แฟชั่น-เดินทาง-กินดื่ม-เที่ยว
'ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง' พาคณะสื่อมวลชน กว่า 30 ชีวิต สัมผัสความหนาว ณ ประเทศญี่ปุ่น


คณะสื่อมวลชน กว่า 30 ชีวิต นำทีมโดย นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด ได้เดินทางจากประเทศไทยด้วยสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ เมื่อเข้าสู่วันใหม่ของวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561 (00.55 .) มาถึงสนามบินชูบุเซ็นแทร์ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลา 8.15 . ซึ่งเวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง

 


 

จุดแรกที่ บริษัทซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง พาคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชม คือ หมู่บ้านเมจิ หรือ พิพิธภัณฑ์ เมจิมูระ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จัดแสดงอาคารกว่า 60 หลังในช่วงยุคเมจิ (1868-1912) ซึ่งเป็นช่วงก่อนจะสิ้นสุดยุคศักดินาของญี่ปุ่น จึงทำให้สถาปัตยกรรมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากตะวันตก นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

 


 

 

 

 

อาคารบางส่วนเป็นอาคารจริงในสมัยเมจิที่คงเหลืออยู่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นอาคารจากทั่วประเทศที่ย้ายมาตั้งไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพื่อรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมเอาไว้

 


คณะสื่อมวลชน นำทีมโดย ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง เยี่ยมชมสถานที่สำคัญแห่งที่สองในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัดแห่งความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ชื่อ "วัดนิตไต" หรือ วัดคาคูโอะซัง นิตไทจิ (Kaku?zan Nittai-ji) ซึ่งสร้างขึ้นใน .. 2447 เพื่อใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูป นามว่า "พระพุทธศากยมุนี" ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

 

ชื่อ วัดนิตไต มาจากการประสมตัวอักษรคันจิ  ที่หมายถึงญี่ปุ่น กับ  ที่หมายถึงไทย ดังนั้นจึงมีอึกชื่อหนึ่งว่า วัดญี่ปุ่น-ไทย

 

 

แต่เดิมวัดนี้ชือว่าวัดนิตเซนจิ หรือแปลว่า วัดญี่ปุ่น-สยาม แต่พอเราเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทย เขาก็เลยเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ด้วย เป็นวัดนิตไทจิในปัจจุบัน หรือแปลว่า วัดญี่ปุ่น-ไทย นั่นเอง

 

 

วัดนี้จึงมีเอกลักษณ์ความเป็นลูกผสมไทยเอาไว้หลายอย่างที่หาดูจากที่อื่นไม่ได้ เช่นป้ายชื่อทางเข้าวิหารหลักแบบญี่ปุ่นแต่เขียนด้วยอักษรภาษาไทย ระฆังสไตล์วัดเซนของญี่ปุ่นแต่สลักตัวย่อเป็นสัญลักษณ์ จปร. รวมถึงเทพหน้าทางเข้าประตูวัดที่มักจะเป็นยักษ์ สไตล์ญี่ปุ่นก็เปลี่ยนเป็นรูปปั้นไม้แกะสลักที่เป็นรูปแบบของพระสงฆ์ไทยด้วย

นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ด้วย เพื่อเป็นเกียรติและแสดงถึงมิตรไมตรีของทั้งสองประเทศ ภายในวัดยังมีระฆังยักษ์ สลักอักษรพระปรมาภิไธยย่อของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9

นอกจากนี้ ในเขตกำแพงวัดยังมีสถูปเจดีย์ศิลปะแบบอินเดีย ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานแบ่งมาตั้งอยู่อีกด้วย

 

 

ความพิเศษของวัดนี้ยังไม่หมด เพราะวัดนี้ยังเป็นวัดเดียวในประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ขึ้นกับศาสนาพุทธนิกายใดๆเลยแต่จะมีส่วนผสมของทุกนิกาย(ในญี่ปุ่นมีมากถึง 19 นิกาย)โดยจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลปีละ 1 นิกาย

 

 

