อสังหาริมทรัพย์
เปิดแผน"โนเบิล"หลัง"ธงชัย บุศราพันธ์"กลับมากุมบังเหียน


เปิดแผน"โนเบิล"หลัง "ธงชัย บุศราพันธ์"กลับมากุมบังเหียนโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ประกาศความพร้อม หลังปรับโครงสร้างบริหารใหม่ เผยกลยุทธ์ 3 ปีข้างหน้า เติบโตอย่างก้าวกระโดด


 
 
 
ช็อควงการอสังหาริมทรัพย์เมื่อในช่วงวันที่ 25 เมษายน 2562 บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE)เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งนายกิตติ ธนากิจอำนวย จากประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกิตติคุณ พร้อมทั้งแต่งตั้ง นายธงชัย บุศราพันธ์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมและกรรมการผู้จัดการของบริษัท ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

สำหรับนายธงชัยเคยดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการของ NOBLE ระหว่างปี 2535 ถึงเดือนตุลาคม 2555และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์อย่างสูงในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้นายธงชัยจะเข้ามานำทีมบริหารร่วมกับนายแฟรงค์ เหลียง รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม

ส่วนนายกิตติ ธนากิจอำนวย ผู้ก่อตั้งบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)เป็นผู้นำความรู้ความสามารถนำบริษัทฯและพัฒนาธุรกิจของโนเบิลฯจนประสบความสำเร็จอย่างดีต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 28 ปี ด้วยคุณภาพที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่เชื่อถือจากทั้งลูกค้าและผู้ถือหุ้น นอกจากนี้นายกิตติยังเป็นนักบริหารที่มีประสบการณ์สูงในการบริหารธุรกิจโรงแรมระดับพรีเมี่ยมของประเทศ รวมถึงสนับสนุนโครงการส่งเสริมสังคมของโนเบิลฯอีกด้วย

ในวันเดียวกันมีรายการบิ๊กล็อตหุ้น NOBLEรวม 4 รายการ เพิ่มเป็น 126.36 ล้านหุ้น มูลค่าซื้อขาย 1,647.75 ล้านบาท ขณะที่เมื่อวันที่ 24 เม.ย.มีรายการบิ๊กล็อต 70.46 ล้านหุ้น มูลค่าซื้อขาย 918.79 ล้านบาท รวม 2 วัน 196.82 ล้านหุ้น คิดเป็น 43.12% ของทุนชำระแล้ว

อย่างไรก็ดีภายหลังการทำบิ๊กล็อตนายธงชัย ขึ้นแท่นถือหุ้นอันดับ 2 ที่ 23.32 % ขณะที่นายกิตติ ลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลือ 18.86 % จากเดิมถือ 29.61%

การแต่งตั้งผู้บริหารครั้งนี้จะมีผลทำให้ NOBLE ขยายโอกาสทางธุรกิจพัฒนาโครงการใหม่ๆให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติตามที่ได้วางแผนไว้ รวมถึงเสริมความเป็นผู้นำของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในด้านการพัฒนาโครงการระดับพรีเมี่ยมให้ได้รับความเชื่อถือยิ่งขึ้น

เร่งขยายตลาดต่างประเทศ

โนเบิลระบุว่าสำหรับก้าวต่อไปบริษัทฯให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบแลัแนวสูง โดยเน้นการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ผนวกกับเทคโนโลยีในการอยู่อาศัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค ปัจจุบัน NOBLE พัฒนาโครงการมาแล้วกว่า 47 โครงการ โดยมีโครงการที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา 8 โครงการ ซึ่งบริษัทจะผลักดันธุรกิจและขยายตลาดไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ในปี 2561 เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในทำเลใจกลางเมือง 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ นิว โนเบิล แจ้งวัฒนะ โครงการโนเบิล อราวน์ อารีย์ และโครงการโนเบิล สเตท 39 มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

ภายหลังการปรับโครงสร้างภายในบริษัทแล้ว นายธงชัย ไม่รอช้า เดินหน้าดำเนินงานตามแผนงานทันที โดยประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปีจากทีมผู้บริหารชุดใหม่จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามแผนที่วางไว้โดยกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทฯจะมุ่งเน้นให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นยอดขายรวมที่มากกว่า 30,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า และอัตราผลตอบแทนต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้น 2เท่าเป็น 30% โดยจะยังคงรักษาอัตราส่วนของหนี้ต่อทุนสุทธิที่ 1.5 เท่า

เล็งเพิ่มสัดส่วนเซกเมนต์ที่มีการเติบโตสูง

โดยบริษัทฯวางเป้าหมายด้วยการสร้างรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์ที่บริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการทั้ง7โครงการ และการปรับเพิ่มสัดส่วนของโครงการในเซกเมนต์ที่มีการเติบโตและความต้องการสูง อาทิเซกเมนต์ที่อยู่อาศัยคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายต่อตารางเมตรอยู่ระหว่างหนึ่งแสนถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทต่อตารางเมตร  รวมถึงการจัดการประสิทธิภาพของพอร์ทการลงทุนในที่ดินของบริษัทให้มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างยอดขายในตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อสร้างรายได้ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

 
 
 
 
ขณะที่นายแฟรงค์ เหลียง รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม กล่าวว่าบริษัทฯยังมีสินทรัพย์ที่สร้างเสร็จพร้อมเพื่อการขายและส่งมอบมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท และพื้นที่เชิงพาณิชย์มูลค่ากว่า 2.5 พันล้านบาท ซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าวมีเป็นสินทรัพย์ที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบันและไม่มีหนี้สินผูกพันการเร่งสร้างยอดรับรู้รายได้จากสินทรัพย์ที่มีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดทันทีและสามารถสร้างอัตราผลกำไรสุทธิ

นายแฟรงค์ เหลียง กล่าวว่า “ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 บริษัทฯประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดต่างประเทศ โดยมียอดจองในไตรมาสที่ 1 จำนวน 60% เป็นผลทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของโนเบิลฯ เติบโตขึ้นมากจาก 8% ในปี 2561 เข้าสู่ระดับที่มากกว่า 28% ในไตรมาสนี้  รวมทั้งเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดต่างประเทศของบริษัทโนเบิลฯอย่างเข้มแข็ง ซึ่งเป็นผลทำให้ยอดขายเพื่อรอรับรู้รายได้ของโครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นสูงกว่า 75%”

นายธงชัย กล่าวว่า บริษัทตั้งงบประมาณไว้ที่ 3 พันล้านบาทต่อปีในการจัดซื้อที่ดิน ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ติดกับแนวสถานีรถไฟฟ้า 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 พ.ค. 2562 เวลา : 14:14:43
11-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 11, 2019, 4:06 pm