เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
คำถามยอดฮิตเรื่องปลดล้มเท่ากับปลดหนี้ จริงหรือ


 

วันนี้ผมตั้งใจเขียนบทความเกี่ยวกับข้อคำถาม ข้อสงสัยของผู้คนที่เข้าสัมมนาในงาน Thailand Smart Money เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555 เพราะเหตุว่าเรื่องดังกล่าวนี้เป็นที่สนอกสนใจ และเริ่มมีปริมาณมากขึ้นเห็นได้จากมีการถามและมีการส่งเรื่องมาที่เครดิตบูโรมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัดครับ คำถามนั้นมีอยู่ว่า "หากผมหรือดิฉันได้รับการปลดล้มละลายแล้ว จะมีชื่ออยู่ในเครดิตบูโรอีกไหม หากมีจะอยู่นานเท่าใด จะกู้เงินได้ไหม เพราะอยากเริ่มต้นอีกครั้ง"

ก่อนไปที่คำตอบผมขอเรียนขั้นตอนแบบง่ายๆ บ้านๆ ชาวบ้านเข้าใจ ไม่ต้องใช้เทคนิคกฎหมายอะไรมาว่า
กันอย่างนี้นะครับ

1. เหตุที่กลายเป็นบุคคลล้มละลายโดยทั่วไปคือ ไปเป็นหนี้กับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ต่อมาไม่ชำระหนี้ (คือไม่ทำตามสัญญา) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม จะโทษใครก็ตาม จะโทษเศรษฐกิจ ดินฟ้าอากาศ โทษเรื่องลดค่าเงินบาท โทษเรื่องน้ำท่วม และ
ท้ายที่สุดถึงจะไม่โทษตัวเองก็ตาม เมื่อสัญญาไม่เป็นสัญญา เป็นหนี้ไม่ใช้หนี้ หรือแม้แต่ไม่กลัว ไม่มี ไม่หนี ไม่ให้ ถึงมีก็ไม่ให้ อยากได้ไปฟ้องเอา อะไรแบบนี้ เมื่อเจ้าหนี้ฟ้อง ลูกหนี้ไปต่อสู้แล้ว ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุคคลล้มละลายก็ต้องถือว่าจบตามนั้น ไปทำสัญญาอะไรกับใครไม่ได้ แต่หนี้ที่ว่ายังไม่ได้หายไปไหน ยังคงอยู่ตรงนั้น ยังรอการชำระ หากเจ้าหนี้เขาไปสืบ
ทรัพย์เจอเขาก็เอามาขายและเฉลี่ยคืนให้กับเจ้าหนี้ที่ยื่นขอรับชำระหนี้ ความเป็นหนี้ยังอยู่ไม่ได้หายไปไหน

2. เมื่อครบ 3 ปี กรณีบุคคลธรรมดาก็จะมีคำสั่งปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลาย สามารถไปทำสัญญานิติกรรมกับใครก็ได้ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายว่าเขาอยากทำด้วยหรือไม่ เขาไม่ทำก็เป็นสิทธิของเขา ไปโกรธเขาไม่ได้ ลองคิดแบบใจเขาใจเราแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ส่วนหนี้ก็ยังอยู่ไม่ได้หายไปไหนเพราะยังไม่ได้รับการชำระและรอการชำระอยู่ ขณะที่เจ้าหนี้จะมาฟ้องล้มละลายอีกก็ไม่ได้ สืบทรัพย์มาขายแล้วแบ่งอย่างเดียว คนที่ปลดล้มละลายจะไปคิดเอาข้างเดียวว่าปลดล้มแล้วปลดหนี้ไปด้วยแบบนี้คงไม่ได้ จะยกมาเป็นเหตุเป็นผลคงไม่ได้ ลองคิดกลับข้างว่าเราเป็นเจ้าหนี้แล้วเราจะยอมไหม เพราะต่างฝ่ายต่างใช้สิทธิกันเต็มที่แล้ว

