เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กสิกรไทยชี้ปัญหาศก.โลกกดดันส่งออกไทยโค้งท้าย-คาดทั้งปีโต3-7%


ทิศทางการหดตัวของการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2555 ตามที่กระทรวงพาณิชย์รายงานไปเมื่อวันที่ 25 กันยายนนั้น สะท้อนผลกระทบที่รุนแรงขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย (โดยเฉพาะคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยอย่างเช่นจีน ซึ่งทั้งภาคการผลิตและส่งออกของจีนต่างก็ได้รับผลกระทบมากขึ้นจากวิกฤตหนี้ยูโรโซน) ขณะที่ มูลค่าการนำเข้าที่ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน โดยเฉพาะการหดตัวของการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ก็เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า การส่งออกของไทยในระยะข้างหน้า อาจต้องเผชิญกับภาวะที่ยากลำบากมากขึ้นอีก ตามภาวะอุปสงค์จากต่างประเทศที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวขึ้นระยะอันใกล้นี้

กระนั้นก็ดี สถานการณ์การส่งออกของไทยดังกล่าว ยังคงไม่เปลี่ยนภาพไปจากมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยมากนัก ดังนั้น กรอบประมาณการสำหรับการส่งออกของไทยในปี 2555 ที่ร้อยละ 3.0-7.0 น่าจะยังคงสามารถรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะข้างหน้าได้ โดยคาดหวังว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในช่วงเดือนถัดๆ ไป อาจไม่ไถลลงไปแบบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยอาจมีอานิสงส์จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ ยางพารา ทองคำ และข้าว (ถ้ามีการทยอยส่งมอบข้าวตามสัญญาที่ได้ทำแบบรัฐต่อรัฐ) มาช่วยบรรเทาภาพด้านลบของความไม่แน่นอนในทิศทางเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยลงบางส่วน

ประเด็นสำคัญจากสถานการณ์การส่งออกของไทย และแนวโน้มในระยะข้างหน้า
? การส่งออกของไทยล่าสุดยังคงหดตัวมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ แม้ความอ่อนแอส่วนหนึ่งของตัวเลขดังกล่าว อาจสามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยเรื่องฐานการคำนวณเปรียบเทียบ โดยการส่งออกล่าสุดของไทย หดตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อีกร้อยละ 6.9 (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญยังคงหดตัวลง (หรือขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง) อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ รวมถึงสินค้าในหมวดเกษตร เช่น ข้าวและยางพารา ซึ่งได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยรุมเร้า ทั้งอุปสงค์จากต่างประเทศที่อ่อนแอ ปัญหาความสามารถทางการแข่งขัน และความไม่สมบูรณ์ของกำลังการผลิต
อย่างไรก็ดี การส่งออกทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างมากในเดือนสิงหาคม (ขยายตัวถึงร้อยละ 203.5 YoY โดยบันทึกมูลค่าที่ 1,170 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนส.ค. เทียบกับ 545 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนก.ค.) ก็มีส่วนช่วยทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยในภาพรวม สามารถยืนในระดับที่สูงกว่าเดือนก่อนหน้าได้เล็กน้อย ที่ 19,750 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนสิงหาคม จาก 19,544 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนกรกฎาคม 

? สัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกยังไม่ปรากฎ ทั้งนี้ แม้มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนล่าสุดจะไม่ไถลลง แต่หากประกอบภาพจากมิติด้านคู่ค้าของไทยเข้ามาร่วมพิจารณาแล้ว จะพบว่า “สถานการณ์การส่งออกของไทยยังคงไม่เปลี่ยนภาพไปจากเดิมที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินไว้ โดยจังหวะที่ค่อนข้างหยุดนิ่งของเส้นทางการฟื้นตัวของภาคการส่งออกยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วงท้ายๆ ไตรมาส 2/2555 โดยข้อสังเกตสำคัญประการหนึ่งก็คือ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของระดับการส่งออกในเดือนสิงหาคมนั้น ยังไม่ได้กระจายตัวลงไปสู่ตลาดส่งออกหลักและตลาดศักยภาพของไทย” ดังนั้น แนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2555 จึงไม่น่าจะสะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนออกมาได้มากนัก โดยสัญญาณที่เป็นเชิงบวกกว่านี้ ถูกคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2556
 
