อสังหาริมทรัพย์
LPN ปรับกลยุทธ์รับตลาดคอนโดฯชะลอตัว


แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เผยกลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มครอบครัว กลุ่มวัยเกษียณ แย้มแผนเปิดโครงการใหม่ 10 โครงการ มูลค่า 17,600 ล้านบาท

 

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะดำเนินกลยุทธ์ใหม่ ตามแผนงาน 3 ทศวรรษเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการต่อยอดและพัฒนาจุดแข็งของแบรนด์ ทั้งขยายฐานลูกค้า จากเดิมที่เป็นกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน มาสู่กลุ่มครอบครัว และเด็กเล็ก กลุ่มเกษียณ พร้อมทั้งปรับการออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น มี 2 ห้องนอน จากปัจจุบันที่ไม่มีเลย โดยจะเริ่มพัฒนารูปแบบในโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนมกราคมนี้ เพื่อสร้างสังคมคุณภาพภายในโครงการ ภายใต้วัฒนธรรมการอยู่อาศัย “ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน”

"บริษัทใช้กลยุทธ์เอปพิโสดวัน เจาะกลุ่มวัยรุ่น วัยเริ่มต้นทำงาน และออกแบบขนาดที่อยู่ ในราคาที่จับต้องได้สำหรับกลุ่มนี้ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 26 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้จะดำเนินตามกลยุทธ์เอปพิโสดทู ซึ่งจะปรับให้สอดคล้องกับลูกค้าที่เติบโตขึ้น เป็นวัยครอบครัว มีลูก และวัยเกษียณ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการซื้อห้องเดี่ยว 2 ห้อง พื้นที่ 21 ตารางเมตร มารวมกันเป็น 1 ห้องใหญ่พื้นที่ 42 ตารางเมตร แต่ราคาก็อาจจะสูงขึ้น แต่ถ้าออกแบบให้ตรงกับความต้องการ โดยอาจลดเหลือ 38 ตารางเมตร ราคาก็ลดลงได้ 20% และชูจุดแข็งคือบริการหลังการขาย ด้วยกลยุทธ์ชุมชนน่าอยู่ ก็จะให้ครอบคลุมมากขึ้นเป็น ชุมชนน่าอยู่สำหรับคนทุกวัย”

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ 10 โครงการ มูลค่า 17,600 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้ 17,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10-15% จากปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 15,500 ล้านบาท จาก 7 โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ถึง 30% ที่สำคัญ จะมีการเปิดตัวที่อยู่อาศัยระดับซูปเปอร์ ลักซ์ชัวรี่ 2 โครงการ เปิดมินิ มอลล์ ให้ทั่วทุกโครงการ หรืออย่างน้อย 2 แห่งในปีนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชุมชนลุมพินี เพื่อให้มีรายได้จากค่าเช่าเพิ่มเติมจากการขายเพียงอย่างเดียว และตั้งเป้าหมายยอดขายรวมของบริษัททุกโครงการ 19,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10-15% โดยมีมีงบซื้อที่ดิน 3,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งจะเน้นในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นหลัก ส่วนต่างจังหวัดมีพื้นที่อยู่แล้ว คือที่ ชะอำ 7 ไร่ หัวหิน 4-5 ไร่ อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะพัฒนารูปแบบใด

พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 10,000 ล้านบาทในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ จากปัจจุบันมีสินค้าพร้อมโอนในมือกว่า 11,000 ล้านบาท และถือเป็นสถิติใหม่สูงสุดในปีนี้ โดยภายในเดือนมกราคมนี้ จะเปิดตัวแคมเปญใหม่ เพื่อช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อด้วย

 

โดยบริษัทยังคงเน้นการทำตลาดระดับกลางถึงกลางล่าง ราคาเฉลี่ย 1 ล้านบาท และรอดูสถานการณ์การขายในช่วง 4 เดือนนี้ก่อน หากสามารถขายและโอนได้มาก ก็อาจพิจารณาเพิ่มโครงการใหม่ถึง 15 โครงการ รวมมูลค่า 21,000 ล้านบาท มาจากบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ ภายใต้บริษัท พรสันติ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูก ที่มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่า 2,500 ล้านบาท

นายโอภาส กล่าวว่า ปีนี้ตลาดคอนโดมิเนียมเป็นช่วงขาลง บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ใหม่ ด้วยการเพิ่มจำนวนโครงการให้มากขึ้น แต่มีขนาดเล็กลง ระดับ 900-1,000 ยูนิตต่อโครงการ โดยเน้นเฉพาะตลาดกทม.เป็นหลัก อีกทั้งที่ต่างจังหวัด บริษัทมีสินค้าเหลือขายจำนวนมาก คือ ที่พัทยา และชลบุรี ซึ่งจะทบทวนการขายใหม่อีกครั้ง เพื่อระบายสต๊อกก่อน

ด้านมิติของการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม นอกจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว บริษัทยังดูแลคุณภาพชีวิตสตรีด้อยโอกาสจากการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทได้รับ 5รางวัลแห่งความภูมิใจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่ รางวัลด้านการลงทุนในกิจการเพื่อสังคมยอดเยี่ยม (SET Social Enterprise Investment  Awards)รางวัล ESG 100 รางวัลบริษัทจดทะเบียนที่มีรายชื่อหุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment :THSI) จากงาน SET Sustainability Awards 2015รางวัล 5ตราสัญลักษณ์จากการกำกับดูแลกิจการที่ดี จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ล่าสุดได้รับรางวัล Recognition จากการประกาศรางวัลรายงานความยั่งยืนประจำปี 2558 (Sustainability Report Award 2015)


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ม.ค. 2559 เวลา : 03:30:25
22-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 22, 2019, 6:40 pm