เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"นายกฯประยุทธ์ "ถกภาคธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจปี 58


แม้จะพึ่งผ่านพ้นการฉลองเข้าสู่ปี 2558 มาได้ไม่นาน แต่มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะไม่สดใสอย่างที่รัฐบาลคาดว่าจะเติบโตได้ในอัตรา 4% ทำให้นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเรียกทีมเศรษฐกิจและภาคเอกชนกว่า 25 แห่งเข้าหารือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและวางแนวทางให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ 

 
 
 
 
ซึ่ง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างการหารือภาคธุรกิจได้เสนอหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนแล้ว มีเพียงบางอย่างที่ต้องปรับเพิ่ม เช่น การใช้จ่ายภาครัฐ แม้เงินจะลงไปทั้งหมดแล้วแต่อาจติดค้างในระดับจังหวัด หรือหน่วยภาคปฏิบัติ เพราะมีบางส่วนวิตกในเรื่องการทุจริต 
ทั้งนี้นายกฯได้ขอให้ภาคธุรกิจช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นกับภาคธุรกิจด้วยกันเอง เพราะดีกว่าจะให้รัฐบาลเป็นผู้ทำ

 
 
 
ด้าน นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย บอกในฐานะเป็นตัวแทนคณะนักธุกิจ 25 สถาบัน ที่เข้าหารือร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ว่า นายกฯ ได้เชิญภาคเอกชนรายงานถึงปัญหาต่างๆของเอกชน  แม้ว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้ดูเหมือนว่าจะชะลอตัวลง แต่ภาคเอกชนก็ได้ชี้แจงว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่น่ากังวล และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเดินหน้าเศรษฐกิจไปตามนโยบาย 

ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้มีข้อเสนอถึงรัฐบาลหลายอย่าง เช่น ต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการของบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ในประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการผลักดันด้านการท่องเที่ยวของไทยที่เป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ การสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการขอใบอนุญาตสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จัดหาแรงงาน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ส่วนเรื่องข้าว เอกชนได้เสนอให้รัฐบาลเร่งระบายข้าวในสต๊อกรัฐที่มีกว่า 17 ล้านตัน ออกให้ได้ 50%
 
 
 
 
ด้าน นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอนุมัติไว้ เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะการให้ บสย.ช่วยค้ำประกันสินเชื่อ
โดยเพิ่มสัดส่วนการรับประกันความเสี่ยงจาก 18% เป็น 40%ของวงเงินสินเชื่อ
 

 
 
 
ส่วนด้านการท่องเที่ยว นางศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ต้องการให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพราะธุรกิจท่องเที่ยว เป็นด่านแรกที่จะสามารถนำเงินเข้าประเทศได้เร็วที่สุด ส่วนการประกาศใช้กฏอัยการศึกของรัฐบาล ยอมรับว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากนัก  เพราะปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทสยามพารากอนเติบโตถึง 25% ซึ่งแสดงถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มีความรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ม.ค. 2558 เวลา : 08:35:01
10-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 10, 2019, 2:19 am