เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กรมบัญชีกลางหนุนรับชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น"ถุงเงินประชารัฐ"ยันความพร้อมใช้งานสแกนใบหน้า


กรมบัญชีกลางส่งเสริมการรับชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น (Mobile Application)“ถุงเงินประชารัฐ” มีร้านค้าใช้งานแล้วกว่า 14,566 ร้านค้า เป็นเงินกว่า 742 ล้านบาท ยืนยันความพร้อมการรับชำระเงินผ่านการสแกนใบหน้า ใช้งานง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น 

    
นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่าหลังจากได้เพิ่มช่องทางการรับชำระเงินจากการซื้อสินค้าในร้านค้าขนาดเล็กที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อการศึกษา วัตถุดิบเพื่อการเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และรถยนต์เคลื่อนที่เร่ขายสินค้า ผ่านแอพพลิเคชั่น “ถุงเงินประชารัฐ” ซึ่งนอกจากผู้มีสิทธิจะได้รับความสะดวกมากขึ้นแล้ว ร้านค้ายังได้รับโอนเงินจากกรมบัญชีกลางในวันทำการถัดไปทันที ขณะนี้มีร้านค้าที่ติดตั้งแอพฯ ถุงเงินประชารัฐแล้ว จำนวน 14,566 ร้านค้า มียอดการใช้จ่ายผ่านแอพฯตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – พฤศจิกายน 2561 เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 742 ล้านบาท
    
อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถนำบัตรไปชำระเงินค่าสินค้าจากวงเงินสวัสดิการ (200/300 บาทต่อเดือน) ซึ่งผู้มีสิทธิสามารถนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปชำระเงินค่าสินค้ากับร้านค้าที่ติดตั้งแอพฯ ถุงเงินประชารัฐ ได้ 2 วิธี ที่ง่ายและสะดวก คือ 
 
1) ร้านค้าทำการสแกนหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิ > ใส่จำนวนเงิน > ผู้มีสิทธิยืนยันตัวตนด้วยรหัส PIN 6 หลัก (เลข 6 หลักสุดท้ายของบัตรประชาชน หรือรหัส 6 หลักใหม่ที่เปลี่ยนแล้ว)
2) ร้านค้าทำการสแกนหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิ > ใส่จำนวนเงิน > สแกนใบหน้าของผู้มีสิทธิ (ระบบจะให้กระพริบตา)และเพื่อให้การรับชำระเงินผ่านแอพฯ ถุงเงินประชารัฐใช้งานง่ายและสะดวกขึ้น หากสแกนข้อมูลหน้าบัตรไม่สำเร็จ ระบบจะให้ใส่เลข 8 หลักสุดท้ายที่อยู่ด้านหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน  
    
สำหรับร้านค้าที่ยังไม่ได้สมัครและสนใจจะสมัครใช้งานแอพฯถุงเงินประชารัฐ ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ยังเปิดรับสมัครอยู่สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.moc.go.th โดยไม่ต้องสมัครด้วยตนเอง หากต้องการสมัครด้วยตนเอง ในส่วนกลางยื่นเอกสารได้ที่ ศูนย์บริการประชาชนกระทรวงพาณิชย์ ชั้น 3 (อาคารริมน้ำ) กระทรวงพาณิชย์ สำหรับส่วนภูมิภาคยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งแอพฯถุงเงินประชารัฐ ใช้งานง่าย สะดวก และยังเพิ่มช่องทางการรับชำระค่าสินค้าของผู้มีสิทธิทั้งรอบแรก 11.4 ล้านรายและรอบที่สอง 3.04 ล้านรายอีกด้วย    
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 ธ.ค. 2561 เวลา : 09:15:10
30-05-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 30, 2020, 3:03 pm