เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ผู้ว่าธปท.ลั่นนโยบายการเงินต้องอิสระชี้เอาใจการเมืองอาจทำประเทศล่มจม


ธปท.ยันนโยบายการเงินเน้นเงินเฟ้อเหมาะสมภาวะเศรษฐกิจไทย สามารถฝ่ามรสุมมาได้กว่า 70 ปี  จัดหนักชี้การทำงานต้องมีอิสระปลอดการเมือง หากเอาใจใครทำเศรษฐกิจชาติล่มจม ทำอะไรไม่สัมฤทธิ์ผล

 นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวในงานสัมมนาวิชาการธนาคารแห่งประเทศไทย ประจำปี 2555 หัวข้อ "บทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง (Central Banking Amidst Global Changes)”ณ  ห้องบางกอกคอนเวนชั่น โรงแรมเซนทาราแกรนด์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2555 ว่า เศรษฐกิจไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วิกฤติซับไพรมในสหรัฐอเมริกา วิกฤตการเงินโลก และต่อเนื่องจนถึงวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรป โดยเป็นวิกฤติที่มีระดับความถี่มากขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ การใช้กรอบนโยบายการเงินของธปท.ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล คือการรักษาเสถียรภาพราคา เพราะการวางแผนธุรกิจ การตั้งราคาสินค้าและการวางแผนการออมจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากประชาชนไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า รายได้ที่ประมาณการไว้วันนี้จะไม่ถูกเงินเฟ้อหรือค่าเงินที่ด้อยถอยลงริดรอนไปในอนาคต และหากหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงินคือการหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ธปท.จึงจำเป็นต้องปรับกรอบนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเงิน และความเข้มแข็งของสถาบันการเงิน

โดยภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียปี 2540 ธปท.ได้ปรับปรุงกรอบนโยบายการเงินมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทำให้การดำเนินนโยบายของธปท.ต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและความผันผวนที่มีความรุนแรงขึ้นเทียบกับในอดีต เนื่องจากความผันผวนที่เกิดขึ้นนี้ จะถูกส่งต่อให้อัตราแลกเปลี่ยนต้องปรับตัว เช่น เงินทุนที่ไหลเข้าจะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งธปท.อาจเข้าดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ในกรณีที่เห็นว่าเกิดการเคลื่อนไหวที่บิดเบือนไปจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในปัจจุบันช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายทั้งด้านเป้าหมายนโยบาย และเครื่องมือนโยบาย ซึ่งจะต้องมีความผสมผสานเพื่อดูแลสมดุลของเศรษฐกิจระยะปานกลางและไม่มุ่งหวังเพียงรักษาเป้าหมายเงินเฟ้อในระยะสั้นเท่านั้น ทั้งเครื่องมือด้านอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน หรือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยป้องกันความไม่สมดุล ( macro prudential) ทำให้ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อที่ถือว่าต่ำและอยู่ในกรอบเป้าหมาย เศรษฐกิจไทยเติบโตในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และสามารถรับมือกับผลกระทบจากมรสุมทางเศรษฐกิจที่เข้ามาเป็นระลอก ทั้งความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ วิกฤตการณ์ทางการเมือง วิกฤตการเงินโลกที่ยืดเยื้อ หรือแม้กระทั่งอุทกภัยครั้งล่าสุดได้ค่อนข้างดี

นายประสาร กล่าวว่า การดำเนินงานของธปท.ไม่เพียงแต่จะต้องยึดมั่นในหลักการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของระบบเศรษฐกิจการเงินแล้วยังต้องอาศัยความมีอิสระในการดำเนินนโยบาย ซึ่งหมายถึงความสามารถของธนาคารกลางในการดำเนินงานตามพันธะกิจของตนอย่างอิสระภายใต้กรอบเป้าหมายร่วมกับภาครัฐ โดยความมีอิสระนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะหากธนาคารกลางจะต้องคำนึงถึงความพอใจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โอกาสที่จะคิดนโยบายใหญ่ๆ คิดอย่างมีกลยุทธ์ และหวังผลสัมฤทธิ์ในระยะยาวก็
จะน้อยลง จึงเป็นที่มาของหลักการทำงานของธนาคารกลางที่ต้องเป็นอิสระ ที่ทุก ๆ ประเทศให้การยอมรับ

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ควรตระหนักในการดำเนินงานของธนาคารกลาง คือความสำเร็จขององค์กรไม่สามารถประเมินได้จากผลกำไรหรือราคาหุ้น ที่กิจการของเอกชนมักใช้เป็นเครื่องสะท้อนผลประกอบการ หรือการชี้วัดความน่าเชื่อถือจากผู้ถือหุ้น หรือสาธารณชน เนื่องจากวัตถุประสงค์ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพโดยรวม มิใช่การดำเนินงานเพื่อแสวงหาผลกำไร และแม้ว่า ในปัจจุบัน นักวิเคราะห์เริ่มมีการให้คะแนนผลการดำเนินงานของธนาคารกลางต่างๆ ว่าสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้เพียงใด ซึ่งธปท.เองก็ไม่ได้รับการยกเว้น ดังนั้น เราจึงยึดมั่นในการสร้างคุณค่าของการดำเนินงานและความน่าเชื่อถือ ผ่านการดำเนินนโยบายด้วยความโปร่งใส มุ่งพัฒนาการสื่อสารถึงเป้าหมายของการดำเนินนโยบายอย่างชัดเจน ซึ่งผลข้างเคียงจากการดำเนินพันธะกิจหลักของธนาคารกลางก็คือ ต้นทุนในการดูแลเสถียรภาพที่ส่งผลต่องบดุลของธนาคารกลาง

ตลอดช่วง 70 ปีที่ผ่านมา ธปท.ได้เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินนโยบายเพื่อเศรษฐกิจไทย ได้รับทั้งการชื่นชม และบางครั้งก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดวิกฤตศรัทธาขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นการตอบรับในด้านใด ธปท.มุ่งมั่นที่จะปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และปฏิรูปการดำเนินงานให้เหมาะสมในการตอบสนองภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งเรียนรู้จากอดีต เพื่อใช้เป็นบทเรียนในการแก้ไขปรับปรุงและเดินหน้าปฏิรูปการทำงานต่อไป”ผู้ว่าธปท.กล่าว

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 ก.ย. 2555 เวลา : 14:18:07
23-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 23, 2019, 8:43 am