3. เมื่อความเป็นหนี้ยังอยู่ เจ้าหนี้สถาบันการเงินเขาก็ถือว่ายังเป็นลูกหนี้เขาอยู่ เขาก็ส่งข้อมูลมาที่เครดิตบูโรตามที่กฎหมายกำหนดทุกเดือนว่า เป็นหนี้จำนวน....บาท ค้างชำระเกิน 300 วัน บัญชีอยู่ในสถานะ "อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย" การส่งข้อมูลก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง ตามสิทธิที่เขามีอยู่มีกฎหมายระเบียบรองรับ และในเครดิตบูโรก็ไม่เคยมีคำว่า ล้มละลาย ปลดล้มละลาย หรือคำว่าต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายนะครับ ท่านที่ข้องใจ ไม่เข้าใจ ไม่เชื่อไปตรวจสอบดูได้ทุกเมื่อ

4. เจ้าหนี้สถาบันการเงินจะส่งข้อมูลเข้ามาที่เครดิตบูโรอย่างต่อเนื่องตามรายละเอียดข้างต้นทุกเดือน เป็นเวลา 24 งวดหรือ 2 ปีนับจากมีคำสั่งปลดล้มละลาย หลังจากนั้นเครดิตบูโรโดยประกาศของทางการก็จะต้องเก็บข้อมูลต่อไปอีก 3 ปีแล้วก็ลบออกไปพูดง่ายๆ คือนับจากมีคำสั่งปลดล้มละลายข้อมูลที่ระบุว่า เป็นหนี้จำนวน....บาท ค้างชำระเกิน 300 วัน บัญชีอยู่ในสถานะ "อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย" ของท่านที่เป็นลูกหนี้นั้นจะอยู่ในระบบไม่เกิน 5 ปี

5. ถึงไม่มีข้อมูลในเครดิตบูโรเรื่องล้มละลาย สถาบันการเงินก็ตรวจสอบได้จากการเข้าไปตรวจรายชื่อในราชกิจจานุเบกษา หรือเข้าไปตรวจได้ในเว็บไซต์กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรมก็ได้ทุกเมื่อ เพราะมันเป็นข้อมูลสาธารณะ ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ดังนั้นท่านไปขอกู้ใหม่ก็ทำได้ แต่ใครจะให้หรือไม่ก็เป็นสิทธิของเขา เขาตรวจเจอไม่เจอแล้วจะเห็นอย่างไรก็เป็นไปตามระบบระเบียบของเขา

การที่ฝั่งลูกหนี้ไปคิดเอาเองว่า "ปลดล้มเท่ากับปลดหนี้ ไม่ต้องจ่ายแล้ว" ขณะที่ลึกๆ ในใจที่เป็นธรรมก็รู้ด้วยตัวเองว่าที่มาจนถึงวันนี้ จากการเริ่มเป็นหนี้โดยไม่มีใครบังคับ ไปเซ็นสัญญา ต่อมาไม่ใช้หนี้ โดนฟ้องล้ม สู้คดี ถูกพิพากษาให้ล้มละลาย ปลดล้ม โวยวายหรือโต้แย้งอย่างสงบ ร้องเรียนว่าไม่แฟร์ แต่หนี้ก็ยังเป็นหนี้ หนี้ก็ยังไม่ได้รับการชำระ หากท่านลูกหนี้ลองคิดว่าท่านเป็นเจ้าของเงินฝากท่านจะยอมให้สถาบันการเงินเขายกหนี้ให้กับคนที่มาโวยวาย มาร้องเรียนแล้วเอาหนี้ที่ค้างมาหักกับเงินที่ท่านฝาก ท่านจะเอาหรือไม่ "เอาใจเขามาใส่ใจเรานะครับ ต้องมีเหตุผล อะไรที่ได้เอา อะไรที่เสียไม่รับ สังคมจะอยู่ได้อย่างไร" การไม่เป็นหนี้จึงเป็นความสุขประการหนึ่งในการดำรงตนดำรงชีวิต ท่านว่าจริงไหม
 
สุรพล โอภาสเสถียร
ผู้จัดการใหญ่
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด


 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 ธ.ค. 2555 เวลา : 11:19:08
21-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 21, 2019, 8:47 am