เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ กระแสการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี?กับมุมมองของนักลงทุนไทย


ประเด็นสำคัญ 

- จากผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปรู้จักคริปโทเคอร์เรนซีกว่าร้อยละ 69.4 มีคนสนใจลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีมากถึงร้อยละ 52.0 สะท้อนถึงกระแสความนิยมในการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี อย่างไรก็ดี กลุ่มนักลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซียังอยู่ในวงจำกัด โดยมักเป็นกลุ่มคนเมืองที่มีรายได้และเงินออมอยู่ในระดับสูง
 
- ความนิยมในการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจากผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ชี้ว่า กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่ยังไม่ได้ลงทุนจริงในปัจจุบัน ก็มีความสนใจที่จะลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีในอีก 1 ปีข้างหน้าราวร้อยละ 42.0 ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพให้เห็นว่า จะมีนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในไทยอีกมากในระยะข้างหน้า
 
- จากผลสำรวจชี้ให้เห็นอีกว่า ปัจจุบัน คนไทยที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีมักเน้นมิติการเก็งกำไรเป็นหลัก อย่างไรก็ดี นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างเข้าใจในภาวะเสี่ยงจากการลงทุนในตลาด แต่ขณะเดียวกัน ก็มีนักลงทุนบางส่วนที่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงสภาวะเสี่ยงนั้น เพราะมีความคาดหวังและมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับผลตอบแทนในระดับสูงต่อเนื่อง นับว่าเป็นโจทย์สำคัญต่อทั้งกลุ่มนักลงทุนและทางการที่จำเป็นต้องเร่งพัฒนาการเรียนรู้ในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ อีกทั้งเป็นการปูทางไปสู่นวัตกรรมทางการเงินอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต
 

แม้ว่าปัจจุบัน คริปโทเคอร์เรนซีจะยังคงมีความผันผวนสูง เนื่องด้วยเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่อาจยังมีมูลค่าไม่ชัดเจนเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น แต่ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกลับมีการเติบโตเป็นอย่างมาก ตามข่าวเชิงบวกและกระแสความต้องการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่ ทำให้คริปโทเคอร์เรนซีให้ผลตอบแทนสูง เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน คริปโทเคอร์เรนซีจึงได้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกใหม่ในหมู่นักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนที่พยายามแสวงหาสินทรัพย์ใหม่ๆ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Search for Yield) จากภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงในกลุ่มนักลงทุนที่ชื่นชอบความเสี่ยงและต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์ใหม่ๆ ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ 
 
ด้วยความน่าสนใจของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง ทำให้เป็นที่ดึงดูดกลุ่มนักลงทุนรายใหม่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน ได้มีนักลงทุนรายย่อยรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในวงจำกัด โดยปัจจุบัน มีจำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยทั้งหมด 1,379,373 บัญชี  ซึ่งน้อยกว่าบัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์  ราว2.1 เท่า แต่ก็มีอัตราการขยายตัวสูงอยู่ที่ร้อยละ 27.6 ต่อเดือน ขณะที่บัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มีอัตราการเติบโตเพียงร้อยละ 2.9 ต่อเดือน  สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในไทย อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยคริปโทเคอร์เรนซียังคงเป็นสินทรัพย์ใหม่และมีความผันผวนสูง จึงมีประเด็นคำถามที่ว่า แท้จริงแล้ว นักลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในไทยเหล่านั้น มีลักษณะหรือมีมุมมองในแง่ของการลงทุนเป็นแบบใด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดูแลและพัฒนาตลาดคริปโทเคอร์เรนซีของไทยต่อไป 
 
ในช่วงที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ดำเนินการสำรวจการลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกับกลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชนที่มีรายได้สูง อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงน่าจะเป็นกลุ่มที่มีความเข้าใจด้านคริปโทเคอร์เรนซีสูง ขณะเดียวกัน เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้มีจำนวนตัวอย่างที่จำกัด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการตีความเชิงสถิติ เนื่องจากผลทางสถิติอาจจะเปลี่ยนแปลงตามขนาดของกลุ่มตัวอย่างได้ นอกจากนี้ ผลทางสถิติอาจไม่ได้สะท้อนถึงประชากรทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจดังกล่าว ได้มีผลทางสถิติที่น่าสนใจหลายประการที่น่าจะสามารถบ่งชี้ลักษณะ มุมมองและความคาดหวังของนักลงทุนไทยในเบื้องต้นได้ 
 
- ผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปรู้จักคริปโทเคอร์เรนซีสูงถึงร้อยละ 69.4  มีคนสนใจลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีมากถึงร้อยละ 52.0 และลงทุนจริงในปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 24.3 ขณะที่กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่ยังไม่ได้ลงทุนจริงในปัจจุบัน ก็มีความสนใจที่จะลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีในอีก 1 ปีข้างหน้าราวร้อยละ 42.0 ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพให้เห็นว่า จะมีนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในไทยอีกมากในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปส่วนใหญ่ยังคงมีความเข้าใจเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีที่ค่อนข้างจำกัด โดยอาจเข้าใจว่าคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเพียงระบบการให้บริการทางการเงิน หรือรู้จักคริปโทเคอร์เรนซีในนามของบิตคอยน์และมีไว้เพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว คริปโทเคอร์เรนซีสามารถทำได้มากกว่านั้น อาทิ สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ สิทธิประโยชน์ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ด้วยกัน 
 
