อสังหาริมทรัพย์
สกู๊ป ไอคอนสยามบูมเศรษฐกิจฝั่งธนฯ ชู 13 ที่สุด ดึงลูกค้าวันละ 1.5 แสนคน


เปิดให้บริการไปเรียบร้อยแล้วสำหรับศูนย์การค้าไอคอนสยาม หลังจากใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี  และเพื่อโปรโมทให้ศูนย์การค้าไอคอนสยามเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและขาช้อปทั่วโลก บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของโครงการไอคอนสยาม จึงขอทุ่มงบก้อนโตถึง 1,000 ล้านบาท ในการโปรโมทศูนย์การค้าไอคอนสยาม ซึ่งในส่วนของงบดังกล่าว 70% จะใช้ไปกับงานเปิดตัวในวันที่ 9-11 พ.ย. 2561 ส่วนงบที่เหลืออีก 30% จะใช้ไปกับการทำกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2561


หลังจากเปิดให้บริการ สยามพิวรรธน์ มั่นใจว่า ศูนย์การค้าไอคอนสยาม จะมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยต่อวันไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนคน แบ่งเป็นชาวไทย 65-70% และชาวต่างชาติ 30-35% ส่วนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเช่นปลายปี คาดว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเพิ่มเป็น 40-45%

ปัจจัยที่ทำให้ สยามพิวรรธน์ มั่นใจว่า ศูนย์การค้าไอคอนสยามจะได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ คือ การเนรมิตพื้นที่กว่า 7.5 แสนตารางเมตร เป็นศูนย์รวมของความมหัศจรรย์อันหลากหลาย ทั้งศิลปะและวัฒนธรรม ผสมผสานรวมอยู่กับที่สุดของการช้อปปิ้งและความบันเทิง โดยการผนึกกำลังพันธมิตรองค์กรธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กทุกขนาดหลากหลายรูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงผู้คนจำนวนมากจากนานาสาขาอาชีพที่มีความปรารถนาจะสร้างสถานที่ๆ บอกเล่าหลากหลายเรื่องราวของความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผสมกับสิ่งที่ดีในมิติต่างๆ จากทุกมุมโลก

 
นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม ถือเป็นอภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต และเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีมูลค่าสูงถึง 5.4 หมื่นล้านบาท  ซึ่งนอกจากจะมีตัวศูนย์การค้าไอคอนสยาม  และศูนย์การค้าไอคอนลักซ์  เปิดให้บริการเป็นแม่เหล็กแล้ว ยังมีโครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนเซส แอท ไอคอนสยาม และโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส แมนดาริน โอเรียนเต็ล แบงค็อก แอท ไอคอนสยาม เปิดให้บริการอีกด้วย

สำหรับจุดเด่นซึ่งถือเป็นที่สุดที่จะเกิดขึ้นภายในโครงการไอคอนสยามนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 13 สิ่ง คือ 1.ที่สุดของสถาปัตยกรรมที่จะสะกดทั้งโลก กับ 2 อาณาจักรศูนย์การค้าแห่งยุคของไอคอนสยามอย่าง ไอคอนสยาม และไอคอนลักซ์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการสักการะบูชาแม่น้ำของคนไทยด้วยเครื่องบรรณาการ คือ กระทงและบายศรี จึงทำให้ตัวอาคารถูกออกแบบมาเหมือนกับกระทงแก้ว

 
2.ที่สุดของแนวคิดการออกแบบ ICON within ICON คือ การสร้างอาคารเล็กหลายๆอาคารอยู่ภายในอาคารใหญ่ เพื่อนำเสนอแบรนด์ไทยและลักซ์ชัวรีแบรนด์อย่างสง่างาม 3.ที่สุดของทัศนียภาพเหนือคำบรรยาย ด้วย ริเวอร์ พาร์ค พื้นที่จัดกิจกรรมริมแม่น้ำกว่า 1 หมื่นตารางเมตร ที่มาพร้อมระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง ไฟ 4.ที่สุดของไทยสร้างสรรค์ ณ สุขสยาม ด้วยการวบรวมสินค้าสุดยอดแบรนด์ไทยทุกประเภททั้ง 77 จังหวัดมาไว้ ณ ที่แห่งนี้ 5.ที่สุดของความหรูหราระดับโลก ณ ไอคอนลักซ์ ศูนย์รวมความหรูหราระดับโลกทั้งแฟชั่น เครื่องประดับ และนาฬิกาอย่างครบครันที่นำเสนอในรูปแบบ Global Iconic Store

