ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ไทยออยล์วิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลงจากความกังวลภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาด และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น


- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เดือน ธ.ค. ที่สัญญาหมดอายุในวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบในตลาดปัจจุบัน (Spot market) กับตลาดล่วงหน้า (Forward Market) ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นโดยสูงที่สุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 โดยส่วนต่างราคาระหว่างเดือน ธ.ค. 58 กับ ม.ค. 59 อยู่ที่ 2.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดในปัจจุบัน ทั้งนี้ จากการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำทำให้มีผู้ค้าน้ำมันดิบบางรายเริ่มมีการเข้าซื้อน้ำมันดิบในตลาดปัจจุบันและสต๊อกเก็บไว้ขายในตลาดล่วงหน้าเพิ่มมากขึ้น
  

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาออกมาเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ ประธานเฟดจากสาขาต่างๆ ยังมีการออกมาแสดงความเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อย้ำชัดอีกด้วยว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้นเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว ทั้งนี้ ตัวแทนของเฟดยังกล่าวอีกว่า อัตราเงินเฟ้อในระยะยาวของสหรัฐฯ จะสามารถค่อยๆ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2% ตามเป้าหมายของเฟดได้ภายในปีหน้า
  

-/+ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในสหรัฐฯ ว่ายังคงปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงอีก 10 หลุม เหลือเพียง 564 หลุมในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมันดิบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามากนัก
  

-/+ จากภาวะราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันหลายรายเริ่มมีการปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง โดยล่าสุดบริษัท Graves & Co. ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานเผยว่าในปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติได้มีการปลดพนักงานออกจากงานไปแล้วกว่า 250,000 ตำแหน่ง รวมถึงได้มีการปรับลดจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลงกว่า 1,000 แห่ง และปรับลดรายจ่ายรวมเกินกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจะรับมือกับภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเกินกว่า 50% นับแต่ช่วงกลางปี 2557
  

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นจากการที่ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ และความต้องการใช้น้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ที่มีเพิ่มขึ้น หลังเริ่มเข้าใกล้เทศกาลวันหยุดช่วงปลายปี
  

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ที่มีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเวียดนามและศรีลังกา นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันดีเซลที่ตึงตัวมากขึ้นหลังโรงกลั่นในเอเชียเหนือ ได้แก่ ประเทศเกาหลีใต้และไต้หวัน มีการลดการส่งออกมายังภูมิภาคลง

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
  

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวที่กรอบ 40-45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง
  

ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกยังคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มตะวันตกมากขึ้น หลังจากที่มีการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียให้กับรัสเซีย โดยปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกยังต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดและไม่มีทีท่าจะปรับลดการผลิตลงแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังคงไม่คลี่คลายในเร็วนี้
  

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีการส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการฟื้นตัวมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน ซึ่งล่าสุดอัตราการว่างงานลดลงแตะระดับร้อยละ 5.5
  

จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อ หลังมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลากว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน สาเหตุเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบมีการปิดซ่อมบำรุงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังส่วนต่างราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่แคบลง ทำให้มีการหันไปนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลของสต๊อกน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด

 

 
               


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 พ.ย. 2558 เวลา : 11:41:16

24-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 24, 2019, 1:25 am