เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
รัฐ-เอกชนรับมือราคาน้ำมันพุ่ง


ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าจะแตะระดับ 100เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ ในวันที่..นี้   ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตน้ำมัน หายไปจากระบบประมาณ 1.5-1.7ล้านบาร์เรลต่อวัน    

 

 

 

 

ซึ่งนายสนธิรัตน์   สนธิจิรวงศ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์   เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีการปรับสูงขึ้นในขณะนี้ว่า  สินค้าส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น  โดยยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคาสินค้ามายังกระทรวงพาณิชย์ และสำหรับราคาสินค้าทั่วไป  โดยเฉพาะสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ราคามีการปรับขึ้นลงเป็นไปตามฤดูกาล         

โดยในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้า  เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลกินเจ ที่ทุกปีราคาผักสดและของใช้ในช่วงเทศกาลจะปรับสูงขึ้นตามความต้องการ โดยจะมีการตรวจสอบเพื่อให้การจำหน่ายสินค้ามีความเป็นธรรม และสำหรับผักสดนั้น ยังคงใช้มาตรการในการเชื่อมโยงตลาดเข้าจำหน่ายในพื้นที่  ที่มีความต้องการให้เพียงพอกับผู้บริโภคที่มีความต้องการสูงในช่วงเทศกาล 

แม้ราคาสินค้าจะยังไม่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ด้านผู้ประกอบการขนส่ง ยอมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้    โดยนางสุจินดา   เชิดชัย   หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร เปิดเผยว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ยังปรับสูงขึ้นและแม้ภาครัฐจะช่วยตรึงราคาไว้ แต่ผู้ประกอบการก็มีผลกระทบจากต้นทุนอื่นๆ  เช่นค่าซ่อมบำรุงค่าแรง   ที่เป็นภาระกับผู้ประกอบการอย่างมาก  

ด้านนายสุเมธ  ดำรงชัยธรรม  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย  กล่าว ปัจจัยราคาน้ำมัน ที่ยังปรับตัวขึ้นสูงต่อเนื่อง  หากมีความจำเป็นถึงจุดหนึ่ง ต้องมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันการบินไทยก็ต้องดำเนินการ   เพียงแต่การปรับขึ้นนั้น ต้องรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม        

ขณะที่นายทองอยู่   คงขันธ์    ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ปัจจุบันนี้หากรักจะช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30บาทเพื่อไม่ให้กระทบกับต้นทุนภาคขนส่ง แต่ปัจจุบันนี้พบว่าต้นทุนส่วนอื่นของผู้ประกอบการ เช่นค่าอะไหล่ ยางรถบรรทุก น้ำมันเครื่อง อุปกรณ์ ซ่อมบำรุงเกือบทุกรายการมีปรับราคาขึ้นทั้งสิ้น  ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการรถบรรทุกปรับสูงขึ้น

ดังนั้นในวันที่ 11 ตุลาคมนี้  สหพันธ์ฯ จะหารือร่วมกับ สมาคมรถบรรทุกที่เป็นสมาชิก เพื่อพิจารณาประเด็นเหล่านี้ เบื้องต้นน่าจะมีการยื่นข้อเสนอขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยดูแล  เนื่องจากอะไหล่บางตัวนั้น  มีการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง        

ส่วนกรณีที่กระทรวงพลังงานรณรงค์ให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกหันมาใช้น้ำมันดีเซลบี 20 ซึ่งมีส่วนต่างถูกกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดา 3 บาทต่อลิตร   ยอมรับว่าผู้ประกอบการยังไม่มีแรงจูงใจเพียงพอ   โดยเห็นว่าราคาน้ำมันดีเซลบี 20 ควรจะมีส่วนต่างจากน้ำมันดีเซลทั่วไป 5 บาทต่อลิตร   จึงจะสามารถจูงใจผู้ประกอบการรถบรรทุก  เนื่องจากสภาพความเป็นจริง บริษัทผู้ผลิตรถบรรทุก และศูนย์ซ่อมบำรุงต่างๆ ไม่รับประกันความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการที่เปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซล บี 20 แล้วเกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ขึ้น  ซึ่งปัญหาเหล่านี้ สหพันธ์ฯ ได้แจ้งให้กระทรวงพลังงานทราบไปแล้ว

ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า  ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เร่งตัวสูงขึ้น คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2561 อย่างจำกัด โดยทิศทางราคาน้ำมันดิบดูไบจะมีโอกาสเข้าใกล้ระดับ 85 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ จากที่มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้  ซึ่งอาจจะส่งผลให้เงินเฟ้อในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เร่งตัวขึ้นกว่าที่ประเมินไว้บ้าง      

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้เงินเฟ้อในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี อาจจะสูงกว่าที่ประเมินไว้บ้าง แต่มาตรการตรึงราคาพลังงานของภาครัฐจะช่วยลดทอนผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกลง ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงมุมมองอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 ไว้ที่ 1.1% และการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ 4.6%   ขณะที่ผลกระทบในปี 62 ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยที่ 85 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2562 จะเพิ่มขึ้นระหว่าง 0.7-1.1% ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐในการตรึงราคาพลังงาน และผลกระทบต่อ GDP อยู่ที่0.2-0.4%


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ต.ค. 2561 เวลา : 11:35:52
10-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 10, 2019, 2:21 am