เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
หมดหวังลงทุนภาครัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง



 

 
 
การลงทุนภาครัฐ ทั้งการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่า 2 ล้านล้านบาท ที่เป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ดูท่าจะอาจสร้างความผิดหวังให้กับรัฐบาลที่ให้น้ำหนักกับโครงการทั้ง 2 ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จนทำให้ภาคเอกชนต่างปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม 

 

 
 
 
 
โดยในส่วนของโครการบริหารจัดการน้ำ ล่าสุด คณะตุลาการศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง โดยให้นำแผนบริหารจัดการน้ำ ไปจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนที่จะดำเนินการจ้างออกแบบ แต่ละแผนงาน ในแต่ละโมดูล
 
เนื่องจากมีโครงการบริหารจัดการน้ำที่อาจจะมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง อาทิ โครงการแก้มลิง เพราะการที่ให้บริษัทเอกชนผู้รับจ้าง ไปรับฟังความคิดเห็นอาจได้ผลที่เบี่ยงเบนและไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งจากคำพิพากษาดังกล่าวคาดว่าจะทำให้การก่อสร้างโครงการดังกล่าวต้องล่าช้าออกไปประมาณ 3-6 เดือน 

 
 
 
ในขณะที่ในส่วนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) โดยนายคณิต ณ นคร ประธาน คปก. กล่าวว่า การกู้เงินตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ
 
 
 
 
เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 หมวด 8 ว่าด้วยการเงิน การคลังและงบประมาณในมาตรา 169 บัญญัติไว้ว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฏหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฏหมายว่าด้วยการเงินคงคลัง เมื่อการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการกู้ซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง เงินจึงเป็นเงินของแผ่นดิน ซึ่งในการจ่ายเงินแผ่นดินนั้น จะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การตราเป็นพระราชบัญญัตินอกเหนือจากวิธีการตามที่กำหนด จึงอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 
 
 
 
และตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ฝ่ายนิติบัญญัติจะไม่มีโอกาสตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของฝ่ายบริหารเป็นเวลา 7 ปีและการกู้เงินดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไป ถือว่าเป็นการก้าวล่วงอำนาจฝ่ายบริหารด้วยกัน และการกู้เงินจำนวนมาก จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและดุลยภาพทางการเงินการคลังของประเทศ

ทั้งนี้ คปก. ยังมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล 3 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย
 
1.รัฐบาลสามารถหาเงินทุนในรูปแบบที่กฎหมายกำหนดเป็นทางเลือกได้ เช่น การให้เอกชนร่วมลงทุน
2.ควรมีการศึกษาในแต่ละโครงการอย่างรอบด้าน และดำเนินโครงการเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อดุลยภาพทางเศรษฐกิจและลดจำนวนเงินลง 3.ควรมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และควรให้ข้อมูลการดำเนินการทั้งหมดส่งต่อให้ประชาชน

 
 
 
แม้ว่ารัฐบาลจะยังยืนยันว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง อาจทำได้ไม่มากนักอย่างที่เคยหวังไว้ จึงหนีไม่พ้นที่ภาคเอกชน นักธุรกิจและประชาชน จะต้องเตรียมรับมือกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ก.ค. 2556 เวลา : 10:01:30
22-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 22, 2019, 7:00 pm