อสังหาริมทรัพย์
เสนาฯ เร่งสปีดยอดขาย หลังกำลังซื้อฟื้น ครึ่งปีหลังลุยเปิด 5 โครงการ


เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ครวญยอดขาย 5 เดือนแรก พลาดเป้า เตรียมเปิดโครงการใหม่มูลค่า 5,000 ล้าน หวังดันยอดขายทะยานสู่ 3,000 ล้าน พร้อมขยายฐานลงทุนสู่โซนตะวันตก เล็งปักหมุดบางแค ศาลายา

 
 
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรก มียอดขายอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าครึ่งปีที่ 1,500 ล้านบาทอยู่ 10-20% จากเป้ายอดขายทั้งปี 3,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองเริ่มนิ่ง กำลังซื้อเริ่มกลับมา บริษัทจึงจะเร่งเปิดโครงการใหม่เพื่อสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้า โดยมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการด้วยกัน 5 โครงการ 

 
 
ประกอบด้วย บ้านแนวราบ 2 โครงการ และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ภายใต้แบรนด์เดอะนิช บางแค และเดอะนิช เสรีไทย มีจำนวนโครงการละประมาณ 400 ยูนิต ราคาขายอยู่ที่ 1 ล้านต้นๆ ส่วนอีกโครงการเป็นการปรับปรุงคลับเฮาส์ที่สนามกอล์ฟพัทยา คันทรี่ คลับ ซึ่งใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาทในการรีโนเวทและซื้อที่ดินเพิ่ม รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกเปิดโครงการใหม่เป็นแนวราบ 1 โครงการ มูลค่า 200 ล้านบาท 

 
ล่าสุด บริษัทฯได้เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว เสนาพาร์ค แกรนด์ รามอินทรา จำนวน 174 ยูนิต บนพื้นที่ดิน 42 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนเลียบกาญจนาภิเษก ราคาเริ่มต้นที่ 6-10 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,230 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Design by Research ผ่านความร่วมมือในการออกแบบบ้านรวมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เน้นเรื่องของการประหยัดพลังงานทำให้บ้านเย็นอย่างเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 20 ยูนิต
 

 
 
สำหรับโครงการดังกล่าว ถือเป็นโครงการแรกที่บริษัทเข้าสู่ตลาดบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ เนื่องจากต้องการขยายพอร์ตการลงทุน รวมทั้งต้องการกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังทำเลทิศตะวันตก ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เข้าไปทำตลาดคอนโดมิเนียม ในย่านพระราม 2 จนเป็นที่รู้จักภายใต้แบรนด์เดอะนิช และกำลังจะขยายไปทางบางแค และย่านศาลายาเพิ่มอีก

"เพราะเรามองว่าถ้าอยู่ที่เดียวกัน สินค้าก็จะแข่งกันเอง อย่างเช่นย่านรังสิต ตอนนี้กลายเป็นทำเลเดือดไปแล้วจนไม่มีพื้นที่ที่จะลงไปแข่ง และตะวันตกเป็นโซนที่ไม่เคยไป นอกจากนี้ ยังได้ซื้อที่ดินอาบอบนวดบางกอกโคซี่ ขนาด 4 ไร่ ในย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมขายในราคาเริ่มต้น 90,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ในปีหน้า เพราะมองว่าบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ซัปพลายคอนโดมิเนียมเหลือน้อยมาก"ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเพิ่มงบประมาณสำหรับซื้อที่ดินจากที่ตั้งไว้ 1,000 ล้านบาท เป็น 1,300 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ใช้ไปแล้ว 500 ล้านบาท เพื่อรอการพัฒนาในปีหน้า ขณะนี้มีงานที่อยู่ในมือ (แบล็ค ล็อค)กว่า 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 90% ส่วนเป้ารับรู้รายได้ยังคงตั้งไว้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังมีความกังวลเรื่องปัญหาแรงงานขาดแคลน เพราะหากแรงงานต่างด้าวยังทยอยเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่องก็อาจส่งผลต่องานก่อสร้าง ซึ่งอาจจะต้องใช้วิธีกระจายงานให้กับผู้รับเหมาหลายรายมากขึ้น และหันพึ่งพาระบบกึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นยังคงต้องผูกติดกับการใช้แรงงาน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 มิ.ย. 2557 เวลา : 09:46:03
19-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 19, 2019, 3:06 pm