เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กกร.คาดส่งออกปีนี้ติดลบ1%จีดีพีโตเพียง 2.9-3.3% เหตุศก.โลกชะลอ-บาทแข็ง


กกร.ลดเป้าส่งออกเป็นติดลบ 1% จีดีพีขยายเพียง2.9-3.3%  เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เงินบาทแข็งค่า พร้อมเร่งหารือแบงก์ชาติแก้ไข เตรียมส่งสมุดปกขาวให้รัฐบาล ก.ค.นี้

          
 
 
 
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าไทยและสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณที่อ่อนแรง สะท้อนจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัว ขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยก็ขยายตัวในระดับต่ำ มีเพียงการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัว จากแรงหนุนมาตรการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐ มองต่อไปในช่วงที่เหลือของปี 2562 แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอยู่ท่ามกลางความท้าทายและขาดปัจจัยหนุน แม้ว่าการส่งออกอาจจะกลับมาฟื้นตัวได้บ้างจากปัจจัยฐาน และความเป็นไปได้น้อยลงที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีล็อตสุดท้ายจากจีน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้กลับมาสู่เส้นทางการเจรจากันอีกครั้ง
 
อย่างไรก็ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากความซบเซาของการค้าโลก รวมทั้งปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว และอาจยังมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าอีกหากธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทย ทำให้แนวโน้มการส่งออกทั้งปี 2562 อาจมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ขยายตัว
 

 
 
ที่ประชุม กกร.จึงปรับกรอบประมาณการอัตราการเติบโตของการส่งออกในปี 2562 ลงมาที่ -1.0% ถึง 1.0% (จากเดิม 3.0-5.0%) และแม้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ กกร. ก็มองว่าอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลจากการส่งออกที่ลดลงท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงและทิศทางเงินบาทที่แข็งค่า ดังนั้น กกร. จึงปรับกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ลงมาที่ 2.9-3.3% (จากเดิม 3.7-4.0%) สำหรับอัตราเงินเฟ้อปี 2562 ยังคงไว้ที่กรอบเดิมคือ 0.8-1.2%
          
 
 
 
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานส.อ.ท. กล่าวว่าสัปดาห์หน้าส.อ.ท.และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะเข้าพบผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อหารือถึงแนวทางและมาตรการดูแลการเคลื่อนไหวของค่าของเงินบาทไม่ให้หวือหวา เช่น การเก็บภาษีเงินที่ลงทุนระยะสั้น เป็นต้น เนื่องจากปัจจุบันเงินบาทของไทยที่แข็งค่า 5-6% ซึ่งเป็นการแข็งค่าสูงที่สุดในโลก ขณะที่ภาคเอกชนอยากเห็นค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในทิศทางเดียวกับค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน หรืออยู่ในระดับเหมาะสมประมาณ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

และขณะนี้การแข็งค่าของเงินบาทไม่ได้ส่งผลกระทบแค่การส่งออกเท่านั้น แต่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวด้วย เห็นได้จากการท่องเที่ยวเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนลดลง 8% ขณะที่ค่าเงินดองของเวียดนามอ่อนค่า ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหันไปท่องเที่ยวในเวียดนามแทนไทยมากขึ้น หากยิ่งปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อไปเรื่อยๆจะยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจออกไปเป็นวงกว้าง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ก.ค. 2562 เวลา : 15:39:13
30-03-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 30, 2020, 5:22 am