เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ตอนที่ 16 : จากคำถามและคำขอความช่วยเหลือเรื่องหนี้....หากตอบได้ว่าเป็นหนี้เพราะอะไรก็จะเจอคำตอบ


     ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ระหว่างฟังข่าวเรื่องพายุ เตรียมตัวเตรียมใจกับฝนที่จะตกทั่วกรุงนั้น ผมได้มีโอกาสเข้าไปอ่านคำถามและคำขอความช่วยเหลือเรื่องหนี้ที่ปรากฏในโลกออนไลน์ที่มีอยู่มากมายนั้น ผมขอนำเอาบางตัวอย่างที่น่าสนใจมายกป็นกรณีศึกษาดังนี้คือ มีลูกหนี้ท่านหนึ่งเขียนบรรยายความเป็นหนี้ของตัวเองดังนี้

• หนี้บัตรเครดิตธนาคารต่างประเทศวงเงิน 85,000 บาท บัตรเบิกเงินสด 1 ใบ วงเงิน 26,000 บาท ค้างเป็นงวดที่ 2 ยังไม่เคยประนอมหนี้
• บัตรเครดิตใบที่สามวงเงิน 45,000 บาท กำลังจะค้างเป็นงวดที่ 2 ยังไม่เคยประนอมหนี้
• บัตรเครดิตใบที่สี่วงเงิน 30,000 บาท บัตรเบิกเงินสด 1 ใบ วงเงิน 30,000 บาท กำลังจะค้างเป็นงวดที่ 2 ยังไม่เคยประนอมหนี้
• บัตรเครดิตของนอนแบงค์ใบที่ห้าวงเงิน 15,000 บาท สินเชื่อเงินกู้ 36,000 บาท ค้าง 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้
• บัตรกดเงินสดของนอนแบงค์ใบที่หกวงเงิน 82,000 บาท กำลังจะค้าง 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้
• บัตรกดเงินสดของบริษัทในเครือธนาคารใบที่เจ็ดวงเงิน 30,000 บาท ยังไม่ค้าง ยังไม่เคยประนอมหนี้
• สินเชื่อส่วนบุคคลวงเงิน 40,000 บาท ค้างชำระ 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้
• สินเชื่อโอนหนี้ 34,000 บาท ค้างชำระ 1 งวด ยังไม่เคยประนอมหนี้

เบื่อพวกทวงหนี้มากๆ ไม่ใช่อยากจะค้างชำระ แต่ตอนนี้ยังไม่มีจะให้ ช่วงนี้หมุนเงินไม่ทันจริงๆ กิจการก็เจ๊งอีก ยังมาเจอพิษเศรษฐกิจอีก โทรเข้ามือถือไม่ว่า โทรเข้าบริษัทอีก ทีนี้แหละจะโดนไล่ออกกันก็คราวนี้แหละ ถ้าโดนไล่ออก แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ รู้ว่าเป็นหนี้ก็ต้องใช้ ไม่คิดโกง อยากขอคำชี้แนะด้วยค่ะ พอจะมีวิธีไหนให้ฟ้องเร็วๆ  อยากจะจ้างทนาย ขอทราบค่าใช้จ่าย ถ้าไม่แพงมาก ก็อยากจะทำ

ผมได้อ่านคำถามของท่านผู้นี้แล้วสะท้อนใจเป็นอย่างยิ่ง จากข้อมูลน่าจะประมาณได้ว่าเป็นคนที่ทำงานกินเงินเดือนในบริษัทแต่ทำธุรกิจไปด้วย แล้วใช้เงินจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคลมาหมุน อยากเรียนว่ามันมีต้นทุนดอกเบี้ยครับ ถ้าบัตรเครดิตก็ 20% ถ้าสินเชื่อบุคคลก็ 28% ไม่นับว่าเกิดกรณีผิดนัดชำระหนี้ มีเบี้ยปรับ มีค่าติดตามทวงถามหนี้อีกพอสมควร การจะแก้ไขหนี้ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มว่า
• เอาหนี้ที่ก่อไปทำอะไรบ้าง ไปลงทุนทำอะไรไว้บ้าง ตอนนี้ที่ลงทุนไปมีอะไรเหลือบ้าง
• เคยรู้บ้างไหมว่าต้องเสียดอกเบี้ย 20%-28% แล้วไอ้ที่ทำอยู่กำไรเท่าไหร่
• จ้างคนไปดูแลธุรกิจ หรือทำเอง ถ้าทำเองไม่ถือว่าโกงเวลาที่บริษัทที่ตัวเองทำหรือ แล้วเคยไปติดตามดูแล ไปตรวจบัญชีรับ-จ่ายที่ลูกจ้าง (ที่เราจ้างไว้-ถ้ามี) หรือไม่
• เคยทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตัวเองหรือเปล่า ว่าเดือนๆ นั้นใช้จ่ายไปกับเรื่องอะไรบ้าง อันไหนควรจ่ายอันไหนไม่ควรจ่าย ใช้ชีวิตอย่างไร ใช้เงินกับการดำรงชีวิตอย่างไร ทานเหล้า สูบบุหรี่หรือไม่ เป็นต้น
การร้องขอให้ใครเขาช่วยคิด ช่วยแก้ไขหนี้ โดยเริ่มจากการจ้างทนายไปพูดจาเรื่องกฎหมายแค่เริ่มคิดก็ผิดแล้ว เราต้องยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองก่อน รู้ว่าผิดตรงไหน เราต้องเดินหน้าไปคุยกับเจ้าหนี้เอง ต้องกล้าครับ ตอนกู้ยังกล้า ตอนประนอมหนี้ก็ต้องกล้าครับ ใช้ความรู้สึกตอนเดียวกับที่จะได้เงินนั่นแหล่ะเขาเรียกว่า กล้าทำกล้ารับผิดชอบ จากนั้นรวบรวมสติและข้อมูลว่า หากเรามีรายรับ-รายจ่ายแล้วเหลือสุทธิเท่าใด หากทานเหล้าให้งดเหล้า หากสูบบุหรี่ให้เลิกบุหรี่ หากชอบคาราโอเกะให้เลิกให้หมด เหลือเท่าไหร่คือตัวที่จะเอาไปคุยกับเจ้าหนี้ ทุกปัญหาล้วนมีทางออก เราก่อเราต้องแก้ ไปจ้างเขามาแก้ ท้ายสุดนิสัยไม่เปลี่ยน รับรองได้ว่าจะมีเจ้าหนี้เพิ่มอีกหนึ่งรายคือทนายที่เราไปจ้างเขามานั่นเอง...ขอให้โชคดีครับ


สุรพล โอภาสเสถียร
ผู้จัดการใหญ่
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 ต.ค. 2555 เวลา : 16:45:16
21-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 21, 2019, 8:16 am