? แต่กระนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกในเดือนถัดๆ ไปของไทย อาจได้รับอานิสงส์จากบางปัจจัยให้สามารถยืนระดับ และ/หรือไม่ไถลลงแบบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยแม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะประเมินว่า การส่งออกสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภท (เช่น อิเล็กทรอนิกส์) ไม่น่าจะสามารถกลับสู่แนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจนได้ในช่วงเดือนที่เหลือของปี 2555 แต่ก็คาดว่า ภาพรวมของมูลค่าการส่งออกของไทยรายเดือนในช่วงเดือนถัดๆ ไป น่าจะมีแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์บางส่วนมาสมทบ อาทิ ยางพารา ที่คาดว่าจะมีการทยอยส่งมอบตามคำสั่งซื้อในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่ การทยอยส่งมอบข้าวตามสัญญาที่ได้ทำแบบรัฐต่อรัฐ ก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ซึ่งจะช่วยหนุนมูลค่าการส่งออกในช่วงเดือนท้ายๆ ของปี 2555 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตา การส่งออกทองคำ ซึ่งมักจะมีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นค่อนข้างมาก (ซึ่งล่าสุดในเดือนก.ย. 2555 ราคาทองคำเพิ่มถึงกว่าร้อยละ 4.0 และยังคงทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน)


ข้อมูลการส่งออกล่าสุด (รายงานโดยกระทรวงพาณิชย์)
            ** การส่งออกในเดือนสิงหาคม 2555 หดตัวลงมากกว่าที่คาด อีกร้อยละ 6.9 (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ต่อเนื่องจากที่หดตัวร้อยละ 4.5 (YoY) และร้อยละ 2.3 (YoY) ในเดือนกรกฎาคม และมิถุนายน ตามลำดับ อย่างไรก็ดี หากไม่นับรวมทองคำ การส่งออกของไทย จะหดตัวลงถึงร้อยละ 10.8 (YoY) ในเดือนสิงหาคม ต่อเนื่องจากที่หดตัวร้อยละ 2.4 ในเดือนกรกฎาคม
             ** การนำเข้าในเดือนสิงหาคม 2555 พลิกกลับมาหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนที่ร้อยละ 8.8 (YoY) จากที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 13.7 (YoY) ในเดือนกรกฎาคม โดยหากไม่นับรวมทองคำ อัตราการหดตัวของการนำเข้าจะลดลงมาที่ร้อยละ 3.8 (YoY) ในเดือนสิงหาคม
            ** ดุลการค้าในเดือนสิงหาคม 2555 ขาดดุลต่อเนื่องอีก 1.021 พันล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งนับเป็นยอดขาดดุลที่มากเกินกว่าระดับพันล้านดอลลาร์ฯ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อย่างไรก็ดี ดุลการค้าสุทธิที่ไม่นับรวมข้อมูลการค้าทองคำ จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.842 พันล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งนับเป็นยอดขาดดุลที่สูงที่สุดในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา 
 


บทสรุป และแนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2555 : มุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทย
 แม้ภาพด้านลบของทิศทางเศรษฐกิจต่างประเทศที่บ่งชี้ “สัญญาณอ่อนแอของภาคการส่งออกของไทย” จะเป็นสถานการณ์ที่รับรู้ไปแล้วในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่า สถิติการส่งออกล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2555 นั้น เป็นข้อมูลที่แย่กว่าที่นักวิเคราะห์หลายฝ่าย (รวมถึงศูนย์วิจัยกสิกรไทย) ได้คาดการณ์ไว้ ซึ่งตอกย้ำมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ประเมินว่า เส้นทางการฟื้นตัวของภาคการส่งออกของไทยในภาพรวมนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เร็วภายในปี 2555 แม้ความเป็นจริงในอีก 2 เดือนหลังจากนี้ อาจสะท้อนว่า การส่งออกไทยจะสามารถพลิกกลับมาบันทึกอัตราการเติบโตได้สูงเป็นตัวเลขสองหลักก็ตาม เพราะหากพิจารณาจากในมิติของมูลค่าการส่งออกรายเดือนแล้ว จะพบว่า ยังคงเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายที่จะทำให้มูลค่าการส่งออกกลับไปยืนเหนือระดับ 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือนเหมือนในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี 2554

