กองทุนรวม
บลจ.ภัทร เปิดตัวกองทุนหุ้นต่างประเทศเน้นลงทุนตามดัชนี MSCI ACWI


บลจ.ภัทรเปิดตัวกองทุนหุ้นต่างประเทศเน้นลงทุนตามดัชนี MSCI ACWI เสนอขาย 18-26 มิถุนายน 2562 นี้


บลจ.ภัทรเพิ่มกองทุนต่างประเทศเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำทั่วโลก ภายใต้การบริหารกองทุนแบบ Passive เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับดัชนี MSCI ACWI ตัวแทนสะท้อนอัตราผลตอบแทนของตลาดประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนถึงร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด(บลจ. ภัทร)บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่าในระหว่างวันที่ 18-26 มิถุนายน 2562 บลจ.ภัทรจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิด ภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้ (Phatra Passive Global Equity Fund - PHATRA PGE) ซึ่งเป็นกองทุน Feeder Fund สำหรับลงทุนในกองทุนรวมหลักเพียงกองเดียวคือ iShares MSCI ACWI ETF โดยกองทุนหลักนี้เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี MSCI ACWI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนอัตราผลตอบแทนของตลาดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ผ่านกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive
 
กล่าวคือกองทุนหลักจะเลือกลงทุนในหุ้นที่เป็นตัวแทนขององค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อสะท้อนการลงทุนให้เหมือนดัชนีอ้างอิง (Representative Sampling)โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สัดส่วนอุตสาหกรรม อัตราผลตอบแทนและสภาพคล่อง กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสการลงทุนในหุ้นทั่วโลก เพื่อเป็นส่วนประกอบของการจัดสรรการลงทุน อีกทั้งสามารถลงทุนได้ในระยะยาวและรับความเสี่ยงได้สูง ทั้งนี้กองทุนPHATRA PGE ได้ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี 2562 นายยุทธพลกล่าวว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามโดยรวมตลาดหุ้นยังคงมีความน่าสนใจมากกว่าตลาดพันธบัตรในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งตลาดหุ้นยังได้รับแรงหนุนจากท่าทีที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางหลัก อาทิ FED, ECBและธนาคารกลางจีน (PBOC)ที่แสดงความเต็มใจจะใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนั้นปัจจัยอื่นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

(1) ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆคือธนาคารกลางสหรัฐฯระหว่างวันที่ 18-19 มิ.ย.และธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 20 มิ.ย. (2) ผลการประชุม OPEC ระหว่างวันที่ 25-26 มิ.ย. ที่เวียนนา ซึ่งพิจารณาการต่ออายุมาตรการควบคุมกำลังการผลิตน้ำมัน ภายใต้สถานการณ์ปัญหาในเวเนซุเอลา อิหร่านและลิเบียที่ยังคงดำรงอยู่ และ(3)ผลการประชุม G20 ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย. ซึ่งอาจนำไปสู่การพบปะหรือมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯและจีน โดยเหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกในระยะต่อไป

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร โทร. 02 305 9559 หรือธนาคารเกียรตินาคินทุกสาขา หรือKKP Contact Center 02 165 5555 หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ลงทุนสามารถเริ่มลงทุนได้ที่การลงทุนขั้นต่ำ1,000 บาท
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 17 มิ.ย. 2562 เวลา : 16:27:58

19-07-2019
เบรกกิ้งนิวส์
1. เงินบาทปิดตลาด(18ก.ค.)ที่ 30.88 บาท/ดอลล์

2. หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(18ก.ค.) เพิ่มขึ้น 4.59 จุด

3. ปตท.-บางจากลดราคาดีเซล 40 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้(19ก.ค.)

4. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(18ก.ค.) เพิ่มขึ้น 5.60 จุด

5. เงินบาทเปิดตลาด(18ก.ค.)ที่ 30.88 บาท/ดอลล์

6. กรมอุตุฯเตือน"ใต้-ตะวันออก-กลาง"ฝนหนัก- กทม.ฝนร้อยละ40

7. ดาวโจนส์ปิดตลาด (17 ก.ค.) ปิดลบ 115.78 จุด

8. เงินบาทปิดตลาด(17ก.ค.) ที่ 30.92 บาท/ดอลล์

9. หุ้นไทยปิดตลาด(17ก.ค.) ลดลง 9.13 จุด

10. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(17ก.ค.) ลดลง 2.71 จุด

11. หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้(17ก.ค.)ลดลง 1.94 จุด

12. บล.โกลเบล็กคาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,721-1,735 จุด

13. เปิดตลาดทองลง100บาทรูปพรรณขายออก 21,100

14. เงินบาทเปิดตลาด(17 ก.ค.)ที่ 30.91 บาท/ดอลล์

15. กรมอุตุฯเตือนรับมือฝนตกหนัก-กทม.ฝนร้อยละ 60

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555