เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ตอนที่ 18 : น่าเสียดายหากไม่พูดถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย


หากจะไม่พูดถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยจาก 3% เป็น 2.75% คือลดลง 0.25% เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2555 โดยคะแนนเสียงของกรรมการ 5 ต่อ 2 แล้วคงจะเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆ เพราะการปรับลดดังกล่าวเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการคาดคิดของนักวิเคราะห์วิจัยจากสำนักต่างๆ ที่ระบุว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. น่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3% เช่นเดิม

เราลองมาดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่ได้มีการเปิดเผยมาแล้วระยะหนึ่่งที่ได้รวบรวมมาเสนอดังนี้

1. เศรษฐกิจของโลกไม่น่าจะสดใส และมีความไม่แน่นอนสูงมากในระยะเวลาต่อไปคือปี 2556 เนื่องจากสหรัฐอเมริกายังคงมีปัญหาการว่างงานที่สูงในระดับ 8% อย่างต่อเนื่อง จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ซึ่งจะใช่คนเดิมหรือเป็นผู้ท้าชิงก็ยังไม่รู้แจ้งชัด

ประการต่อมา คือ ความเสี่ยงด้านการคลัง ที่มาตรการการลดการขาดดุลงบประมาณ การยุติมาตรการทางภาษีที่มีการปรับลดมาแล้วระยะหนึ่งให้กลับยังที่เดิม หากยังว่างงานแบบนี้จะส่งผลต่อทิศทางของการเมืองพอสมควรแบบ "ค่อนข้างมาก" เศรษฐกิจของยุโรป คงจะมีปัญหาภายในแน่ๆ เหตุเพราะบางประเทศรัดเข็มขัดจนจะขาดใจตายจนมีการออกมาประท้วงมากขึ้นจะแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของตนเองโดยการขอความช่วยของประเทศอื่นๆ แบบเสียอิสรภาพในการตัดสินใจการบริหารบ้านเมืองของตนนั้น ผู้นำประเทศอย่างกรีซ อย่างสเปน อย่างอิตาลี ไม่รู้ว่าท่านเหล่านั้นจะคิดหาหนทางออกได้แล้วหรือยัง

2. ประเทศจีนมีการขยายตัวลดลง ยอดการส่งออกมีการเติบโตน้อยลง อันนี้ย่อมส่งผลกระทบมายังไทยไม่มากก็น้อย ธุรกิจการส่งออกหากมีปัญหาก็จะมีการลดกำลังการผลิต ลดลูกจ้างใช้คนเท่าที่จำเป็นหรือรักษาระดับอัตรากำลังไว้ไม่เพิ่ม-ไม่ลด ประเด็นนี้ทางการจีนมีการติดตามทุกวัน ประการสุดท้ายการส่งผ่านอำนาจของคนปัจจุบันไปยังผู้รับไม้ต่อในการนำพาประเทศจะราบรื่นและราบเรียบขนาดไหน

3. การใช้จ่ายและการลงทุนของไทยหลังน้ำท่วมมานี้ในปี 2555 ก็ต้องยอมรับว่าภาครัฐเอาเงินมาทุ่มแบบหมดหน้าตักเหมือนกันแต่การใช้จ่ายเพื่อการซ่อมสร้าง บ้านหลังแรก รถคันแรก ทำให้การซื้อการขายสินค้าบริการระหว่างกันมีมากขึ้น หากแต่ปี 2556 คาดการณ์กันว่ามันจะไม่เป็นแบบที่ดีนัก ตัวเลขที่คณะกรรมการระบุ คือ เศรษฐกิจไทยโตประมาณ 5.7% ปีนี้ ปีหน้าจะเป็น 4.6% ลดลงจากครั้งก่อนที่ระบุไว้ 4.7% เป็น 4.6% การลงทุนของภาครัฐที่ทำกันอยู่นี้ เงินที่เอามาทำมาตรการนั้นไปกู้เขามานะครับ ปีหน้า 2556 เห็นว่าจะมีการกู้อีก 2.2 ล้านล้านบาท มาทำโครงการด้านการขนส่ง

ความเสี่ยงของประเทศจากการที่มีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะจัดการได้ในเวลานี้ ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญต่อไป เพราะเวลาไหลออกไม่มีใครรู้ หากออกมากและรวดเร็วจะส่งผลมากมายมหาศาล การลดดอกเบี้ยจะเป็นมาตรการชะลอการไม่ให้เงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาแบบบ้าเลือด

"การลดดอกเบี้ย" เป็นการส่งสัญญาณว่าต้องระวัง เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนนะ ต้องตระเตรียมกระสุนกันไว้ให้มากพอ สภาพคล่องให้มากเข้าไว้ ใครที่มีความพร้อมในการลงทุนก็สามารถทำได้ เพราะดอกเบี้ยถูกลงแต่อย่าได้ชะล่าใจเด็ดขาด เพราะในอนาคตนั้นมันจะไม่สดใสแน่ๆ หากปัญหาทั้งหลายทั้งปวงยังไม่มีอะไรจบสักอย่าง ฝั่งธนาคารพาณิชย์ต่างมีการประชุมปรับลดดอกเบี้ยและคงจะมีการทยอยแจ้งเพิ่มกับลูกค้าต่อไป ขณะเดียวกันการเติบโตสินเชื่อที่อยู่ในระดับ 14-15% ของปีนี้นั้น ก็ต้องไม่นิ่งนอนใจ ครัวเรือนต้องผ่อนได้จึงจะขอสินเชื่อใหม่ สินเชื่อที่เพิ่มส่วนใหญ่ต้องไม่ใช่เพื่อการบริโภคมากนัก การวางแผนปีหน้าจึงต้องให้รอบคอบรัดกุมมากกว่าเดิม

สุรพล โอภาสเสถียร
ผู้จัดการใหญ่
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด


LastUpdate 23/10/2555 04:43:39 โดย : Admin
30-09-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 30, 2020, 2:21 am