เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กสิกรไทยออกบทวิเคราะห์ เดือนสิงหาฯ สินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง ฉุดสภาพคล่องแบงก์ตึงตัวขึ้น


บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ " เดือน ส.ค.55 สินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง...นำเงินฝากรวมกับตั๋วแลกเงินส่งผลให้สภาพคล่องแบงก์ปรับลดลง"ระบุว่า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง  (เบื้องต้น) ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2555 เทียบกับสิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 พร้อมประเมินแนวโน้มสภาพคล่องในระยะถัดไป

 -ส.ค.2555 : สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ตึงตัวขึ้นเล็กน้อย...จากการเติบโตของสินเชื่อ ที่นำเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม

? สินเชื่อขยายตัวอย่างต่อเนื่อง...ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2555 ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย มีจำนวน 8.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.07 หมื่นล้านบาท จาก 8.085 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 (จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อทุกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลาง )  หรือเติบโตราวร้อยละ 15.08 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตของสินเชื่อดังกล่าวนั้น คาดว่าเป็นผลจากความต้องการเบิกใช้สินเชื่อของผู้ประกอบการทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรับมือกับการเร่งตัวขึ้นของต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาพลังงาน นอกเหนือไปจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อรายย่อย ที่นำโดยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

?  เงินฝากเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.80 แสนล้านบาท ... ส่วนตั๋วแลกเงินยังครบกำหนดอย่างต่อเนื่อง ด้านยอดเงินฝาก ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2555 มีจำนวน 8.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.80 แสนล้านบาท จาก 8.60 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 (ตามการเพิ่มขึ้นของเงินฝากในทุกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลาง) หรือเติบโตราวร้อยละ 23.48 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) ปรับลดลง 1.05 แสนล้านบาท จาก  9.29 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 มาที่ 8.24 แสนล้านบาท หรือหดตัวลงร้อยละ  48.20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  อันเป็นผลจากการครบกำหนดอย่างต่อเนื่องของตั๋วแลกเงิน และการปรับแนวทางการระดมเงินออมของธนาคารพาณิชย์ด้วยการหันมามุ่งเน้นการระดมเงินฝาก หลังจากการบังคับใช้เกณฑ์การนำส่งเงินสมทบใหม่ เพื่อบริหารจัดการหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯ (ที่กำหนดให้เก็บเงินสมทบบนฐานเงินให้กู้ยืม ตามรายละเอียดที่กำหนดด้วย) อย่างไรก็ดี เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว พบว่า มีจำนวน 9.60 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.49 หมื่นล้านบาท จากระดับ 9.53 ล้านล้านบาท ในเดือนกรกฎาคม 2555 หรือเติบโตราวร้อยละ 10.38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

? เมื่อพิจารณาสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่า สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยตึงตัวขึ้นเล็กน้อย อันเป็นผลจากการเติบโตของสินเชื่อที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม โดยสะท้อนให้เห็นผ่านอัตราส่วนต่างๆ

? อัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดย ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2555 อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 88.21 เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 88.05

? ทว่าสินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง  เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดย ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2555 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 2.45 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.42 หมื่นล้านบาท จาก 2.44 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 อันเป็นผลจากการปรับเพิ่มขึ้นของทุกองค์ประกอบ นำโดยการเพิ่มขึ้นเงินสด เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ)  และเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น ตามลำดับ ทั้งนี้ หากไม่รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิแล้ว สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ระดับ 2.31 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2555 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นกันจาก  2.30 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นในส่วสของทุนของบางธนาคาร

สรุปสภาพคล่อง 8 เดือนแรกของปี 2555: สภาพคล่องธนาคารพาณิชย์ไทยสะท้อนภาพที่ตึงตัวขึ้น...เมื่อพิจารณาผ่านอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากที่รวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม
 
? สินเชื่อและเงินฝากเพิ่มขึ้น ส่วนตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมปรับลดลง ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2555 เงินให้สินเชื่อสุทธิ เพิ่มขึ้น 6.32 แสนล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 8.39 จาก ณ สิ้นปี 2554 ขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้น 1.54 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.28 จาก ณ สิ้นปี 2554 ส่วนตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ลดลง 9.02 แสนล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2554

