เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ปรับเพิ่มเป้าจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3.4% จากเดิมคาดโต3.3%


ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ปรับเพิ่มเป้าจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3.4% จากเดิมคาดโต3.3% รับภาคส่งออก-ท่องเที่ยว หนุน  -ปรับเพิ่มเป้าการส่งออกปีนี้เป็นโต 3.8% จากเดิมคาดโต2% ตามทิศทางศก.โลก   

           
ดร.เชาว์  เก่งชน  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่าคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหรือ GDP ปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 3.4%จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะเติบโต 3.3%  เนื่องจากมีปัจจัยหนุนจากภาคการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวที่ดีกว่าที่คาด  รวมทั้งการใช้จ่ายของทางภาครัฐจากโครงการต่างๆและภาคการท่องเที่ยวก็มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนมาขึ้น
           
ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ โดยประเมินจากการใช้จ่ายครัวเรือนในการซื้อรถยนต์ ประกอบกับพืชผลการเกษตรให้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นจากสภาพออกาศ จึงทำให้รายได้ภาคการเกษตรปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน ขณะเดียวกันภาคการส่งออกก็ได้รับอนิสงค์จากการฟื้นตัววของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนราคาน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้น 
          
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงครึ่งปีหลังคือการลงทุนในภาคเอกชนที่ยังไม่ฟื้นตัวดี  โดยแนวโน้มราคาน้ำมันที่คาดว่าจะลดลงเฉลี่อยู่ที่ 48 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เป็นผลมาจากปริมาณผลผลิต shale oil ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง
  
ขณะเดียวรายได้จากภาคการเกษตรเริ่มชะลอตัวจากผลผลิตที่ออกมากกว่าความต้องการของผู้บริโภคประกอบกับราคาที่ไม่ได้ออกมาดีกว่าครึ่งปีแรก  และกระบวนการบริหารจัดการทำงนของคนต่างด้าวคาดว่าจะกระทบต่อ GDP ราว 0.3% แม้ว่าจะให้ความคุ้มครองแรงงานต่างด้าวมากขึ้น ประกอบกับกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัว ทั้งในด้านธรรมาธิบาลในการจ้างแรงงานต่างด้าวและการปรับเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดจำนวนการใช้แรงงานในสถานประกอบการและแก้ปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศและการถูกกีดกันทางการค้าจากประเทศพัฒนาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามส่งผลให้ต้นทุนทางเศรษฐกิจและธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเช่นในกลุ่มเกษตรกรรม,กิจการการต่อเนื่อง,โรงแรม,ภัตตาคาร,ค้าขายและก่อสร้างและเศรษฐกิจที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวอาจหยุดชะงักในช่วงระยะหนึ่ง
            
ทั้งนี้ในครึ่งปีหลังคาดว่าภาคการส่งออกจะเติบโตต่อเนื่อง ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้น แม้ว่าจจะยังคงมีความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาและยุโรปรวมถึงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าจะไม่สงผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลักของโลกภายในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทฯคาดว่าภาคการส่งออกในปีนี้จะเติบโตได้ 3.8 % จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2%
           
 สำหรับการเติบโตของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยปี 2560 คาดไว้ที่ 4.0% (กรอบ 3.0-5.0%) คาดว่าสินเชื่อคงจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง สอดคล้องกับความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แรงผลักสำหรับสินเชื่อที่สำคัญ คงมาจากฝั่งสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ มากกว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อย ซึ่งที่ผ่านมา มีประเด็นติดตามด้านคุณภาพสินเชื่อ และยังทำให้มีโอกาสหนี้ไม่ก่อรายได้หรือNPLของระบบธนาคารพาณิชย์ที่ขยับขึ้นต่อแตะระดับประมาณ 3.0% ในไตรมาส 3/2560  
          
ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น คาดว่าจะตรึงอยู่ที่ระดับ 1.50% ตลอดระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่ยังมีอยู่มาก ประกอบกับแรงกดดันเงินเฟ้อได้ผ่อนคลายลง
            
ทั้งนี้หลังจากธนาคารแห่งชาติออกแผนจะควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อรายได้หรือNPLโดยการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อทั้งในสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัทฯคาดว่าในช่วงไตรมาส4/60 รายได้รวมของทุกธนาคารพาณิชย์จะได้รับผลกระทบลดลง 0.3% และในปี 61 มากกว่า 1พันล้านบาท 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ก.ค. 2560 เวลา : 21:17:37
19-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 19, 2019, 2:24 pm