เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ตอนที่ 19 : บทความในวันนี้ที่ขึ้นต้นว่า เมื่อบัญชีสินเชื่อเราถูกขายให้กับธุรกิจรับซื้อหนี้และตามหนี้...สิ่งที่เราควรรู้


เหตุที่ผมให้ความสนใจและต้องการสื่อสารกับท่านผู้เป็นเจ้าของบัญชีสินเชื่อทั้งหลายที่บัญชีสินเชื่อของท่านได้ถูกขายออกไปยังบุคคลอื่นที่ทำธุรกิจการบริหารสินทรัพย์ Asset Management Company หรือธุรกิจที่รับซื้อหนี้เอามาบริหาร สิ่งที่ท่านผู้อ่านควรต้องทราบและเตรียมตัวไว้สำหรับการติดต่อ เจรจาต่อรองในกรณีที่ท่านอาจได้รับผลกระทบมาจากการดำเนินการของผู้ที่รับซื้อหนี้หรืออย่างน้อยที่สุดท่านก็ต้องตั้งหลักให้ดีกับการสื่อสารระหว่างกันว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรใช่อะไรไม่ใช่ อะไรจะมาเกี่ยวกับประวัติด้านสินเชื่อของเราที่มีอยู่ในเครดิตบูโร มันมีผลบวกผลลบอย่างไร เป็นต้น


1. ถ้าท่านเป็นลูกหนี้ที่มีการชำระหนี้เป็นปกติ ไม่มีการค้างชำระในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหนี้ในบัญชีสินเชื่อของท่าน เช่น ท่านมีบัตรเครดิตกับ ธนาคาร A ผ่อนชำระขั้นต่ำดีมาโดยตลอด ต่อมาธนาคาร A ได้ตัดสินใจขายธุรกิจบัตรเครดิตให้กับ ธนาคาร B บัญชีสินเชื่อบัตรเครดิตของท่านจะโอนมาเป็นบัญชีสินเชื่อของธนาคาร B เรียกว่าการโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีสินเชื่อจากธนาคาร A มายังธนาคาร B


ถามต่อว่าสิทธิเรียกร้องอะไรที่โอนกัน คำตอบคือสิทธิเรียกร้องที่จะให้ท่านชำระหนี้ในบัญชีบัตรเครดิตที่ท่านเคยมีอยู่กับธนาคาร A ได้ย้ายมาเป็นของธนาคาร B ต่อไปถ้าท่านมีหนี้ในบัตรเครดิตท่านก็ต้องไปชำระหนี้กับธนาคาร B ทางด้านข้อมูลในเครดิตบูโรจะเป็นดังนี้


ในเดือนที่มีการซื้อขายและโอนสิทธิเรียกร้องกันระหว่างสองธนาคาร บัญชีสินเชื่อบัตรเครดิตที่ท่านมีกับธนาคาร A จะมียอดคงค้างเป็นศูนย์เพราะธนาคาร B ได้จ่ายเงินซื้อหนี้ของท่านไปแล้ว รหัสสถานะบัญชีนี้จะเป็น 42 โอนหรือขายหนี้ ขณะเดียวกันบัญชีสินเชื่อบัตรเครดิตที่เกิดใหม่ในประวัติของท่านก็จะโผล่เข้ามาโดยท่านจะเป็นลูกหนี้บัตรเครดิตของธนาคาร B รหัสสถานะบัญชีใหม่จะแสดงว่า 10 ปกติ ทั้งนี้เพราะท่านผ่อนชำระหนี้ดีไม่มีปัญหา