ยังมีอีกเรื่องที่แม้แต่คนส่วนใหญ่ที่เคยไปวัดนี้แล้วอาจจะยังไม่รู้ก็คือ วัดนี้จะแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนและอยู่แยกจากกัน คือส่วนที่เรียกว่า hondou กับ houantou reidou คนมักจะรู้จักกันแต่เพียงส่วน hondou นี้ เวลาคนไปที่นี่จึงมักจะเลือกไปกันแค่เขตนี้ และไม่ได้ไปอีกส่วนหนึ่งที่อยู่เยื้องกันเพียงข้ามถนนไปเท่านั้น ซึ่งจะมีพระเจดีย์สำหรับเก็บพระบรมสารีริกธาตุอยู่ด้วย

 

 

ภายในบริเวณบริเวณวัดส่วน hondou จะมีหออนุเสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 และหอระฆังขนาดใหญ่ ที่ในหลวงองค์ปัจจุบันเป็นผู้พระราชทานพระศากยะมุนีเพื่อเป็นพระประธานอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งต้นราชพฤกษ์อีก 2 ต้นที่ปลูกโดยพระราชนีด้วย

 

 

จากนั้นคณะสื่อมวลชนของเราเดินทาง ไปชมความงามของ "ดอกบ๊วย" บานสะพรั่ง ภายในสวนพฤกษศาสตร์ "นิาบานะ โนะ ซาโตะ" เมืองมิเอะ  ที่สร้างขึ้นบริเวณสวนสนุก Nagashima resort ที่นี่มี Hana Hiroba พื้นที่เปิดที่ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด ที่สวยสดงดงามมาก จนไม่คิดว่านี่จะเป็นดอกไม้จริงที่มนุษย์เป็นผู้ปลูก เพราะทั้งสีสันที่สดใส และดอกที่ใหญ่มาก

 

 

โดยเฉพาะดอกบีทาโกเนีย ที่หากไม่เข้าไปสัมผัสก็คงคิดว่าเป็นดอกปลอม ที่จัดเรียงรายอยู่บนกระถางและวางเป็นชั้นๆ สลับสีไปมา ช่างน่ารื่นรมย์เสียนีกระไร และดอกบ๊วยที่ออกดอกบานสะพรั่งชมภูอร่ามไปทั้งสวน แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่หน้าของดอกซากุระ ไม่งั้นคงได้เห็นดอกซากุระ และดอกบ๊วย แข่งกันสร้างความงดงามและสร้างความสุขใจให้กับผู้มาเยือนโดยเฉพาะคนต่างถิ่นเช่นเรา

 

 

นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้อีกนานาชนิดที่ต่างเบ่งบาน และห้อยระย้า อวดความงดงามของตนเองให้ผู้เข้าชมอดไม่ได้ที่จะต้องกดชัตเตอร์เก็บรูปเป็นที่ระลึกและเอาไปอวดเพื่อนๆ ..,ต้องขอบอกว่า "สวยจริงๆ" สวยราวกับไม่ใช่ดอกไม้จริง และก็แปลกใจคนที่ปลูก ช่างเก่งจัง ปลูกได้งดงามเช่นนี้

 

 

 

 

 

 

สวน "นิาบานะ โนะ ซาโตะ" แห่งนี้ มีอาณาเขตกว้างขวางถึง 43,000 ตารางเมตร ถือได้ว่าเป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

หากใครมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ต้องขอบอกเลยว่า อย่าลืมจัดโปรแกรมนี้เข้าไปอยู่ในทริปทึ่จะต้องท่องเที่ยวในญี่ปุ่นด้วย ซึ่งก็ต้องขอขอบพระคุณบริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง โดย คุณวิชิต พยุหนาวีชัย ซีอีโอ ที่พาคณะสื่อมวลชนมาเที่ยวชมความงดงามในครั้งนี้ แม้โดยส่วนตัวแล้วจะเคยมาญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับที่นี่ต้องบอกว่า ไม่เคยมีโอกาสได้มาเลย นี่เป็นครั้งแรกที่มาเยือนและประทับใจมาก

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ สวน "นิาบานะ โนะ ซาโตะ" แห่งนี้ ยังมีไฮไลต์อีกหนึ่งสิ่งที่รออวดโฉมและเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมสวนแห่งนี้ ต่างรอคอยให้ถึงพลบค่ำ เพราะนั่นหมายถึงการได้เข้าชมการประดับไฟอย่างสวยงามในธีมต่างๆ หลากหลายโซนของสวนแห่งนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการจัดแสดงไฟที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับ 1 ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 มี.ค. 2561 เวลา : 18:57:40
20-09-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 20, 2021, 2:49 am