เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กูรูทิสโก้ชี้ กนง.เซอร์ไพร์สลดดอกเบี้ย 0.25% ยันไม่ใช่การส่งสัญญาณปรับลงต่อเนื่อง


กูรูทิสโก้ชี้ กนง.ลดอัตราดอกเบี้ยเซอร์ไพร์ตลาด คาดทั้งปีคงไว้ที่ 1.50% เพราะได้สะท้อนการปรับลดจีดีพีไปแล้ว และเศรษฐกิจไทยยังไม่แย่เท่ากับภาวะวิกฤตซับไพร์ม


นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ
 2 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.50% ต่อปี เหนือความความหมายของ TISCO ESU และเหนือความคาดหมายของตลาด แม้ที่ผ่านมา TISCO ESU มองว่ามีโอกาสจะได้เห็นเสียงแตกของ กนง. เกิดขึ้นในการประชุมรอบนี้ แต่มติเสียงผิดไปจากคาดการณ์โดยเร็วกว่าที่ TISCO ESU เคยประเมินไว้เดิมว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 4 จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง และเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ

ด้านการส่งสัญญาณถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงเป็นไปตามที่ TISCO ESU คาดหมายไว้ โดยคาดว่าการปรับลดประมาณการจีดีพีจะเกิดขึ้นในการประชุมครั้งหน้า  (18 ก.ย.) แต่มองว่าจะยังไม่ต่ำกว่า 3% ซึ่งเป็นระดับตัวเลขเชิงจิตวิทยาในมุมมองของ TISCO ESU (จีดีพีที่ต่ำกว่าระดับ 3% ล่าสุดคือในปี 2557 ที่เศรษฐกิจขยายตัวเพียง 1% ซึ่งเป็นปีที่มีรัฐประหารเกิดขึ้นด้วย)
 
อนึ่ง ประมาณการจีดีพีปัจจุบันของ ธปท. ในปี 2562 อยู่ที่ 3.3%

อย่างไรก็ตาม TISCO ESU มองว่าการส่งสัญญาณต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน โดยยังเป็น “Data Dependent” ซึ่ง กนง.ระบุว่า “จะติดตามพัฒนาการของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบของสภาวะกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสมในระยะต่อไป” ถือเป็นประโยคเดียวกับการประชุมรอบก่อน โดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2562 

ดังนั้น TISCO ESU มองว่า จะไม่เป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงติดกันต่อเนื่อง โดยให้น้ำหนักในกรณีฐานว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ไปจนสิ้นปี 2562 เนื่องจาก 1)เสียงที่ไม่เป็นเอกฉันท์ในการลดดอกเบี้ยของกนง. 2) การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้น่าจะสะท้อนการปรับลดคาดการณ์จีดีพีที่จะถูกปรับลดลงอย่างเป็นทางการในการประชุมครั้งหน้าแล้ว 

3) อัตราดอกเบี้ยที่ถูกปรับขึ้นมาเพียง 0.25% สู่ระดับ 1.75% ในการประชุมเมื่อเดือน ธ.ค. 2561 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการสร้าง Policy Space ได้ถูกใช้ไปแล้วในการประชุมครั้งนี้ และ 4) ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำสุดเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตซับไพร์ม อยู่ที่ระดับ 1.25% ซึ่งเศรษฐกิจไทยหดตัว 0.7% ในปี 2552 แต่สถานการณ์เศรษฐกิจที่อ่อนแอลงในปัจจุบันน่าจะยังไม่รุนแรงเทียบเท่ากับเหตุการณ์ในวิกฤตครั้งก่อน

อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มเศรษฐกิจอ่อนแอลงไปมากจากพัฒนาการเศรษฐกิจต่างๆ เช่น หากสงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้น เป็นต้น ประกอบกับการจะประกาศบังคับใช้เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อบุคคล (เกณฑ์สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ DSR) ที่เข้มงวดมากขึ้นในการกำกับดูแลความเสี่ยงเฉพาะจุดในด้านเสถียรภาพระบบการเงิน จะช่วยเปิดช่องให้ กนง. ผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่มเติมได้หากมีความจำเป็น 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ส.ค. 2562 เวลา : 23:49:09

24-08-2019
เบรกกิ้งนิวส์
1. เงินบาทปิดตลาด(23ส.ค.)ที่ 30.73 บาท/ดอลล์

2. หุ้นไทยปิดตลาด(23ส.ค.) เพิ่มขึ้น 13.12 จุด

3. ไทยฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่ง-กทม.ฝนร้อยละ60

4. ดาวโจนส์ปิดตลาดเมื่อคืนนี้ (22 ส.ค.)บวก 49.51 จุด

5. ค่าเงินบาทปิดตลาดทรงตัว 30.78 บาท/ดอลลาร์ ไร้ปัจจัยใหม่หนุน

6. ตลาดหุ้นไทยปิด ลบ 4.68 จุด ดัชนี 1,633.56 จุด

7. การประปานครหลวง แจ้งน้ำประปาไหลอ่อนชั่วคราว บริเวณถนนกิ่งแก้ว บางพื้นที่

8. MTS Gold แนะเก็งกำไรระยะสั้นๆในกรอบ รอเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว

9. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(22 ส.ค.)ลดลง 6.33 จุด

10. บมจ.ไทยออยล์ระบุราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดกังวลอุปสงค์โลกอ่อนตัว

11. หุ้นไทยเปิดตลาด (22 ส.ค.) ลบ 9.90 จุด

12. บล.ฟินันเซีย ไซรัสคาดSET Index แกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,625-1,650 จุด

13. ทองขึ้นบาทละ50รูปพรรณขายออก 22,400.00

14. เงินบาทเปิดตลาด(22 ส.ค.) ที่ 30.77 บาท/ดอลล์

15. ดาวโจนส์ปิดตลาด (21 ส.ค.) พุ่ง 240.29 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555