เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ธปท. สรุปบทวิจัยนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการ ประจำปี 2555


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สรุปบทวิจัยนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการ ประจำปี 2555

Paper1 -หลักการและบทบาทของธนาคารกลาง (Economic Rationales of Central Banking)
Paper2 การดำเนินนโยบายการเงิน: เครื่องมือที่เหมาะสม
Paper 3 : เสถียรภาพระบบการเงิน: มิติใหม่ของธนาคารกลาง จากงานสัมมนาวิชาการของ ธปท. ประจำปี 2555 (BOT Symposium 2012)

 
-หลักการและบทบาทของธนาคารกลาง (Economic Rationales of Central Banking)

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน บทบาทหน้าที่หลักของธนาคารกลางยังคงเป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านเสถียรภาพการเงินจากการดูแลปริมาณเงินให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ และด้านเสถียรภาพสถาบันการเงินจากการเป็นผู้ให้กู้แหล่งสุดท้ายในยามที่สถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดคือการรักษาค่าของเงินให้มั่นคง โดยผ่านการรักษาเสถียรภาพทางด้านราคา เนื่องจากหากเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและรุนแรงจะส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว และสร้างความไม่เป็นธรรมในสังคมเพราะจะกระทบกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมากที่สุด

การบรรลุเป้าหมายข้างต้นขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางเป็นสำคัญ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อธนาคารกลางยึดมั่นในบทบาทหน้าที่ๆ ได้รับมอบหมาย และสามารถทำหน้าที่นั้นได้อย่างอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากภาครัฐและกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ ความเป็นอิสระดังกล่าวนี้ คือการแยกอำนาจการพิมพ์เงินกับอำนาจการใช้เงินออกจากกัน เพื่อดำรงไว้ซึ่งวินัยทางการเงิน โดยการศึกษาเชิงประจักษ์ ชี้ให้เห็นว่าธนาคารกลางที่มีความเป็นอิสระสามารถดูแลเงินเฟ้อได้ดี และเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ดี ความเป็นอิสระนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบธรรมาภิบาล ซึ่งได้แก่ “ความโปร่งใส” ของ
การเปิดเผยข้อมูลจนถึงกระบวนการตัดสินนโยบาย และ”ความรับผิดรับชอบ” ต่อผลของการดำเนินนโยบาย
โดยประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของธนาคารกลางได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การศึกษาเชิงประจักษ์ชี้ให้เห็นว่ากรอบธรรมาภิบาลจะช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินนโยบายและปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลางได้
ผู้วิจารณ์มีความเห็นสอดคล้องกับบทวิจัย โดยมีข้อเสนอแนะในด้านความท้าทายต่อธนาคารกลางภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงมากขึ้น ในเรื่องการประสานงานกันระหว่าง 1) การดำเนินนโยบายการเงินระหว่างประเทศ
2) การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังภายในประเทศ 3) การดำเนินนโยบายการเงิน นโยบายสถาบันการเงิน และนโยบายตลาดทุน ตลอดจน 4) ความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างบทบาทของผู้พัฒนาตลาดการเงิน

และบทบาทของการกำกับดูแลสถาบันการเงิน เพื่อก้าวข้ามความท้าทายดังกล่าว ธนาคารกลางต้องอาศัย 1) การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานเพื่อช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน 2) การเข้าใจกลไกต่างๆ ของระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้น และ 3) การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารต่อสาธารณชน นอกจากนั้น ธนาคารกลางควรดำเนินนโยบายที่ดูแลทั้งเสถียรภาพด้านราคาและระบบการเงินให้เหมาะสมสอดคล้องกัน รวมทั้งดำเนินนโยบายในเชิงรุกให้มากขึ้น


-การดำเนินนโยบายการเงิน: เครื่องมือที่เหมาะสม
 
ระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่มีความเชื่อมโยงสูงและซับซ้อนมากขึ้นทำให้การดำเนินนโยบายการเงินมีความท้าทายยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของการทบทวนความเหมาะสมของเครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงินของไทยในปัจจุบัน เพื่อดูแลให้ภาวะเศรษฐกิจและการเงินสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน
 