? สภาพคล่องในธนาคารพาณิชย์ไทยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2555 ยังสะท้อนภาพการตึงตัวขึ้น แม้ว่าสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ตามความหมายกว้าง จะปรับเพิ่มขึ้นราว 9.97 หมื่นล้านบาท จากระดับประมาณ 2.35 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2554 (ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของส่วนของทุนในบางธนาคาร) แต่เมื่อพิจารณาสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ผ่านด้านอัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากที่รวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) แล้ว พบว่า ยังให้ภาพที่สะท้อนการตึงตัวขึ้น โดยอัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 87.26 ณ สิ้นปี 2554 มาที่ระดับร้อยละ 88.21 ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2555 อันเป็นผลมาจากการลดลงของสภาพคล่องในช่วงไตรมาส 2/2555 เป็นหลัก

แนวโน้มสินเชื่อและเงินฝาก ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555: สินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ขณะที่ การแข่งขันระดมเงินฝากคงเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยจะยังอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการขยายตัวของสินเชื่อในช่วงท้ายปี โดยมีมุมมองต่อปัจจัยกดดันและปัจจัยสนับสนุนสภาพคล่องหลักๆ ดังนี้

ด้านสินเชื่อ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองว่า การขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 น่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยด้านฤดูกาลซึ่งความต้องการสินเชื่อมักจะเร่งตัวขึ้นในช่วงท้ายปี ทั้งจากความต้องการสินเชื่อของผู้ประกอบการ สำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการเร่งผลิต และความต้องการสินเชื่อเพื่อจับจ่ายใช้สอยของลูกค้ารายย่อยในช่วงเข้าสู่เทศกาลสำคัญๆ นอกเหนือไปจากความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ที่สอดล้อไปกับการทยอยส่งมอบรถยนต์ของผู้ประกอบการยานยนต์และการสิ้นสุดการขอเข้าร่วมโครงการมาตรการรถยนต์คันแรกของภาครัฐในช่วงสิ้นปี 2555 ขณะที่ เมื่อผนวกกับการแข่งขันนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงกลยุทธ์ทางการตลาดของแต่ละธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายสิ้นปีที่วางไว้และเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อแล้ว ก็คงจะเป็นแรงส่งสำคัญที่หนุนให้ภาพรวมสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 สามารถขยายตัวได้ในอัตราเลข 2 หลัก (แม้จะเป็นอัตราที่ชะลอลงจากร้อยละ 15.08 (Year-on-Year) ในเดือนสิงหาคม 2555)

ด้านเงินฝาก มองว่า การแข่งขันระดมเงินออมของธนาคารพาณิชย์ในช่วงเดือนกันยายน 2555 เพื่อดักเงินออมที่ครบกำหนดจากพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาลกว่า 2.06 แสนล้านบาทผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จูงใจนั้น คงมีส่วนช่วยหนุนสภาพคล่องของแต่ละธนาคารพาณิชย์ในช่วงสิ้นไตรมาส 3/2555 ให้มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่ มองไปในช่วงไตรมาส 4/2555 แรงกดดันด้านสภาพคล่องจากการขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ความต้องการระดมเงินจากภาครัฐและเอกชนที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการแข่งขันกับช่องทางการออมอื่นๆ โดยเฉพาะช่องทางการออมที่ตอบโจทย์สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี อาทิ กองทุนรวม LTF/RMF และประกันชีวิต คงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ยังต้องแข่งขันระดมเงินออมด้วยผลิตภัณฑ์ที่น่าดึงดูดใจอย่างต่อเนื่อง อันทำให้ท้ายที่สุดแล้ว สภาพคล่องจะไหลกลับสู่ระบบธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง และคงสนับสนุนให้ปริมาณสภาพคล่องในภาพรวมยังคงเพียงพอสำหรับรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4/2555
 
ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะอาจส่งผลให้ภาพสภาพคล่องแตกต่างไปจากที่ประเมินไว้ คงได้แก่ ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางขนาดใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 3 (QE 3) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เนื่องจากการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงินโลก คงจะส่งผลให้กระแสเงินทุนย้ายระหว่างประเทศยังมีโอกาสผันผวนสูง และมีแนวโน้มที่จะไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทย นอกจากนั้น ยังต้องติดตามแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากการใช้จ่ายภายในประเทศว่าจะมีความต่อเนื่องมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะความชัดเจนและการเบิกจ่ายวงเงินงบประมาณตามแผนการลงทุนของภาครัฐ ตลอดจนประเด็นคุณภาพหนี้ ท่ามกลางยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่สำคัญ

 

 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 ก.ย. 2555 เวลา : 18:49:54
29-01-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 29, 2020, 12:42 pm