2. ถ้าท่านเป็นลูกหนี้ที่ค้างชำระ คือ ไม่ได้จ่ายหนี้กับเจ้าหนี้ปัจจุบันเป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะเหตุผลใดๆ ก็ตาม เมื่อมีการขายหนี้ของท่านในบัญชีที่ท่านมีอยู่กับธนาคารปัจจุบันไปยังธุรกิจติดตามหนี้หรือที่เรียกให้สวยก็คือธุรกิจบริหารจัดการหนี้ เช่น ท่านเป็นหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตกับบริษัทบัตรเครดิตต่างประเทศแห่งหนึ่งคือบริษัท J ท่านค้างชำระไม่ได้จ่ายหนี้ ติดค้างมาเป็นเวลานานยึดคติ ไม่กลัว ไม่มี ไม่หนี ไม่คืน อยากได้ไปฟ้องเอา ต่อมาบริษัท J ได้ตัดสินใจขายหนี้บัญชีนี้ไปให้กิจการอื่นที่ทำธุรกิจตามหนี้บริหารหนี้ไทยชื่อ บริษัทตามหนี้ MT แบบขายขาดไปเลย ข้อมูลในเครดิตบูโรของท่านที่มีอยู่กับบริษัท J ที่เป็นสมาชิกกับเครดิตบูโรก็จะเป็นว่า บัญชีสินเชื่อบัตรเครดิตที่ท่านมีกับบริษัท J จะมียอดคงค้างเป็นศูนย์เพราะบริษัทตามหนี้ MT ได้จ่ายเงินซื้อหนี้ของท่านไปแล้วและในส่วนของบริษัทตามหนี้ MT เพราะเขาไม่ได้เป็นสมาชิกเครดิตบูโร ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ส่งข้อมูลของท่านมาที่เครดิตบูโร บริษัทตามหนี้ MT จะมีหนังสือแจ้งหนี้ที่เขามีสิทธิเรียกร้องมายังท่านพร้อมกับแจ้งให้ท่านชำระหนี้ ไม่อย่างนั้นก็จะดำเนินการทางกฎหมายพร้อมกับมีข้อเสนอให้ท่านชำระ เช่น หากชำระ 70% ของหนี้ก็จะถือว่าท่านได้ชำระหนี้หมดไปทั้งหมด เป็นต้น ในหนังสือเขาจะระบุว่าท่านจะติดต่อใครได้บ้างพร้อมเบอร์โทรติดต่อ เมื่อท่านติดต่อไปเขาก็จะมีข้อเสนอให้มีการจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่อาจน้อยกว่าหนี้ทั้งจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ท่านชำระ หากท่านตกลงชำระเขาก็จะออกหนังสือรับรองการชำระะให้กับท่านเป็นหลักฐานว่าหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตนั้นหมดไป และจะไม่มีการติดตามทวงถามจากท่านอีกต่อไป บริษัทตามหนี้ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำให้ท่านเอาหนังสือฉบับนี้มาที่เครดิตบูโรเพื่อแสดงสถานะปัจจุบันและขอให้เครดิตบูโรบันทึกไว้ ทางเครดิตบูโรจะบันทึกข้อมูลไว้เหนือบัญชีสินเชื่อบัตรเครดิตที่ท่านเคยมีกับบริษัท J ว่าท่านได้ชำระหนี้ในบัญชีนี้กับบริษัทติดตามหนี้ MT ที่เป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องเรียบร้อยแล้ว ท่านไม่ได้มีหนี้ในบัญชีดังกล่าวแล้วอีกต่อไปตามข้อเท็จจริง

3. หากเป็นไปตามข้อ 1 หรือ 2 ก็จะไม่มีปัญหาเพราะตรงไปตรงมา ประเด็นมันคือหากบริษัทที่รับโอนหนี้มาใช้ข้อความในการสื่อสารเพื่อชักจูง ข่มขู่ หรือข้อความที่เป็นเท็จว่า หากท่านชำระหนี้ที่ค้างให้กับเขาแล้ว ท่านสามารถเอาเอกสารที่ทางเขาออกให้ว่ามีการชำระหนี้เสร็จสิ้นไปทำการลบ ไปทำการปรับ ไปทำการปลด สิ่งที่เรียกว่าแบล็คลิสต์ บัญชีดำ บัญชีที่ค้างกับเครดิตบูโร เพื่อให้ประวัติหายไป ลบออกไป ใครจะได้ไม่เห็น บางรายยุส่งว่าสามารถไปก่อหนี้ใหม่ได้เพราะไม่มีใครเห็นประวัติค้างชำระในอดีตอีกแล้ว อย่างนี้ถือว่าโกหกหลอกลวงเพราะ ประการแรกที่เครดิตบูโรไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแบล็คลิสต์ เรามีแต่ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาตามจริง การลบหรือเปลี่ยนแปลงประวัติทำไม่ได้ ประการที่สองประวัติจะอยู่ในเครดิตบูโรตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเมื่อครบกำหนดก็จะลบออกไปอัตโนมัติ หากมีการชำระหนี้ค้างและนำเอาเอกสารมาทางเครดิตบูโรก็จะดำเนินการแบบข้อ 2 ข้างต้น คือ เครดิตบูโรจะบันทึกข้อมูลไว้เหนือบัญชีสินเชื่อบัตรเครดิตที่ได้มีการโอนขายไปว่าท่านได้ชำระหนี้ในบัญชีนี้กับบริษัทติดตามหนี้ที่เป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องเรียบร้อยแล้ว ท่านไม่ได้มีหนี้ในบัญชีดังกล่าวแล้วตามข้อเท็จจริง จะไม่มีการลบ ปลด ปรับอะไรทั้งสิ้น ใครหลอกท่านแบบนั้น ท่านแจ้งมาที่ผม พร้อมรายละเอียดนะครับว่า ใครคนนั้นที่แจ้งท่านชื่ออะไร นามสกุลอะไร ตำแหน่ง ชื่อบริษัทตามหนี้ เอกสารหลักฐาน เทปบันทึกเสียงการเจรจา หรือภาพถ่าย ทางโทรศัพท์หมายเลข 02-612-5899 โดยผมจะดำเนินการจัดการกับคนที่หลอกลวงท่านตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ในอนาคตหรือในปีหน้าผมจะเปิดตู้ ปณ. ให้ท่านนำส่งข้อมูลมาให้นะครับ เพราะเครดิตบูโรจะไม่ยอมให้ใครเอาชื่อเครดิตบูโรไปเป็นเครื่องมือหลอกลวง ข่มขู่ผู้คนในสังคมไทยอีกต่อไปครับ


สุรพล โอภาสเสถียร

ผู้จัดการใหญ่

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ต.ค. 2555 เวลา : 13:20:30
29-01-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 29, 2020, 12:54 pm