ในการดำเนินนโยบายการเงิน ธนาคารกลางทั่วโลกมีเป้าหมายหลักเดียวกัน คือ การรักษาเสถียรภาพด้านราคา  โดยความแตกต่างอยู่ที่การเลือกใช้เครื่องมือมากกว่ากรอบการดำเนินนโยบาย ซึ่งพบว่าประเทศที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหลัก ส่วนใหญ่สามารถผลิตและส่งออกสินค้าที่มีอำนาจในการตั้งราคา มีระบบการเงินที่ดี และมีภาครัฐที่เข้มแข็ง ขณะที่ในกลุ่มที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และเดนมาร์ค มีปัจจัยที่โน้มไปทางกลุ่มอัตราดอกเบี้ยมากกว่า  นอกจากปัจจัยแวดล้อมข้างต้น

การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมยังต้องคำนึงถึงคุณสมบัติสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ (1) ความสามารถในการควบคุมเครื่องมือและภาวะการเงิน (2) ความสามารถในการต้านกับวัฏจักรทางเศรษฐกิจ และ (3) ความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อ shocks

บทวิจัยนี้ชี้ว่า ประเทศที่ใช้อัตราดอกเบี้ยสามารถควบคุมภาวะการเงินทั้งในปัจจุบันและการคาดการณ์ได้ดี โดยการสื่อสารจะช่วยเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์ทิศทางของนโยบายระยะข้างหน้า ขณะที่ประเทศที่ใช้
อัตราแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นแบบคงที่ (เช่น ฮ่องกง) หรือ เคลื่อนไหวแบบมีเป้าหมาย (เช่น สิงคโปร์) ต่างมีข้อจำกัดในการควบคุมภาวะการเงิน จากการที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดโดยอัตราดอกเบี้ยของประเทศที่ผูกค่าเงิน และเงินทุนที่เคลื่อนย้ายอย่างเสรี 

สำหรับความสามารถในการต้านกับวัฏจักรทางเศรษฐกิจนั้น ประเทศที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนโดยรวมมีความผันผวนทางเศรษฐกิจมากกว่า เพราะการอิงนโยบายการเงินกับประเทศอื่นซึ่งมีวัฏจักรเศรษฐกิจที่แตกต่าง ทำให้ภาวะการเงินไม่สามารถต้านกับวัฏจักรทางเศรษฐกิจได้เท่ากับกลุ่มที่ใช้อัตราดอกเบี้ย 

นอกจากนี้ ประเทศที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหลักจะมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น ทำให้ลดทอนผลกระทบของ shocks ต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินได้ดี  จากการประเมินคุณสมบัติดังกล่าว สรุปได้ว่าอัตราดอกเบี้ยยังเป็นเครื่องมือหลักที่เหมาะสมในการดำเนินนโยบายการเงินของไทย สะท้อนจากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพทั้งในภาวะปกติและช่วงที่เกิดวิกฤต โดยเครื่องมือและแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินที่มีความยืดหยุ่นจะสามารถดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
 
ผู้วิจารณ์เห็นว่าเพื่อความสมบูรณ์ของบทวิจัยชิ้นนี้ ควรพิจารณาถึงปัจจัยในการประเมินความเหมาะสมของเครื่องมือเพิ่มเติม เช่น การอิงความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงินจากต่างประเทศ เพราะประเทศที่เลือกใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอาจขาดความน่าเชื่อถือ จึงจำเป็นต้องอิงนโยบายการเงินจากต่างประเทศผ่านอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้  การให้น้ำหนักกับปัจจัยต่าง ๆ ในการเลือกใช้เครื่องมือ นำไปสู่มุมมองที่แตกต่างกันในการดำเนินนโยบายการเงิน

