เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
สศค.มองเศรษฐกิจไทยปี 55 ขยายตัว 5.7% ปี 56 ขยายตัวต่อเนื่อง 5.0%

 
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  แถลงข่าวประมาณการเศรษฐกิจไทย ณ เดือนธันวาคม 2555 ว่า  เศรษฐกิจไทยในปี 2555 คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ร้อยละ 5.7  โดยอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ อาทิ การเพิ่มรายได้แรงงานรายวันและเงินเดือนข้าราชการ การรับจำนำข้าวเปลือก โครงการรถยนต์คันแรก โครงการบ้านหลังแรก และการทยอยปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล  ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาครัฐยังมีบทบาทในการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ
 

อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกมีการชะลอตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับความล่าช้าในการฟื้นตัวของภาคการผลิตอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกในบางสาขา สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2555 จะอยู่ที่ร้อยละ 3.0 ลดลงจากปีที่แล้ว
ตามราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง อันเป็นผลมาจากอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกที่อ่อนแอลง ประกอบกับผลจากแนวทางการดูแลราคาน้ำมันขายปลีกของภาครัฐ

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2556 สำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในอัตราร้อยละ 5.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ร้อยละ 4.5 – 5.5) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐที่เร่งตัวสูงขึ้น และการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ ขณะที่อุปสงค์ภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลง หลังจากที่มีการเร่งการบริโภคและการลงทุนเพื่อฟื้นฟูจากวิกฤตอุทกภัยไปมากแล้วในปีก่อน
 

อย่างไรก็ตาม  รายได้ภาคครัวเรือนที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการเพิ่มค่าแรงรายวันเป็น 300 บาททั่วทั้งประเทศ และโครงการรับจำนำข้าว จะช่วยส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนไม่ชะลอลงมากนัก ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในปี 2556 จะอยู่ที่ระดับร้อยละ 3.0
(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.5 – 3.5) โดยอุปทานน้ำมันในตลาดโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจส่งผลให้ราคาธัญพืชโลกปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การประมาณการเศรษฐกิจในปีหน้าจำเป็นต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เช่น ระดับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะปัญหาหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ และความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรป สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศคู่ค้าสำคัญๆ ของไทย รวมถึงความสามารถในการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐให้เป็นไปตามเป้าหมายด้วย


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 ธ.ค. 2555 เวลา : 18:14:46
23-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 23, 2019, 8:31 am