ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
เงินกู้ 2 ล้านล.ใช้หนี้บาทสุดท้าย ใช้เวลา50ปี


นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" โดยยืนยันถึง ความจำเป็นของร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทมีความจำเป็นและคุ้มค่าต่อการพัฒนาประเทศ โดยย้ำว่า การลงทุนดังกล่าว เป็นการทยอยกู้ใน 7 ปี  พร้อมยืนยันรัฐบาลสามารถรักษาวินัยการคลัง

"เราสามารถใช้บาทสุดท้ายหมดสิ้น 50 ปี  แต่ทรัพย์สินยังอยู่ครบ และทรัพย์สินที่เกิดจากการลงทุน คงจะมากกว่า 2 ล้านล้านบาทหลายเท่า ถ้าจะใช้หนี้หมดเร็วขึ้นก็เพิ่มการชำระเงินต้นอีกนิดเดียว" นายกิตติรรัตน์กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า มีคนเข้าใจว่าการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนที่เกินตัว ที่จริงมีการศึกษาโดยสภาพัฒน์ฯ และคมนาคมว่าถ้าจะลงทุนให้ระบบครบถ้วนสมบูรณ์แบบอาจจะต้องลงทุนถึง 4.2ล้านล้านบาท แต่เราหารือกันว่าต้องการลงทุนด้วยความระมัดระวัง เราก็มาดูกันในกรอบที่ทำให้เกิดความมั่นคงและมีวินัยทางการคลังสูงที่สุด ตัวเลข 2 ล้านล้านบาทให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าจะอยู่ในกรอบวินัยการคลังของประเทศ

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีกระแสต่อต้านพรบ.การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทสูงเนื่องจากเป็นการสร้างภาระหนี้ให้กับประเทศและทำให้คนไทยเป็นหนี้ต่อหัวมากกว่า 1 แสนบาท ซึ่งเป็นการสวนกระแสนโยบายที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงไว้ว่าจะ “ล้างหนี้ประเทศ สร้างรายได้ประชาชน”  นอกจากนี้นี้นายกิตติรัตน์ ยังเคยยอมรับว่า  การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะมีดอกเบี้ยมหาศาลสูงถึง 3 ล้านล้านบาทและยืนยันมาตลอดว่า การกู้เงินของรัฐบาลจะกู้ในประเทศเท่านั้น ดอกเบี้ยที่จะต้องจ่าย 3 ล้านล้านบาทจะหมุนเวียนอยู่ในประเทศ

แต่ล่าสุดมีรายงานการเปิดเผยของนายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทยว่า นายกิตติรัตน์  ได้ระบุในการหารือและพบปะระหว่างนายกฯ และนายธนาคารเมื่อค่ำวันที่ 18 ก.ย. ว่า "แผนการกู้เงินลงทุนมูลค่า 2 ล้านล้านบาทนั้น 40% จะกู้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ รัฐบาลอาจระดมทุนบางส่วนผ่านการออกพันธบัตรสกุลเหรียญสหรัฐหรือแยงกีบอนด์ "

 


LastUpdate 21/09/2556 12:18:57 โดย : Admin

20-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 20, 2019, 12:21 am