- เมื่อเจาะเพิ่มเติมด้วยคำถามถึงวัตถุประสงค์การลงทุน ภาพรวมกลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่รู้จักคริปโทเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ราวร้อยละ 26.6 คาดหวังว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะสามารถนำมาเก็งกำไรระยะสั้นได้ ซึ่งน่าจะสามารถบ่งชี้ในเบื้องต้นได้ว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีมุมมองต่อคริปโทเคอร์เรนซีในแง่ของสินทรัพย์ทางเลือกที่เน้นการเก็งกำไร และน่าจะมีการรับรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการลงทุน อันเนื่องมาจากความผันผวนของราคา สอดคล้องผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ชี้ว่า นักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีในกลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปกว่าร้อยละ 76.3 สามารถรับได้ หากเงินลงทุนจะหายไปมากกว่าร้อยละ 50 ภายใน 1 วัน ซึ่งสะท้อนความมั่นใจอีกมุมหนึ่งว่าราคาคริปโทเคอร์เรนซีจะสามารถผันตัวกลับมาได้โดยเร็ว ขณะเดียวกัน มีนักลงทุนบางส่วนที่คาดว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ (ร้อยละ 18.6) หรือสามารถทดแทนการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ (ร้อยละ 16.3) สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีในอนาคต สอดคล้องกับผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยอีกด้านหนึ่งว่า กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ราวร้อยละ 56.7 เปรียบการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีเหมือนเช่นเดียวกับการลงทุนในหุ้น
 
- ส่วนเหตุผลส่วนหนึ่งที่นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ก็เพราะมีความเชื่อมั่นว่าราคาจะขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และคาดหวังที่จะได้ผลตอบแทนสูง (ร้อยละ 21.0) หรือเห็นเพื่อนหรือคนรอบข้างลงทุนและได้ผลตอบแทนสูง (ร้อยละ 11.5) หรือเพื่อนหรือคนรอบข้างชักชวนลงทุน (ร้อยละ 9.0) ซึ่งจากเหตุผลต่างๆ ดังกล่าว สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดความเสียหายจากการลงทุนในตลาดสูง เนื่องจากความไม่เข้าใจในทิศทางตลาดที่อยู่ในภาวะความผันผวนสูง และอาจเป็นเป้าหมายต่อการถูกชักชวนให้เข้าร่วมลงทุนแบบผิดกฎหมาย 
 
- อย่างไรก็ดี นักลงทุนส่วนใหญ่ก็ใช้เงินลงทุนจริงในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีไม่มาก โดยจากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ราวร้อยละ 48.5 ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินออม นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้ในระดับหนึ่ง หากตลาดเกิดความผันผวนรุนแรงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
 
โดยสรุป ท่ามกลางความนิยมในการลงทุนตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในไทย ภายใต้มุมมองของนักลงทุนไทยที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างเข้าใจในภาวะเสี่ยงจากการลงทุนในตลาด ขณะเดียวกัน ก็มีนักลงทุนบางส่วนที่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงสภาวะเสี่ยงนั้น ขณะที่มีความคาดหวังและมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับผลตอบแทนในระดับสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การจะลดความเสี่ยงจากภาวะความผันผวนในตลาด หรือสร้างโอกาสจากการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีจำเป็นต้องอาศัยทักษะความรู้ทางการเงินและความรู้เท่าทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย นับว่าเป็นโจทย์สำคัญต่อทั้งกลุ่มนักลงทุนและทางการ โดยนักลงทุนที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีก็ควรต้องเร่งเสริมสร้างทักษะความรู้และความเข้าใจในเรื่องสกุลเงินดิจิทัลอย่างคริปโทเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเทรนด์เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่มีสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีใหม่ๆ เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางการก็อาจต้องเพิ่มแหล่งการเรียนรู้ที่จะเป็นสื่อกลางในการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น เพื่อลดความสูญเสียอันจะเกิดกับนักลงทุนในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือนักลงทุนมือใหม่ที่มุ่งหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับสูง ท่ามกลางอัตราผลดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ที่จะยังอยู่ในระดับต่ำอย่างน้อยในอีก 1-2 ปีข้างหน้าตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ ความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคู่กับความรู้ทางการเงินที่ดีขึ้น ยังน่าจะช่วยปูทางไปสู่การใช้เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางและนวัตกรรมทางการเงินที่จะตามมาอีกมากในอนาคตด้วย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ก.ย. 2564 เวลา : 10:24:56
20-10-2021
เบรกกิ้งนิวส์
1. ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 33.30 บาท/ดอลลาร์

2. ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,630.39 จุด ลดลง -13.53 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 96,546.32 ล้านบาท.

3. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า (19 ต.ค.) -13.66 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,630 จุด มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 62,562 ล้านบาท

4. พรุ่งนี้ (20 ต.ค.) มีการปรับลดน้ำมันกลุ่มดีเซล และเบนซิน ปรับลด 20 สตางค์/ลิตร

5. ทิสโก้ สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET +5.58 จุด หุ้นพลังงาน-ปิโตรเคมี-แบงก์ช่วยหนุนตลาด

6. หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ (19 ต.ค.) +2.86 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,647 จุด มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 5,780 ล้านบาท

7. ราคาทองคำเช้านี้ (19 ต.ค.) ปรับขึ้น 50 ทองรูปพรรณ ขายออก 28,500 บาท

8. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่ 19 ต.ค. ราคาน้ำมันดิบผันผวน

9. MTS วิเคราะห์ราคาทองคำ (ภาคเช้า) ราคาทองคำเคลื่อนตัวกรอบแคบ

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (19 ต.ค.) กทม. มีฝน 30% อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

11. ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (19 ต.ค.) ที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์

12. ดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) ที่ระดับ 35,258.61 จุด

13. ค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 33.46/48 บาท/ดอลลาร์

14. ราคาทองคำเช้านี้ (16 ต.ค.) ปรับลง 100 ทองรูปพรรณ ขายออก 28,550 บาท

15. ดาวโจนส์ตปิดตลาดเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) ปิดที่ 35,294.76 จุด เพิ่มขึ้น 382.20 จุด หรือ +1.09%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 20, 2021, 8:21 am