ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันประจำสัปดาห์ 11-15 มี.ค. ชี้ "น้ำมันทรงตัว จับตาผลการจัดตั้งรัฐบาลอิตาลี และการผ่านแผนงบประมาณประจำปีสหรัฐฯ"


บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ. ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 8 มีนาคม 2556

“ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวในกรอบ 108-115 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 88-95 เหรียญฯ”
 
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน (11 – 15 มี.ค. 56)

ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบเดิม โดยยังคงได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอิตาลีที่จะมีขึ้นหลังการเปิดประชุมสภาในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ตลอดจนการผ่านแผนงบประมาณประจำปีของวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับภาวะขาดงบประมาณ อย่างไรก็ตาม นโยบายทางเศรษฐกิจจากผู้นำใหม่ของจีนที่ตลาดคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจจีนกลับมาขยายตัวที่ระดับสูงอีกครั้งและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มดีขึ้น จะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันทั้งในจีนและสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น มีส่วนพยุงราคาน้ำมัน
 
ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

• จับตาการเปิดประชุมสภาของอิตาลี เพื่อการจัดตั้งคณะรัฐบาล หลังผลการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมายังไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากทั้งในสภาสูงและสภาล่าง ทำให้มีความเสี่ยงว่าอิตาลีอาจจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ล่าสุดฟิทช์ เรทติ้งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีลงจาก A- สู่ BBB+ เนื่องจากมองว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะนำเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความเสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อิตาลีอาจแต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อรักษาการจนกว่าจะมีการกำหนดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง

• การลงมติผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสหรัฐฯ มูลค่า 9.82 แสนล้านเหรียญฯ ของวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่เสนอโดยพรรครีพับริกันในสัปดาห์นี้ หลังร่างดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ทั้งนี้เพื่อสหรัฐฯ จะไม่ต้องเผชิญกับภาวะขาดงบประมาณ (Government Shutdown) ที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นในวันที่ 27 มี.ค. นี้

• จับตานโยบายทางเศรษฐกิจจีนจากผู้นำคนใหม่นายสี จิ้นผิง และนายหลี เค่อเฉียง ที่มีกำหนดเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ หลังการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า ซึ่งตลาดคาดว่านโยบายใหม่ที่เน้นการลดช่องว่างระหว่างความไม่เท่าเทียมของคนในชาติ และส่งเสริมการบริโภคในประเทศแทนการส่งออกจะทำให้เศรษฐกิจจีนกลับมาขยายตัวที่ 8% ได้อีกครั้ง

• ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สาคัญ ได้แก่ การผลิตภาคอุตสาหกรรมและดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ และยูโรโซน ดัชนีภาคอุตสาหกรรมของรัฐนิวยอร์ค ความรู้สึกของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ (ม.มิชิแกน) ยอดขายปลีก ดุลบัญชีเดินสะพัดสหรัฐฯ และดุลการค้าเยอรมนี ตัวเลขการจ้างงานยูโรโซน
• อิหร่านพร้อมเปิดเจรจากับผู้เชี่ยวชาญจาก 6 ประเทศมหาอำนาจตะวันตก เพื่อตรวจสอบรายละเอียดทางเทคนิคของโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน ในวันที่ 17 – 18 มี.ค. นี้ ก่อนที่จะมีการเจรจาทางการฑูตอีกครั้งในวันที่ 4-5 เม.ย. เพื่อหาข้อตกลงระหว่างการลดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านกับการที่อิหร่านจะยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (4 – 8 มี.ค. 56)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น 1.27 เหรียญฯ สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาปิดที่ 91.95 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.45 เหรียญฯ มาปิดที่ 110.85 เหรียญฯ

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งการจ้างงานภาคเอกชน การจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน และดัชนีภาคบริการที่มีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติของจีน (NPC) ประกาศคงเป้าหมายจีดีพีปีนี้ไว้ที่ 7.5% และลดเป้าหมายเงินเฟ้อลงมาอยู่ที่ 3.5% ทำให้ตลาดมีความมั่นใจในเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ข่าวการเสียชีวิตของประธานาธิบดีฮูโก ชาเวส ของประเทศเวเนซุเอลา ทำให้ตลาดกังวลว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันของประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกังวลต่อผลกระทบของแผนลดรายจ่ายอัตโนมัติของสหรัฐฯ ที่มีผลไปเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ ประเมินว่าแผนดังกล่าวอาจส่งผลให้จีดีพีสหรัฐฯ ปรับลดลง 0.6% ทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก


 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 11 มี.ค. 2556 เวลา : 10:27:27

27-05-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 27, 2020, 10:19 am