จากสัญญาณที่อ่อนแอต่อเนื่องของภาคการส่งออกดังกล่าวข้างต้น ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การส่งออกของไทยน่าจะพลิกกลับไปหดตัวลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.0 (YoY) ในช่วงไตรมาสที่ 3/2555 จากที่ขยายตัวร้อยละ 2.0 (YoY) ในช่วงไตรมาส 2/2555 ที่ผ่านมา ขณะที่ ประเมินว่า กรอบคาดการณ์อัตราการเติบโตของการส่งออกในปี 2555 ที่ร้อยละ 3.0-7.0 น่าจะยังคงสมเหตุสมผล เนื่องจากสถานการณ์ในภาพรวมยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดการณ์ไว้มากนัก ขณะที่ ระดับการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์บางรายการ อาทิ ยางพารา ทองคำ และข้าว (ถ้ามีการทยอยส่งมอบข้าวตามสัญญาที่ได้ทำแบบรัฐต่อรัฐ) อาจช่วยบรรเทาทิศทางที่อ่อนแอของตลาดส่งออกสำคัญของไทยไว้ได้บ้างบางส่วน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตาม 2 ตัวแปรสำคัญที่น่าจะมีผลช่วยเร่งระยะเวลาการฟื้นตัวของภาคการส่งออก ได้แก่

? ทิศทางเศรษฐกิจจีน ที่น่าจะทยอยปรากฎสัญญาณในเชิงบวกบางส่วนออกมาในช่วงปลายปี 2555 ซึ่งหากจีนซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ก็น่าจะทำให้การฟื้นตัวของภาคการส่งออกไทยมีภาพที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าส่งออกประเภทวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง (อาทิ ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร) และสินค้าเกษตรบางรายการ (อาทิ ยางพารา และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง )
? สถานการณ์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลก ที่ถูกคาดหวังว่า อาจจะได้รับอานิสงส์ในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับมาตรการผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศแกนสำคัญของโลก โดยแรงหนุนทางด้านราคาของสินค้าส่งออกบางประเภทของไทยจากทิศทางในตลาดโลกนี้ น่าที่จะช่วยชดเชยแนวโน้มที่ไม่แน่นอนในส่วนที่เกิดจากมิติของสถานการณ์ด้านอุปสงค์จากประเทศคู่ค้า ทั้งในส่วนของตลาดกลุ่มประเทศ G-3 (สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น) และเอเชีย ลงไปได้บ้างบางส่วน 

 
ณ ขณะนี้ โจทย์สำหรับภาคการส่งออกของไทยมาจากหลากหลายด้าน ทั้งในแง่ของสัญญาณความอ่อนแอในตลาดส่งออกซึ่งปรากฎขึ้นพร้อมกันทั้งในตลาดหลัก (อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป) และตลาดศักยภาพ (อาทิ จีน และอาเซียน) ในขณะที่ การฟื้นตัวจากผลกระทบน้ำท่วมในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เวลาเกือบขวบปีในการกลับสู่ภาวะปกติโดยสมบูรณ์ รวมถึงโจทย์ความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าส่งออกบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสียเปรียบด้านต้นทุน และยากที่จะแข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง (อาทิ สินค้าที่ใช้แรงงานเป็นปัจจัยการผลิตหลัก และสินค้าเกษตร) ก็เป็นสภาวะแวดล้อมที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในภาคการส่งออกด้วยเช่นกัน
 
สำหรับทิศทางการส่งออกของไทยในปี 2556 นั้น แม้ในเวลานี้จะยังคงต้องใช้ความระมัดระวังในการประเมินสถานการณ์แนวโน้มตลาดส่งออกในช่วง 1 ปีข้างหน้า แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยก็คาดการณ์ในเบื้องต้นว่า การส่งออกของไทยในปี 2556 ยังคงมีโอกาสขยายตัวสูงเป็นตัวเลขสองหลักในกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปไม่ได้เผชิญกับภาวะไร้เสถียรภาพที่รุนแรงนอกเหนือการควบคุม

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 ก.ย. 2555 เวลา : 13:57:41
12-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 12, 2019, 5:46 pm