เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
QE3 ดันเงินบาทแข็งค่าทะลุ 30 บาท/ดอลล์


มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่เฟดประกาศออกมาล่าสุด  นับเป็น 1ใน 3 มาตรการที่เฟดได้ประกาศออกมาในการประชุมครั้งล่าสุด   โดยการออกมาตรการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นรอบที่ 3 มูลค่า 40,000  ล้านดอลลาร์ โดยไม่จำกัดระยะเวลา หรือ QE3  ครั้งนี้ในช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปี  แตกต่าง จาก QE1   และ QE2  ตรงที่ QE1  เฟดประกาศเข้าสินทรัพย์ที่มีปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เสียในภาคสถาบันการเงิน   ส่วน QE2  เฟดประกาศวงเงินที่แน่นอน เพื่อเข้าซื้อพันธบัตรในระยะยาวเพียงอย่างเดียว เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน  แต่สำหรับ QE3  ครั้งนี้ เฟดได้จำกัดการเข้าซื้อตราสารหนี้ที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน   และเฟดประกาศด้วยว่า   มาตรการผ่อนคลายทางการเงินนี้จะใช้เรื่อยไปอย่างไม่จำกัดจนกว่าภาวะการจ้างงานในสหรัฐจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  เนื่องจากปัจจุบันคนอเมริกันมีอัตราว่างงานสูงถึง 8.1 %

ขณะเดียวกัน เฟดยังได้ส่งสัญญาณไปถึงบรรดาธนาคาร, อุตสาหกรรม และผู้บริโภค ที่เก็บเงินไว้โดยไม่นำออกใช้จ่ายด้วยว่าจะไม่เกิดประโยชน์อันใด   เมื่อเฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ระดับต่ำมากที่ 0-0.25% อย่างนี้ไปจนถึงกลางปี 2558 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเฟดคาดหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว ก่อให้เกิดการจ้างงานและการใช้จ่ายในระดับที่จำเป็นต่อการพยุงตัวได้แล้ว


 

ซึ่งผลจากการออกมาตรการดังกล่าว  ในส่วนของไทย การประชุมคณะทำงาน 9 กระทรวงเพื่อติดตามวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปของรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สศช. และธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท.  ยอมรับว่า นโยบายการเงินล่าสุดของเฟดจะช่วยลดความเสี่ยงจากความถดถอยทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะเกิดจากปัญหา Fiscal Cliff รวมทั้งจะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้าได้ 

แต่QE3  จะส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง  ในขณะที่ราคาน้ำมันและราคาสินค้าในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น  ส่วนนัยต่อเศรษฐกิจไทย  แม้ว่าค่าเงินบาทจะปรับตัวแข็งค่าขึ้น แต่สศช.และธปท. ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการส่งออกของไทย  เนื่องจากการส่งออกของไทยไม่อ่อนไหวต่ออัตราแลกเปลี่ยนแต่จะอ่อนไหวต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเป็นหลัก 

แต่สำหรับมุมมองของภาคเอกชนอย่างศูนย์วิจัยกสิกรไทย   มองว่า ผลจากมาตรการQE3  จะทำให้ค่าเงินบาทในช่วงสิ้นปีนี้  มีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นไปแตะที่ระดับ 29.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ   หรือเฉลี่ยทั้งปีที่ 29.50-32.50 บาท/ดอลลาร์  และยังประเมินว่าการใช้ QE3 ทุก 5 แสนดอลลาร์ จะมีผลต่อเงินบาท upside 3%

หรือกระทั่งมุมมองของผู้ประกอบ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล  ที่ยอมรับว่า  การออก QE3  จะมีผลให้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทไทยมีทิศทางแข็งค่าขึ้นอีก ซึ่งผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ควรติดตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด  โดยเฉพาะเอสเอ็มอีภาคส่งออกต้องเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ

และยังคาดว่าในปี 2556   เศรษฐกิจโลกจะยังคงมีทิศทางชะลอตัวมากกว่าในปีนี้ (2555) ซึ่งจะมากหรือน้อยเพียงใดนั้น ต้องดูผลกระทบจากมาตรการ QE 3 และการดูแลเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (อียู) ว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ไม่ว่าผลกระทบจากQE3 ของสหรัฐจะทำให้ค่าเงินบาทเป็นอย่างไร  แต่ผู้ประกอบการไทยก็ต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนและการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นในเร็วๆนี้ 

 


LastUpdate 24/09/2555 02:12:22 โดย : Admin
21-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 21, 2019, 3:21 pm