เอสเอ็มอี
SME กว่า 200 ราย แห่ยื่นเข้าร่วม All Business Matching ขายสินค้าผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น


“ซีพี ออลล์” เดินหน้าโครงการกองหนุน SME ช่วยกลุ่มธุรกิจสู้วิกฤติ COVID-19 ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ-เอกชน เปิด Fast Track ช่องทางด่วนนำสินค้าเข้าจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ผ่านกิจกรรม “All Business Matching” ในรูปแบบออนไลน์ เพิ่มโอกาส SME เข้าถึงช่องทางขายใหม่ กระจายความเสี่ยง สร้างรายได้ฝ่าวิกฤติ ด้าน SME แห่ยื่นร่วมจับคู่ธุรกิจกว่า 200 ราย 700 ชนิดสินค้า เล็งเปิดจับคู่รอบใหม่ต่อเนื่อง พ.ย.นี้  


นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมกับหลากหลายพันธมิตรจัดกิจกรรม All Business Matching เพื่อเป็นช่องทางพิเศษ (Fast Track) ช่วยเหลือ SME ให้มีโอกาสจับคู่ธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์เป็นครั้งแรก และสามารถเข้าถึงช่องทางการขายโมเดิร์นเทรดของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ภายใต้สถานการณ์ COVID-19 ได้ง่ายขึ้น จนสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีกว่า 100 ราย และในปีนี้ที่ SME ยังคงเผชิญกับวิกฤติ COVID-19 ซีพี ออลล์ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม SME มาโดยตลอด จึงเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังผ่านโครงการกองหนุน SME ได้แก่ กองหนุนองค์ความรู้ กองหนุนความร่วมมือ และกองหนุนช่องทางขาย พร้อมจับมือพันธมิตรภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เดินหน้าจัดกิจกรรม All Business Matching ต่อเนื่อง  
 

“ในสถานการณ์ COVID-19 การมีช่องทางการขายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จะช่วยทั้งกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจให้แก่ SME และเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ผ่านช่องทางใหม่ๆ ในสภาวการณ์ที่ยากลำบาก All Business Matching จะช่วยเป็นกองหนุนช่องทางขาย ขยายช่องทางการตลาดและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความแข็งแกร่ง และเป็นทั้งกองหนุนองค์ความรู้และกองหนุนความร่วมมือ เพื่อให้มีโอกาสเติบโตและก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้” นายยุทธศักดิ์ กล่าว 
 

สำหรับกิจกรรม All Business Matching ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งพันธมิตรเดิมและพันธมิตรใหม่ รวม 8 ราย ประกอบด้วย  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ,กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.), เวทีประกวด 7 Innovation Awards และหอการค้าไทย โดยหน่วยงานพันธมิตรทั้งหมดจะคัดสรร SME ที่มีศักยภาพซึ่งหน่วยงานให้การสนับสนุนเข้าร่วมจับคู่ธุรกิจ  
 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้มีกลุ่ม SME จากทั้งกลุ่มพันธมิตรและผู้สนใจสมัครเข้ามาเอง เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ราย มีจำนวนสินค้ากว่า 700 รายการ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายกลุ่ม อาทิ ผักและผลไม้, ขนมและของทานเล่น, เครื่องดื่ม, Health & Beauty โดยจะพิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติของสินค้าที่ส่งเข้าสู่ระบบของบริษัท เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ในรูปแบบออนไลน์
 

ทั้งนี้ SME จำนวนกว่า 200 ราย จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่ม Ready to serve (พร้อมขาย) คือ กลุ่มที่มีมาตรฐานเข้มข้นผ่านเกณฑ์ของบริษัท กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่พร้อมวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น และเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ ของซีพี ออลล์ ทันที 2.กลุ่ม Ready to develop (พร้อมพัฒนาต่อ) เป็นกลุ่มที่สินค้ามีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโต แต่ยังต้องพัฒนาเพิ่มอีกเล็กน้อย ในกลุ่มนี้ทางทีมซีพี ออลล์จะเข้าไปเป็นกองหนุนองค์ความรู้ และร่วมพัฒนาสินค้าจนสามารถเข้าจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดได้    3.กลุ่ม Ready to learn (พร้อมเรียนรู้) สำหรับผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ บริษัทจะเข้าไปให้คำแนะนำในเบื้องต้นให้รับทราบถึงสิ่งที่ยังขาด หากต้องการจะเข้าจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรด เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการและนำกลับเสนอใหม่ได้ตลอดเวลา  
 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทจะเดินหน้ากิจกรรม All Business Matching อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งประสานความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการขยายตลาดและเพิ่มศักยภาพให้กับ SME อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มความถี่ในการจัดเป็น 4 ครั้งต่อปี เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับ SMEสำหรับกิจกรรม “All Business Matching” ในครั้งถัดไป จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 โดยผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2564 สมัครและสอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อความยั่งยืน บมจ.ซีพี ออลล์ โทร 02-071-9751, 091-004-9106  อีเมล์ dpc_sme@cpall.co.th   

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 ส.ค. 2564 เวลา : 16:35:27
05-12-2021
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน. 7 , 8 ธ.ค. 64 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนลาดกระบัง และถนนเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก (ด้านใต้)

2. ประกาศ กปน.: 7 ธ.ค. 64 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

3. ราคาทองคำเช้านี้ (4 ธ.ค.) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 29,050 บาท

4. ดาวโจนส์ปิดตลาดในวันศุกร์ (3 ธ.ค.) ปิดที่ 34,580.08 จุด ลดลง 59.71 จุด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 ธ.ค.) กทม. อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส

6. ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 33.86 บาท/ดอลลาร์

7. ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,588.19 จุด ลดลง -3.65 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 55,159.43 ล้านบาท.

8. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า (3 ธ.ค.) -2.54 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,589 จุด มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 30,073 ล้านบาท

9. หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ (3 ธ.ค.) +4.07 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,596 จุด มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 3,084 ล้านบาท

10. ราคาทองคำเช้านี้ (3 ธ.ค.) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 28,950 บาท

11. MTS วิเคราะห์ราคาทองคำ (ภาคเช้า) ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง

12. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่ 3 ธ.ค. ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังกลุ่มโอเปกพลัสมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิต

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 ธ.ค.) กทม. อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส

14. ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (3 ธ.ค.) ที่ 33.92บาท/ดอลลาร์

15. ดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) ที่ระดับ 34,639.79 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 5, 2021, 1:15 pm