อสังหาริมทรัพย์
มูลค่าการลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยปี 60 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คาดการซื้อขายปีนี้จะมีมูลค่าไม่สูงเท่า


การลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยในปี 2560 ที่ผ่านมาทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นสูงถึง 17,000 ล้านบาท จากการซื้อขายโรงแรมรายการใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นหลายรายการ ส่วนในปีนี้ แม้นักลงทุนจะยังคงให้ความสนใจลงทุนซื้อสูง แต่คาดว่า มูลค่าการซื้อขายจะไม่ทำสถิติได้สูงเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากโรงแรมคุณภาพเหมาะสำหรับการลงทุนมีเสนอขายน้อยลง ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล

รายงานจากหน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของเจแอลแอล ระบุว่า ในปีที่ผ่าน มีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นในไทยอย่างน้อย 12 รายการ รวมมูลค่า 17,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ราว 70% และสูงกว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายปีระหว่างปี 2555ถึง 2559 ซึ่งมีระดับเฉลี่ยที่ประมาณ 12,200 ล้านบาทต่อปี

เมื่อพิจารณาจากมูลค่าการซื้อขายในปีที่ผ่านมา พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีการซื้อขายโรงแรมมูลค่ารวมสูงสุด คือ 14,000 ล้านบาท หรือราว 80% ของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเป็นการซื้อขายโรงแรมทั้งสิ้น 6 รายการ ได้แก่ เดอะ บางกอก เอดิชั่นในโครงการมหานคร (รวมจุดชมวิว มหานคร อ็อบเซอร์เวชั่น เด็ค) ขายให้กับกองทุนจากอเมริกาโรงแรมขนาด 34 ชั้นที่สร้างค้างไว้ที่ปากซอยสุขุมวิท 27 ขายให้กับกลุ่มคาร์ลตัล โฮเทลจากสิงคโปร์โรงแรมพรีเมียร์อินน์ ขายให้กับกลุ่มวีโฮเทลจากสิงคโปร์ซัมเมอร์เซ็ท เลค พอยท์ ขายให้กับเจอาร์ คิวชูจากญี่ปุ่นสวิสโซเทล นายเลิศ ปาร์ค ขายให้กับกรุงเทพดุสิตเวชการ และเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ในย่านทองหล่อ ซึ่งเข้าซื้อโดยนักลงทุนประเภทบุคคล

ส่วนตัวอย่างการซื้อขายโรงแรมรายการสำคัญๆ ในหัวเมืองอื่นๆ ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ ดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงรายปิลันธา รีสอร์ท ที่เกาะพีพี และโรงแรมพรีเมียร์อินน์พัทยา ซึ่งเป็นหนึ่งในสองโรงแรมของพรีเมียร์อินน์ที่กลุ่มวีโฮเทล จากสิงคโปร์เข้าซื้อ 

นอกจาก 2560 จะเป็นปีที่มีการซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นรวมมูลค่าสูงสุดแล้ว ยังเป็นปีหนึ่งที่มีทุนต่างชาติเข้ามาซื้อโรงแรมในไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยคิดเป็นกว่า 50% ของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุนจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และอเมริกา

 

 

 

นายไมค์ แบทเชเลอร์ ซีอีโอภาคพื้นที่เอเชีย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล กล่าวว่า “จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการที่ภาคธุรกิจโรงแรมมีผลประกอบการที่ดี หนุนด้วยการมีเสถียรภาพทางการเมือง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจสูงต่อตลาดโรงแรมของไทย 

สถิติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ในปี 2560 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยรวมกว่า 35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.6%จากปี 2559 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านคนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนในปีนี้ คาดว่าจะมีจำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นเป็น 37.6 ล้านคน 

นายแบทเชเลอร์เชื่อว่า ตัวเลขประมาณการณ์ดังกล่าวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมีความเป็นได้แน่นอน ทั้งนี้ เฉพาะกรุงเทพฯ ในปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากถึง 21 คนและยังได้รับการจัดอันดับโดยมาสเตอร์การ์ดให้เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดในโลก นอกจากนี้ คาดว่ากรุงเทพฯ จะมีชื่อเสียงมากขึ้นไปอีกในฐานะเมืองที่มีความโดดเด่นด้านอาหาร จากการที่มีการจัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับกรุงเทพฯ (MICHELIN Guide Bangkok) ออกมาฉบับแรกเมื่อเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ การพัฒนาการเชื่อมโยงการเดินทางเป็นหนึ่งในนโยบายหลักสำหรับประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการขยายสนามบินนานาชาติหลายแห่งที่กำลังดำเนินการและอยู่ระหว่างการวางแผน การเพิ่มเที่ยวบินต้นทุนต่ำใหม่ๆ และการก่อสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างจังหวัด” นายแบทเชเลอร์กล่าว

โครงการขยายสนามบินหลายแห่งที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการและที่ใกล้แล้วเสร็จ จะช่วยทำให้ประเทศไทยสามารถรองรับการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้น โดยสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและสนามบินนานาชาติดอนเมืองจะสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้ 100 ล้านคน ในขณะที่สนามบินอู่ตะเภามีแผนจะขยายในปีนี้ ส่วนที่พังงา แผนการขยายสนามบินกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการสร้างสนามบินขึ้นที่เขาหลักในอนาคต เช่นเดียวกับที่หัวหิน

การลงทุนซื้อขายโรงแรมที่เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา ตอกย้ำให้เห็นว่า ตลาดการลงทุนโรงแรมในไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ดี จากการที่ปีนี้มีโรงแรมคุณภาพเหมาะสมสำหรับการลงทุนมีเสนอขายไม่มาก คาดว่า มูลค่าการลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยของปีนี้จะไม่สูงเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยอาจมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 10,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นเฉลี่ยรายปีในปีก่อนๆ หน้า” นายแบทเชเลอร์สรุป


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ก.พ. 2561 เวลา : 17:41:14
05-04-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 5, 2020, 3:43 am