ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
"กรณ์" อัด"ทักษิณ" เอาแต่ได้ไม่ยอมรับผิด ย้ำทุจริตจริงต้องถูกยึดเงิน 4.6 หมื่นล.


นายกรณ์ จาติกวณิช สส.ประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเขียนข้อความบนเฟสบุ๊คส่วนตัว Korn Chatikavanij ว่า "ใครเป็นโจรกันแน่" โดยระบุว่า หนึ่งอาทิตย์ในทางการเมืองมันช่างยาวนาน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วทักษิณบอกลาชาวเสื้อแดง และประกาศว่าเป็นการ 'โฟนอิน' เที่ยวสุดท้าย เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องว่าวิธีการแก้รัฐธรรมนูญของทักษิณขัดต่อรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือทักษิณประมาทประชาชนมากเกินไป ไม่คิดว่าคนไทยจะออกมาต่อต้านการ 'ล้างผิด' ตัวเองมากถึงขนาดนี้ จึงเลยต้องหันกับไปพึ่งมวลชนเสื้อแดงอีกครั้ง

การ 'โฟนอิน' เมื่อวานนี้ คงมีความลนลานในใจมาก เพราะทักษิณพูดเละเทะมากเป็นพิเศษ ทักษิณบ่นว่ารัฐบาลกำลังตั้งใจทำงาน แต่มีคนมาปล่อยข่าวปฏิวัติ นอกจากจตุพรแล้ว ผมไม่เห็นใครออกมาพูดข่าวนี้สักคน จนผมเริ่มกังวลว่า ถ้าการออกกฎหมายเถื่อนเหล่านี้ไม่สำเร็จ ทักษิณจะปฏิวัติตัวเองเพื่อดันกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ ทักษิณด่าคู่ต่อสู้ว่าต้อง 'รักษากฎหมาย' แล้วก็ด่าศาลรัฐธรรมนูญว่า 'ไม่มีคุณธรรมในการรักษากฎหมาย' เพราะว่าไม่ได้ดังใจเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ผมยังจำได้ เมื่อสามเดือนก่อนชมศาลนักหนา ในวันที่ศาลออกมายืนยันการออกพระราชกำหนดกู้เงินโดยรัฐบาล

สรุปทักษิณก็คือทักษิณ เอาแต่ได้ตลอดการ แต่ที่มั่วที่สุด คือการพูดถึงเงิน 46,000ล้านบาท ที่ศาลฎีกาพิพากษายึดเป็นของหลวงเพราะเป็นเงินที่ได้มาจากการทุจริตโกงชาติโกงเมือง ทักษิณบอกว่าก่อนเล่นการเมือง 'ผมมีตังค์มาก่อน' และ 46,000ล้านนั้น 'เป็นเงินที่ผมถูกขโมยไป'
 

เรื่องนี้ศาลท่านได้พิจารณารายละเอียดหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้วครับ ง่ายๆก็คือแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกก็คือทักษิณได้ 'ซุกหุ้น' ไว้ในนามญาติพี่น้องและบริษัทที่จดทะเบียนไว้ต่างประเทศ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะรัฐธรรมนูญเขาห้ามไว้ชัดครับ ไม่ให้ผู้มีตำแหน่งรัฐมนตรีถือหุ้นมากกว่า 5% และห้ามถือหุ้นในกิจการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ สาเหตุเพราะเขากลัวว่านักการเมืองจะใช้อำนาจของตนในการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่ตนเป็นเจ้าของ และยิ่งถ้าเป็นธุรกิจสัมปทาน การเอื้อประโยชน์ยิ่งง่ายยิ่ขึ้น

ตัวอย่างความพยายามโกหกเรื่องนี้ในศาลมีมากมายครับ แต่ที่ชัดมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ของเรา ที่อ้างว่ามีหุ้นอยู่ 20ล้านหุ้นจริง ไม่ได้ถือแทนพี่ชาย ศาลไม่เชื่อครับ จะเชื่อได้อย่างไรเพราะ มีเงินปันผลมาทุกครั้ง ก็ตีเช็คจ่ายกลับไปให้ทักษิณทันที ทำเป็นว่าชำระคืนหนี้ แต่มีอยู่ปีหนึ่งหนี้ที่ทำสัญญาปลอมไว้ชำระหมดแล้ว แต่คุณยิ่งลักษณ์ยังเอ๋ออยู่ เงินปันผลมาก็ยังส่งต่อทั้งหมดไปให้พี่ชายอยู่ดี แถมเมื่อศาลพิพากษายึด 46,000ล้าน และคืน 30,000ล้านให้ ก็ไม่ปรากฏว่าคุณยิ่งลึกษณ์มีเงินกลับเข้ามาในบัญชีตัวเองแต่อย่างใด ถ้าหุ้น 20 ล้านหุ้นเป็นของตัวเองจริง แล้วเงินที่ได้จากการขายหุ้นอยู่ไหนครับ

มีอีกเยอะครับ แต่เอาแค่นี้ก็ชัดแล้วว่า 'ซุก' จริง เมื่อศาลพิสูจน์แล้วว่าซุกหุ้น ส่วนต่อไปก็คือการพิจารณาว่า 'เอื้อประโยชน์' ให้บริษัทที่ซุกไว้หรือไม่ ตรงนี้ก็ชัดมากอีกและมีหลายกรณีครับ เช่นเรื่องเอื้อไม่ให้ AIS ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตบ้าง โดยให้องค์การโทรศัพท์ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจจ่ายแทน หรือเรื่องการแก้สัมปทานเพื่อให้ AIS จ่ายส่วนแบ่งรายได้ในระบบ pre-paid น้อยลง ทั้งหมดทำให้บริษัทกำไรมหาศาล และทำให้ราคาหุ้นที่ทักษิณ 'แอบ' ถืออยู่ขึ้นมาจากประมาณ 30,000ล้าน เป็น 76,000ล้าน และนั่นคือที่มาของคำพิพากษายึดส่วนต่าง 46,000ล้าน ทักษิณ 'มีตังค์มาก่อน' จริงครับ แต่ 46,000 ล้านนี้มา 'โกงทีหลัง' ที่ศาลได้คืนทุนเดิมให้ ผมว่าก็เมตตาแล้ว วันนี้ยังมีหน้ามาด่าศาลว่าเป็นโจรอีก

 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 มิ.ย. 2555 เวลา : 12:28:00

23-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 23, 2019, 8:31 am