อสังหาริมทรัพย์
เผย"คีย์ซัสเซส AP"ดันยอดขาย Q1 โต


เอพีเผยคีย์ซัสเซส ดันยอดขายโต“เข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเล สินค้าหลากหลาย บริหารแพ็คเกจราคาที่คุ้มค่า”เดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ช่วงQ2 13 โครงการ มูลค่า 19,720 ล้านบาท มั่นใจมาตรการแอลทีวี ส่งผลดีต่อธุรกิจระยะยาว


ต้องยอมรับว่าความสำเร็จของบมจ. เอพี (ไทยแลนด์)ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยแต่ได้มาเพราะการวางกลยุทธ์อย่างแยบยล การลงทุนโครงการใหม่จะระมัดระวังมากขึ้น ที่ดินแต่ละแปลงที่ซื้อมาจะถูกวิเคราะห์แผนการลงทุนอย่างละเอียด เพื่อหากลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้เจอและต้องรู้ลึกถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพราะนั่นหมายถึงว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ไม่ยากนัก แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้จะอยู่ในช่วงชะลอตัวก็ตาม

ผลสำเร็จเห็นได้จากยอดขายรวมในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 12,585 ล้านบาท เป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียม 6,365 ล้านบาท และแนวราบ 6,220 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 10,016 ล้านบาท ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจเพราะในช่วงไตรมาสแรกเอพีมีโครงการเปิดใหม่ไม่มากแต่กลับสร้างยอดขายได้แล้ว 30% ของเป้ายอดขายปี 2562 ที่ตั้งไว้ 41,800 ล้านบาท

 
 
 
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า“คีย์ซัสเซสของเอพี คือ ความเข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเลมีสินค้าหลากหลายและความสามารถในการบริหารแพ็คเกจราคาที่คุ้มค่าจับต้องได้ ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากแนวราบและแนวสูง โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ THE CITY และ CENTRO ถือเป็นหนึ่งใน KEY DRIVE สำคัญต่อการเติบโตของยอดขายรวม นอกเหนือจากนี้โครงการอื่นๆอาทิ ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมที่ภาพรวมการขายเติบโตขึ้นต่อเนื่อง อาทิ คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ‘แอสปาย เอราวัณ’ ที่มีอัตราการขายโตกว่า 130% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ”


โดยตลาดอสังหาฯในไตรมาสแรกมีอัตราเติบโตดี กำลังซื้อมีอยู่มาก ทั้งแนวราบและแนวสูงและจะยังมีกำลังซื้อต่อเนื่อง ซึ่งประเมินว่าภาพรวมอสังหาฯในไตรมาส 2 ยังมีดีมานด์ที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ แม้มาตรการแอลทีวีจะมีผลบังคับใช้ แต่มั่นใจไม่ได้กระทบทั้งตลาด


ขณะเดียวกันข้อดีของมาตรการกลับช่วยให้ลูกค้าเรียลดีมานด์สามารถเข้าถึงสินค้าที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้นและยังช่วยบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯในระยะยาวได้ดี ดังนั้นบริษัทยังดำเนินงานตามแผนที่ประกาศช่วงต้นปี คือ การวางแผนแบบระยะยาว เน้นความเข้าใจดีมานด์ในแต่ละทำเลเพื่อพัฒนาและส่งมอบสินค้าที่แตกต่าง

โดยในช่วงไตรมาส 2 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 13 โครงการ มูลค่า 19,720 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 8,560 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 3 โครงการ มูลค่า 2,360 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้านบาท ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้ง 9 แบรนด์ในเครือ ภายใต้การส่งมอบคุณภาพการอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2562 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 39 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท แนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขาย 41,800 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 35,900 ล้านบาท (100%JV)

ทั้งนี้โครงการที่เปิดตัวใหม่ในไตรมาส 1 อย่าง ‘ริธึ่ม เอกมัย เอสเตท’ ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยปัจจัยหลักที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ คือ ประสบการณ์การอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่เติมเต็มให้การอยู่คอนโดฯเป็นส่วนตัวเสมือนได้อยู่บ้าน ในส่วนของ‘แอสปาย’ ทั้ง 2 ทำเล ได้แก่ ‘แอสปาย สุขุมวิท – อ่อนนุช’ และ ‘แอสปาย อโศก – รัชดา’ที่เปิดตัวไปในไตรมาสแรกก็ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะ‘แอสปาย อโศก – รัชดา’ ที่สามารถปิดการขายในช่วงพรีเซลอย่างรวดเร็วด้วยจำนวน 1,025 ยูนิต มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท

ณ 31 มีนาคม 2562 เอพีมีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่า 58,960 ล้านบาท เป็นแนวราบ มูลค่า 11,140 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้และคอนโดมิเนียมรวมโครงการร่วมทุน มูลค่า 47,820 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดเอพี 6,530 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปีนี้ประมาณ 3,395 ล้านบาท และคอนโดร่วมทุน 41,290 ล้านบาท รับรู้ในปีนี้ประมาณ 7,750 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566

 

บันทึกโดย : วันที่ : 11 เม.ย. 2562 เวลา : 08:08:47

18-06-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555