6.ที่สุดของศูนย์กลางศิลปะวัฒนธรรมและมรดกล้ำค่า ด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทยบนพื้นที่ 8,000 ตารางเมตร รวบรวมมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทยที่จะนำเสนอด้วยเทคโนโลยีการจัดแสดงที่ทันสมัย 7.การนำเสนอความเป็นไทยผ่าน Masterpiece ของศิลปินแห่งชาติและศิลปินระดับโลก ที่จะนำมาจัดแสดงทั่วอาคารทั้งในรูปแบบของรูปปั้น ภาพเขียน งานแกะสลัก ประติมากรรมรูปแบบต่างๆ การแสดงโคมไฟแชนดอเรีย ที่มีแรงบันดาลใจจากรูปแบบของการร้อยมาลัยและบายศรี

8.ที่สุดของคามบันเทิงระดับโลก อย่าง ทรูไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การประชุมระดับโลก ที่ได้มาตรฐานระดับสากลแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยที่นั่งจำนวน 3,000 ที่นั่ง รองรับการจัดประชุมและการแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากนี้ ยังมีโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 หมื่นตารางเมตร และโลกแห่งความสนุกสนานของเด็กและครอบครัว 9.ที่สุดของสินค้าและบริการที่ครบครัน ผ่าน 500 ร้านค้าที่พร้อมใจกันมานำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดในอาเซียนและทุกมุมโลก

10.ที่สุดของห้างสรรพสินค้า จากสยาม ทาคาชิมาย่ะ ห้างสรรพสินค้าระดับตำนานของญี่ปุ่น สาขาแรกในประเทศไทย บนพื้นที่ 3.5 หมื่นตารางเมตร เน้นจำหน่ายสินค้าแบรนด์หรูจากประเทศญี่ปุ่น 11.ที่สุดแห่งความสุนทรีย์แห่งอาหารเลิศรส ด้วย 7 โซนร้านอาหารกว่า 100 ร้านชื่อดังทั่วไทยและต่างประเทศแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน 12.ที่สุดแห่งนวัตกรรมการสื่อสารและให้บริการ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีด้านการสื่อสารแบบครบวงจร

และ 13.ที่สุดแห่งความสะดวกสบายของการสัญจรที่เชื่อมต่ออย่างครบวงจร ด้วยรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว สีแดง และสีม่วงเข้าด้วยกันในอนาคต รวมไปถึงบริการท่าเทียบเรือ 4 ท่า เพื่อรองรับการสัญจรทางน้ำด้วยเรือยอร์ชส่วนตัว เรือสำราญของนักท่องเที่ยว และเรือข้ามฟาก 73 ท่าโดยรอบ เพื่อให้โครงการไอคอนสยามเชื่อมโยงการสัญจรรถ ราง เรือ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย

นางชฎาทิพ กล่าวอีกว่า  ไอคอนสยามถือเป็นอภิมหาโครงการเมืองที่นำเสนอความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และเป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดันแบรนด์ไทย สินค้าไทย ศิลปินไทย งานฝีมือไทย และศิลปวัฒนธรรมไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ด้วยการทุ่มเทลงทุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าไอคอนสยามจะเป็นที่ชื่นชม และสะกดทุกสายตาโลก ซึ่งนอกจากจะจับมือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติในการก่อสร้างไอคอนสยามแล้ว  บริษัทยังได้ร่วมกับชุมชนโดยรอบย่านเจริญนคร และกลุ่มธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด  เพื่อช่วยกันทำให้แม่น้ำสายนี้เป็น The next Global Destination ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

นอกจากตัวศูนย์การค้าจะเปิดให้บริการแล้วภายในส่วนของโครงการที่พักอาศัยจำนวน 2 อาคารก็จะทยอยเปิดให้บริการพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นโครงการหรูอย่าง ‘แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์’ ซึ่งมีความสูง 70 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักอาศัยสุดหรู จำนวน 379 ยูนิต  หรือโครงการ ‘เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ’  ที่สุดแห่งความหรูหราระดับอุลตร้าลักชัวรี่ ความสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต

นางชฎาทิพ กล่าวว่า เศรษฐกิจของฝั่งธนบุรีดีอยู่แล้ว การเปิดให้บริการของไอคอนสยาม ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจในฝั่งธนฯ ขยายตัวดียิ่งขึ้น ซึ่งในอีก 5 ปีนับจากนี้ คาดว่า เศรษฐกิจของฝั่งธนฯ น่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่าฝั่งกรุงเทพฯ   

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 พ.ย. 2561 เวลา : 14:21:50

17-11-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555