หุ้นทอง
"ข้าราชการ"อาชีพ"มั่นคง-สวัสดิการดี" เติมเงินออมเพิ่ม..บั้นปลายเงินตุงกระเป๋าเกษียณสุขใจ


เชื่อว่าหลายๆครอบครัว หลังจากลูกหลายเรียนจบ สิ่งที่พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ ต้องการเห็นก็คืออยากให้ลูกหลานเข้ารับราชการ เหตุผลก็คือการเข้าทำงานในองค์กรของภาครัฐหรือการเป็นข้าราชการ ถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติสำหรับวงศ์ตระกูลแล้วและเป็นงานที่มีความมั่นคง


นอกจากนี้สวัสดิการที่ข้าราชการได้รับจะดีกว่าที่บริษัทเอกชนให้และสวัสดิการข้าราชการยังตกไปถึงคนในครอบครัวอีกด้วย ที่เอกชนส่วนใหญ่ไม่สามารถครอบคลุมไปถึง แม้รายได้ของข้าราชการอาจจะไม่ได้หวือหวามากมายแต่ก็ยังพอกินพอใช้ได้อย่างไม่ลำบาก แต่ด้วยสภาพสังคมยุคปัจจุบันก็มีโอกาสทำให้เกิดการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น

ดังนั้นมิสเตอร์ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงอยากชักชวนให้พี่น้องข้าราชการ มาร่วมกันคิดหาวิธีการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างไรให้อย่างเหมาะสม พร้อมกับวางแผนออมเงิน เพื่อเป้าหมายให้คุณเกษียณอย่างมีความสุขและช่วยกำจัด “ภาวะเกษียณทุกข์” ให้ห่างไกลได้ด้วย

มิสเตอร์ตลาดหลักทรัพย์ฯขอแนะนำ “2 วิธีออมเงิน ฉบับข้าราชการ”

 
 
 
 

การออมเงินวิธีแรก คือออมเงินอย่างเป็นระบบกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) เนื่องจากรัฐบาลก็มีความต้องการสนับสนุนให้ข้าราชการ เก็บเงินเพื่อการเกษียณจึงมีนโยบายให้จัดตั้ง กบข. เพื่อให้สมาชิก(ข้าราชการ) ส่งเงินสะสมทุกเดือนในอัตรา 3%ของเงินเดือนและรัฐบาลจะสมทบให้อีก 3%ของเงินเดือน

เงินสมทบดังกล่าวคุณสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 500,000 บาท การออมอย่างต่อเนื่องเช่นนี้จะช่วยให้ข้าราชการมีเงินออมก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งไว้ใช้ในยามเกษียณ นอกเหนือจากเงินบำนาญที่ได้รับจากกระทรวงการคลัง

“รู้ก่อน“เกษียณมั่นคง” กว่า... กับทางเลือกบริหารเงินออม กบข.”

 
 
 

ส่วนวิธีออมเงินที่สอง คือเพิ่มผ่านทางเลือกรูปแบบอื่นๆ

 
 
 
 
 

หากคุณคิดว่าเงินบำนาญและเงินที่จะได้รับจาก กบข.ยังไม่เพียงพอ คุณก็ควรออมเพิ่มในทางเลือกการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆควบคู่กันไปด้วย

สำหรับการออมเพิ่มมีทางเลือหลากหลาย เช่นการซื้อหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งมีโอกาสได้รับเงินปันผลทุกปี โดยบางแห่งอาจให้ผลตอบแทนสูงกว่า6%ก็เป็นได้

หรือการออมเงินผ่านประกันชีวิต ทั้งแบบสะสมทรัพย์และแบบบำนาญ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองชีวิตเพิ่มเติมด้วย
หรือหากคุณสามารถรับความเสี่ยงได้สูงก็อาจลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่นอกจากจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นแล้ว เงินลงทุนยังนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ทำให้เรามีเงินออมเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 
 
 
 
 
ถึงเวลาแล้วที่ข้าราชการอย่างคุณควรหันมาศึกษา“แหล่งออมเงินเพื่อเกษียณสุข” ในช่องทางต่างๆเพียงคุณเริ่มต้นแบบง่ายๆจากสวัสดิการการออมในที่ทำงานของคุณก่อน จากนั้นคุณลองหาข้อมูลแหล่งการออมและลงทุนที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีควบคู่ไปด้วย แล้วค่อยๆขยายไปในการลงทุนรูปแบบอื่นๆที่คุณถูกใจและรับความเสี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น กองทุนรวม ตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเกษียณอย่างมีความสุขและยังมีเงินใช้สบายๆแบบไม่ขาดมือแน่นอน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ส.ค. 2562 เวลา : 20:10:14
21-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (21 ก.ค.69) บวก 5.45 จุด ดัชนี 1,651.45 จุด

2. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ก.ค.69) ลบ 307.16 จุด กังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง จับตาผลประกอบการบริษัทเทคฯ

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ก.ค.69) ลบ 2.90 ดอลลาร์ กังวลสงครามอิหร่านหนุนน้ำมัน-เงินเฟ้อสูง

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ก.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ภาคเหนือ ฝน 60% ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 30%

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ก.ค.69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,900 บาท

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ก.ค.69) บวก 6.82 จุด ดัชนี 1,652.82 จุด

7. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปิดเหนือแนวรับจิตวิทยา 4,000 เหรียญ ได้อีกครั้ง หลังจากเมื่อวานนี้ปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,980 เหรียญ

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ก.ค.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (20 ก.ค.69) บวก 6.96 จุด ดัชนี 1,646.00 จุด

10. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (20 ก.ค.69) ลบ 2.08 จุด ดัชนี 1,636.96 จุด

11. MTS Gold คาดราคาทองคำยังผันผวนบริเวณ 4,000 เหรียญ แม้หลุดระดับดังกล่าวหลายครั้ง แต่ยังมีแรงซื้อกลับเข้าพยุงราคา

12. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (20 ก.ค.69) ลบ 0.52 จุด ดัชนี 1,638.52 จุด

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (20 ก.ค.69) ปรับลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,650 บาท

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ก.ค.69) ประเทศไทยฝนลดลงจากมรสุมมีกำลังอ่อนลง ภาคเหนือ ฝน 30% ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 20% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 10%

15. ทีทีบี ระบุค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ผันผวนในกรอบ 33.30-33.90 บาทต่อดอลลาร์ จับตาปัจจัยตะวันออกกลาง เงินทุนต่างชาติ และทิศทางเฟดกดดันตลาดเงิน

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 21, 2026, 2:16 pm