร้อย ต้องใส่ให้สุด ถ้าไม่เต็มที่เหยาะแยะ ทำให้เราไม่รู้ว่าคำตอบข้างหน้าคืออะไร แต่เมื่อทำเต็มที่แล้วจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำไป”

การทำธุรกิจ ไม่ว่าจะทำธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ มักต้องประสบกับปัญหาที่หลากหลาย  โดยเฉพาะกับการทำงานกับการเป็นพาร์ทเนอร์ หลายคนต้องเลิกรากันไปเพราะเหตุผลของเพื่อนร่วมธุรกิจ 

คุณดรีม กล่าวว่า “....การทำธุรกิจคือปัญหา  จริงๆ ก็เหมือนกับการหาปัญหาใส่ตัว ไม่มี ธุรกิจไหน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ที่ไม่มีปัญหา  เราสองคนจะเปลี่ยนมุมมองให้เป็นบวก อะไรที่เป็นปัญหาจะคุยกันเสมอว่า ทุกอย่างมีทางออก และในทุกๆครั้ง จะแก้ปัญหาให้ผ่านไปได้ทุกที ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะทำธุรกิจ ต้องยอมรับว่า นั่นคือปัญหาและจะทำอย่างไรให้ผ่านไปได้ และหาทางเลือกที่ดีที่สุด แม้ทางเลือกนั้นอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีที่สุด 

พาร์ทเนอร์สำคัญมาก เหมือนคนแต่งงานกัน เหมือนการที่ญี่ปุ่นมองเราเหมือนกัน การที่เราเลือกพาร์ทเนอร์สักคนหนึ่งเหมือนคู่ชีวิต คือเลือกที่จะลงเรือลำเดียวกันแล้ว จะทำอะไร ต้องแก้ปัญหาไปด้วยกัน จะทุกข์จะสุขต้องเจอแน่นอน การเถียงกัน ไม่ได้เถียงเพื่อหวังร้าย ท้ายสุดก็ต้องเข้าใจกัน เหมือนคนเป็นคู่กัน

คุณแบงค์เสริมว่า”.... ต้องรู้จักยืดหยุ่น  เราใส่ความคิดไว้ตรงกลางแล้วแบออกมา มองข้อดีและข้อเสีย 

ไม่เอาตัวเองเป็นหลัก ต้องปรึกษากัน ซึ่งก่อนที่คิดจะมาทำธุรกิจร่วมกัน  ก็ต้องสกรีนตั้งแต่ต้นแล้วว่า คนๆ นั้นรู้จักยืดหยุ่นมั๊ย มองไปในทางเดียวกัน อยู่ด้วยกันได้ ถ้าไม่คลิกกันก็ทำงานด้วยกันยาก 

เพราะหลายๆคน บอกว่า เพื่อนทะเลาะกันเพราะทำธุรกิจร่วมกันมาเยอะแล้ว แต่ผมคิดว่า  ขึ้นอยู่กับเรา ต้อง ยอมรับในความคิดของกันและกัน”

คุณดรีมพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกล่าวว่า “ เราจะแบความคิดออกมาให้หมด  ที่สำคัญจะไม่เคยกลับไปมองอดีต  สิ่งที่ผ่านมาผิดแล้วมาโทษกันทีหลัง  ไม่อยากกลับไปจมปลักกับสิ่งที่ทำมา เพราะการตัดสินใจเกิดจากเราสองคนถ้าผิดพลาดก็ต้องยอมรับ ประสบการณ์คือการเรียนรู้ ทุกอย่างคือการเรียนรู้  แบรนด์นี้ถือเป็นแบรนด์แรกของเราสองคนที่ร่วมกันทำงาน” 

เราถามย้อนกลับไปที่เรื่องของการวางแผนด้านการตลาดกันต่อ “ภายในปีนี้ มีแพลนเปิดธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับเบเกอรี่ ภายใต้แบรนด์นี้ เพราะ บริษัทที่ญี่ปุ่นมีโรงงานที่เป็นอุตสาหกรรมที่ดีเยี่ยม แต่ตอนนี้ขายในเมืองฮอกไกโดอย่างเดียว ตรงนี้น่าจะมาจับกลุ่มที่แมสขึ้นได้ การที่จะทำให้จับลุ่มแมสได้ ต้องผลิตได้เอง เรื่อง สูตร ส่วนผสม ทั้งหมดจะมาจากญี่ปุ่นทั้งหมด เป็นเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่น 

จะเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้เรานำเข้าสินค้าที่เป็นซิกเนเจอร์ของเขา 12 ชนิด แต่หลังจากนี้จะทำโรงงานเพื่อผลิตเบเกอร์รี่สไตล์ญี่ปุ่น เป็นโพรดักส์ไลน์ที่แตกออกมาเป็นกลุ่มเบเกอรี่ 

