เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"ซีพีเอฟ ชูป่าชายเลนสร้างอาชีพเสริมเลี้ยงชันโรง เพิ่มรายได้ให้ชาวประมงสงขลา


บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน)หรือซีพีเอฟ ส่งเสริมชาวประมง ต.ชะแล้ จังหวัดสงขลา เลี้ยงชันโรงเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ชุมชนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคืนสมดุลธรรมชาติอย่างยั่งยืน

 


 
 
 
 
นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่าชุมชนชะแล้ มีความพร้อม เข้มแข็ง ในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อคืนสมดุลธรรมชาติให้เป็นแหล่งอาหารสำคัญของคนในชุมชน นับเป็นความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)เครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชนและภาคเอกชนผ่านโครงการ“ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน"ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

จากการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทำให้ป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น ป่ายังเป็นที่อยู่ของแมลงที่เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศโดยเฉพาะชันโรง ซึ่งเป็นแมลงที่ช่วยผสมเกสรคล้ายผึ้งสามารถเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน ซีพีเอฟจึงได้ต่อยอดโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงชันโรงให้เป็นอาชีพเสริมของคนในชุมชนโดยนำผู้สนใจไปดูงานเลี้ยงชันโรงที่พัทลุง ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงชันโรงที่มีชื่อเสียงที่สุดของทางภาคใต้เพื่อเผยแพร่ความรู้และทำผลิตภัณฑ์จากชันโรง เช่น น้ำผึ้ง สบู่ เป็นต้น

 
 
 
 
ปัจจุบันมีชาวชุมชน8ครอบครัวที่หันมาเลี้ยงชันโรงเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้และยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ดีขึ้นมีรายได้เฉลี่ย50,000 – 60,000 บาทต่อปี ทั้งยังพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าได้ เช่น น้ำผึ้ง และสบู่ โดยซีพีเอฟมีโครงการพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เลี้ยงชันโรง พื่อให้ความรู้แก่คนในชุมชนที่สนใจสามารถนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพได้อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างมั่นคง”นายวุฒิชัยกล่าว

 
 
 
ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้เสาหลักสู่ความยั่งยืนของบริษัท คือ อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน ดินน้ำป่าคงอยู่ โดยทำงานร่วมกับทช. เครือข่ายภาคประชาสังคมและชุมชนในพื้นที่ ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้รวมทั้งสิ้น 2,388 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ใน 5 จังหวัด คือ ระยอง สมุทรสาคร พังงา สงขลา และชุมพร สอดล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติหรือSDGs(Sustainable Development Goals)

นายประพัฒน์ โนเรศน์ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 38สงขลา กล่าวว่าป่าชายเลนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจของประเทศ สังคมและชุมชน รวมทั้งความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ เครือข่ายและภาคประชาสังคม ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูและดูแลการที่ภาคเอกชนอย่างซีพีเอฟ เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ทำให้เกิดประโยชน์ชัดเจนคือเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้กับประเทศและชุมชน กระตุ้นให้ชุมชนในพื้นที่เห็นความสำคัญของป่าชายเลน ซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชนเอง อาทิ การทำอาชีพประมงพื้นบ้าน นอกจากนี้ในพื้นที่ปลูกป่าชายเลนที่ต.ชะแล้ จ.สงขลา ซีพีเอฟยังเข้ามาสนับสนุนคนในชุมชนเลี้ยงชันโรง ทำให้เกิดการสร้างงานเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน

“ภาครัฐอยากเห็นหน่วยงานเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติเพราะภาคเอกชนสามารถนำองค์ความรู้เข้ามาใช้ผสมผสานในการร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่า ส่งเสริมชุมชนให้อยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ยกตัวอย่าง ซีพีเอฟที่เข้ามาสนับสนุนแนวคิดในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ รวมถึงงบประมาณในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ก็ทำให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้น”หัวหน้าสถานีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 38 สงขลา กล่าว
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 มี.ค. 2562 เวลา : 22:48:17
22-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 22, 2019, 6:12 pm