เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
จับตาสงครามสหรัฐฯ-ซีเรียผลต่อราคาน้ำมันตลาดโลก


ประเทศต่างๆทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย  ก็จับตากรณีที่กองทัพสหรัฐอเมริการ่วมกับประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ  ยิงขีปนาวุธโจมตีกรุงดามัสกัสและพื้นที่โดยรอบในซีเรีย  เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธทำร้ายประชาชน

 


 

โดย..บุษฎี สันติพิทักษ์  อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศติดตามเรื่องดังกล่าวมาตลอด ซึ่งในตอนนี้ยังต้องรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามไม่มีคนไทยอาศัยอยู่ในซีเรีย  ส่วนความกังวลว่าเหตุการณ์นี้อาจบานปลายไปสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เพราะรัสเซียให้การสนับสนุนรัฐบาลซีเรียด้วย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า  ในชั้นนี้รัฐบาลไทยต้องรอดูสถานการณ์กันไปก่อน เพราะการดำเนินการก็มีเรื่องของพัฒนาการ  จึงต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

ด้านทิศทางราคาน้ำมันในประเทศ นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)กล่าวว่า สพน.ได้จับตาดูสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด  แต่ขณะนี้ยังเชื่อมั่นว่าความรุนแรงยังไม่บานปลายไปสู่พื้นที่อื่นๆ  จึงจะยังไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันตลาดโลก แม้ว่าในสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดีดตัวขึ้น 4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เพราะมาจากปัญหาการสู้รบดังกล่าว

        

นายอรรถพล  ฤกษ์พิบูลย์   ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บมจ.ปตท.จำกัด(มหาชนมองว่า ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ยืดเยื้อ ก็ไม่น่ามีปัญหากระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก เพราะเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นๆ ยังไม่ได้ขยายวงกว้างออกไป แต่หากสถานการณ์บานปลาย    ปตท.จะไม่ได้รับผลกระทบจากการจัดหาน้ำมันมายังประเทศไทย เพราะปตท.มีคู่ค้าและสัญญาซื้อขายน้ำมันกับประเทศผู้ผลิตจากทุกแหล่งทั่วโลก จึงจะไม่มีปัญหาการขนส่งหรือการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ    แต่ต้องยอมรับว่าราคาน้ำมันตลาดโลกอาจปรับตัวเพิ่มขึ้น    เพราะความกังวลของตลาดน้ำมั นซึ่งเป็นปกติ ที่หากมีปัจจัยฉุกเฉินใดๆ เกิดขึ้น ราคาก็อาจผันผวนไปตามห้วงเวลานั้นๆ

ส่าวมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ นายกำพล  อดิเรกสมบัติ  นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด(มหาชน) มองถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นว่า  อย่างแรกคือ ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นทันที (Oil Shock)  จะแต่ราคาจะสูงไปมากน้อยแค่ไหนขึ้นอย่กับ การสู้รบจะยุติเร็วหรือยืดเยื้อ เพราะซีเรียไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันหลักของโลก แต่จะมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geo Politic) ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจโลกตามมาได้ 

และส่งผลด้านจิตวิทยาต่อเมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกเปิดทำการในวันจันทร์ที่ 16 เมษายน   ทั้งนี้ หากสถานการณ์สู้รบจบลงเร็ว  ราคาน้ำมันจะสูงขึ้นไม่มาก และไม่น่าเกิดปัญหาน้ำมันขาดหรือ ซัพพลาย ช็อก เหมือนสงครามอ่าวเปอร์เซีย ที่มีการสู้รบใน อิรัก อิหร่าน คูเวต ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักของโลก ตรงข้ามหากสงครามยืดเยื้อและลุกลามไปประเทศอื่นๆราคาน้ำมันสูงขึ้นรุนแรง  ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเช่นกัน และกระทบเศรษฐกิจโลก โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสงครามตัวแทนระหว่างรัสเซียกับสหรัฐและชาติพันธมิตรอย่างอังกฤษและฝรั่งเศส


LastUpdate 16/04/2561 09:20:59 โดย : Admin

23-04-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555