มีแพลนจะเปิดอีกหลายสาขา ตอนนี้เลือกในใจ 4-5 สาขา ที่จะเพิ่ม ห้างปริมณฑลต่างๆ ช่องทางที่จะติดต่อคือFacebook  Fanpage : LeTAO Thailand การตลาด ใช้ social media marketing เยอะ และ Instagram  

“การนำเข้าของแช่แข็ง ต้องดู  อย. ดูระบบขนส่ง ต้องใช้ห้องเย็นที่มีคุณภาพ ที่สามารถเก็บเป็น ware House ของเรา ซึ่งพาร์ตเนอร์ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทญี่ปุ่น  มีความไว้วางใจในสินค้าที่จะคอนโทรลได้ 

ส่วนด้านแคมเปญ ที่ผ่านมามีโปรโมชั่นตลอดสำหรับลูกค้าที่ติดตามเฟซบุ้ค แต่ญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้ลดราคาสินค้า ทำได้คือมีการแจกของที่ระลึก พารากอนเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ลูกค้าของเลทาโอะ จึงหลากหลาย ทั้งญี่ปุ่น แขก ไทย ไต้หวัน เกาหลี 

และเมื่อถามถึงการสร้างแบรนด์ของตัวเอง คุณแบงค์กล่าวว่า “ เราคิดว่าไม่สร้างแบรนด์ในเร็วๆ นี้ การที่ญี่ป่นเลือกเราที่ให้ทำงานไปด้วยกัน ก็จะสร้างแบรนด์ตรงนี้ให้แข็งแรงที่สุด ไม่คิดว่าจะเปิดแบรนด์ที่ใกล้เคียง  

หลายบริษัทอาจลืมสิ่งนี้คือธรรมมาภิบาล คือถูก ผิด บางครั้งเราทำออกมาแล้ว ขายดีนี่ ทำได้ เพราะเรารู้แล้ว แต่สุดท้ายคือเรื่องของ คุณธรรม จริยธรรม ถ้าเราไม่สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ชื่อเสียงบริษัทก็จะเสีย” 

ด้วยเพราะสินค้าประเภทแฟชั่น กับ อาหาร มีการจัดการที่แตกต่างกัน ในมุมของคุณดรีมบอกว่า “ .... เราต้องการให้คนทั้งประเทศรู้จัก ญี่ปุ่นเองก็พยายามขยายไปตามไต้หวัน เกาหลี คิดว่า วันหนึ่งคงจะไม่ใช่แค่คนกรุงเทพฯที่รู้จัก ตอนนี้คนต่างจังหวัดรู้จักแล้ว ก็อยากให้เข้าถึงคนง่ายขึ้น  จะมีการวางแผนการตลาด การประชาสัมพันธ์ตอกย้ำไปเรื่อย 

การขยายสาขาก็สำคัญ จะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ดีขึ้น จริงๆ เรื่องการเติบโตไปในทุกจังหวัด หรือเป็นร้อยสาขาเหมือนบอดี้โกลฟ์ ก็สามารถทำได้ แต่ตอนนี้ต้องการให้ฐานแข็งแรงก่อน เพื่อควบคุมในทุกส่วน เราเพิ่งเปิดจุดจำหน่ายสินค้าได้ไม่ถึงหกเดือน ต้องค่อยเป็นค่อยไป 

ตอนนี้ขายในเมืองไทย ส่วนประเทศเพื่อนบ้านทางแถบเออีซี ก็มองไว้เหมือนกัน เพียงแต่ต้องดูพาร์ทเนอร์ ซึ่งตอนนี้ก็ดูๆอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้นๆ กระบวนการขนส่งสินค้ามีความเสถียรแค่ไหน เพราะอาหารแช่แข็งไม่เหมือนกับสินค้าอื่น เรื่องการควบคุณคุณภาพต้องมาก่อน”

คุยเรื่องธุรกิจกันมาพอสมควร อยากรับรู้เรื่องไลฟ์สไตล์ของทั้งคุณดรีมและคุณแบงค์บ้าง  

“ไลฟ์สไตล์ผมจะเน้นเรื่องกิน เวลาลงสื่อโซเชี่ยลจะติดตาม ใครไปทานอะไรที่ไหน อร่อย ทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ และก็มีดูหนังบ้าง 

ส่วนไลฟ์สไตล์ของคุณดรีม เธอกล่าวว่า “ดรีมเป็นคนไฮเปอร์ ทำอะไรหลายอย่างมาก คือ นอกจากอยากแสวงหาอะไรใหม่ๆ แล้วก็ออกกำลังกาย หากิจกรรมทำ ดูคอนเสิร์ต ฟังเพลง