สำหรับประเทศไทย การหันไปใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เหมาะสมนัก เพราะ (1) ไม่ได้พึ่งพาการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมากเท่าสิงคโปร์ และ (2) หากจะใช้เครื่องมือนี้อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการอื่นเสริมซึ่งมีต้นทุนสูง นอกจากนี้ จากประสบการณ์ต่างประเทศ การใช้อัตราดอกเบี้ยควบคู่กับการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่ยั่งยืน ส่วนหนึ่งจากผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของธนาคารกลาง อีกทั้ง ผู้วิจารณ์ยังให้ความเห็นว่าในการดำเนินนโยบายการเงิน ไทยควรให้ความสำคัญกับเป้าหมายระยะยาว เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

 -เสถียรภาพระบบการเงิน: มิติใหม่ของธนาคารกลาง

หลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ธนาคารกลางทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินมากขึ้น เนื่องจากบทเรียนจากวิกฤตนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวดี มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ และสถาบันการเงิน

ถูกกำกับดูแลตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากล แต่วิกฤตการเงินก็ยังเกิดขึ้นได้ และมีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระบบการเงินยุคนี้มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ธนาคารกลางในฐานะผู้รักษาเสถียรภาพระบบการเงินจึงมีบทบาทสำคัญ ทั้งในส่วนของการป้องกันวิกฤต (crisis prevention) และการจัดการกับวิกฤต (crisis management)

บทวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในช่วงวิกฤตการเงินโลกที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดมิติใหม่ของธนาคารกลางในการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินขึ้น โดยธนาคารกลางหลายแห่งมีการริเริ่มนำเครื่องมือซึ่งมีรูปแบบแตกต่างไปจากในอดีต (unconventional measures) มาใช้ในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังมีการขยายขอบเขตการเข้าช่วยเหลือไปยังสถาบันการเงินที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรง และนำไปสู่การปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่เป็นระบบ

มิติใหม่ในการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาได้นำไปสู่ความท้าทายของธนาคารกลางในระยะต่อไป ทั้งในด้านการป้องกันวิกฤตและการจัดการวิกฤต สำหรับความท้าทายในด้านการป้องกันวิกฤตประกอบด้วย 2 มิติหลัก คือ มิติใหม่ในด้านการประเมินความเสี่ยง (risk identification) ที่สำคัญ อาทิ การวัดและติดตามความเสี่ยงเชิงระบบที่แม่นยำและทันกาล และมิติใหม่ในด้านการกำหนดนโยบายที่เหมาะสม (policy issuance) กล่าวคือ

การประสานนโยบายด้านการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential policy) กับนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ความท้าทายด้านการจัดการวิกฤตนั้น ธนาคารกลางควรมีการกำหนดกรอบการให้ความช่วยเหลือแก่ระบบการเงินให้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีการจัดการกับวิกฤตการเงินอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีการรองรับความเสียหายที่ชัดเจน

ผู้วิจารณ์มีความเห็นว่าจุดเด่นของบทความนี้คือการศึกษาถึงประสบการณ์ของธนาคารกลางต่างประเทศใน

การรักษาเสถียรภาพระบบการเงินเป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี ผู้วิจารณ์บทความมีข้อเสนอแนะ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1) ภาพรวมของการศึกษา ควรศึกษาจากประสบการณ์วิกฤตการเงินของไทยให้มากขึ้น เนื่องจากบริบทของวิกฤตการเงินของประเทศที่กำลังพัฒนาอาจแตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้น บทความจึงควรวิเคราะห์เชิงนโยบายในกรณีของประเทศไทยเพิ่มเติม และควรศึกษาถึงเครื่องมือด้าน macroprudential ที่เหมาะสมต่อไป

2) ด้านการป้องกันวิกฤตการเงิน (crisis prevention) ควรเน้นการวิเคราะห์ว่าสถาบันการเงินใดมีความเสี่ยงเชิงระบบ และ 3) ด้านการจัดการวิกฤตการเงิน (crisis management) ควรเพิ่มเติมเรื่องความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาสภาพคล่องและปัญหาฐานะได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารกลางควรมีการสื่อสารด้านเสถียรภาพระบบการเงิน นอกเหนือจากการสื่อสารด้านเสถียรภาพทางราคาแก่สาธารณชน

 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 ก.ย. 2555 เวลา : 19:15:56
21-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 21, 2019, 3:23 pm