เราสอบถามถึงวิธีคิด เกี่ยวกับการทำงาน การดำเนินธุรกิจ รวมทั้งวิสัยทัศน์ คุณแบงค์ บอกว่า “สมัยก่อน จะมองการดำเนินธุรกิจว่า ให้ทำในสิ่งที่ชอบ และรัก แต่เมื่อเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแบงค์เชื่อว่านั่นคือส่วนหนึ่ง เราต้องมองมากกว่าการชอบ ต้องดูความเป็นไปได้ของธุรกิจ ชอบอย่างเดียวไม่พอ 

ที่บ้านชอบลงทุนใหม่ๆ แต่มีความคิดที่ค่อนข้างโบราณ ต้องรอบคอบ อย่างทำชีสเค้กนี้ก็จะไปหาประสบการณ์สอบถามจากผู้รู้ ต้องอุดรอยรั่วธุรกิจตรงนี้ที่ไหน ต้องคิดเยอะ ชีสเค้ก แพงขนาดนี้ ขายใคร มีความเป็นไปได้แค่ไหน 

จะมีคำว่าเจ๊งไม่ได้ เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใหญ่ ต้องมั่นใจว่า สิ่งที่เรียนมา ต้องใช้ได้จริง เหมือนเป็นหน้าที่ที่จะทำให้ครอบครัวเชื่อมั่น ความสำเร็จในการทำธุรกิจ ต้องชื่นชอบและมุ่งมั่น” 

ทิ้งท้ายเป็นข้อคิดสำหรับผู้ที่ยังยึดติดว่า การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เป็นสิ่งที่น่ากลัวและไม่ควรทำ คุณดรีมบอกว่า”... ดรีมกับน้องแบงค์รู้จักกันมานานแล้ว ไม่คิดมาก คือ ที่บ้านก็บอกว่าจะดีเหรอ แต่เรามองว่าถ้าศึกษากันดีพอ ก็คิดว่าต้องทำให้มันไปได้ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ ต้องสุจริต มีจริยธรรมกับเพื่อนร่วมงานเมื่อไหร่คิดจะโกง มันจะทะเลาะกันทันที

หนึ่ง ต้องไว้ใจ เริ่มจากตัวเราก่อน ถ้าไม่ได้คิดที่จะเอาเปรียบอีกฝั่งหนึ่ง พูดง่ายๆ ไม่โกง ถ้าไม่มีจิตใจตรงนั้นก็จะไม่มีปัญหา สองคือต้องยืดหยุ่น ต้องรู้จักรับฟังเหตุผลของอีกฝั่งหนึ่งแล้วค่อยร่วมกันตัดสินใจไปในทางที่ดีที่สุด ต้องมีความมุ่งมั่นไปในทิศทางและจุดมุ่งหมายเดียวกัน  ถ้าพาร์ตเนอร์ทั้งสองคน ตั้งใจเต็มร้อยที่จะพาไปด้วยกัน ไม่ย้อนกลับไปโทษกันทีหลัง ไม่ look back ก้าวไปข้างหน้า เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา ไม่โทษกันและกัน ธุรกิจจะสามารถดำเนินไปได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน” 

“.....สำหรับแบงค์มองว่า ขึ้นอยู่กับการเลือกพาร์ตเนอร์ ถ้าเลือกถูกก็จะไปด้วยกันได้ ถ้าเช้าชามเย็นชามก็ไม่ได้ ต้องคลิกกันในระดับหนึ่งก่อนที่จะเลือกใครมาเป็นพาร์ตเนอร์ด้วย อีกมุมหนึ่งการมีพาร์ตเนอร์ที่ดี จะช่วยเสริม ช่วยคิดและให้ความรู้กับเราได้ ถ้าทำคนเดียว ทำได้ แต่แนวทางก็จะเดิมๆ และตัน

ถ้ามีพารตเนอร์มีความต่าง คิดต่าง ก็ทำให้ช่วยกันคิด  ประเด็นคือไม่ลองก็ไม่รู้ ถ้าผิดก็แค่ผิด อย่ากลัวที่จะล้ม บางทีช่วงหนึ่งเครียดก็จะบอกว่า ไม่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ก็ค่อยๆ แก้ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ต้องคิดบวก มองเห็นข้อดีกับพาร์ตเนอร์ อย่าไปฟังผู้หวังดี ที่มีอยู่เยอะแยะ อย่าฟังคนอื่น ต้องคุยกันเอง เปิดใจกันทุกเรื่องอย่าเก็บไปคิด หลังจากจบงานปุ๊บ เราคุยเล่นกันได้ปกติ ต้องแยกแยะให้ออก” 

เชื่อเหลือเกินว่า ...วันหนึ่งธุรกิจที่สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของความตั้งใจและเชื่อมั่นในกันและกันของทั้งสองคน จะบ่งบอกอนาคต บ่งบอกเส้นทางแห่งความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


LastUpdate 30/09/2559 17:02:17 โดย : Admin

กลับหน้าข่าวเด่น
19-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555