ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
YLG แนะผู้ไม่มีทองคำในมือ ให้ลงทุนระยะสั้น รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวบริเวณ 1,063-1,053 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดขึ้น


สภาวะตลาดวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,066.20-1,077.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 18,300 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,250 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFZ15 อยู่ที่ 18,390 บาท โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 18,340 บาท
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.58 น.ของวันที่ 14/12/15)

แนวโน้มวันที่ 15 ธันวาคม 2558

   

นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐจะยังคงอยู่ในระดับต่ำในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยเป็นผลจากการดิ่งลงของราคาน้ำมันและการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐประเด็นดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายนในวันอังคารนี้ เนื่องจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มุ่งความสนใจไปยังความก้าวหน้าที่แท้จริงในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2.0% ในขณะที่เฟดประเมินเรื่องความเร็วในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ผ่านตัวแปรที่มีอัตราเงินเฟ้อเป็นเงื่อนไขประกอบ ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย เฟดอาจต้องตัดสินใจเรื่องวิธีการในการรับประกันว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในอนาคต ซึ่งอาจจะสร้างแรงซื้อเข้ามายังตลาดทองคำอีกครั้ง
   

โดยนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดสาขาแอตแลนตาส่งสัญญาณแบบเดียวกัน โดยเขากล่าวว่าหลักฐานโดยตรงที่แสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เขาจะนำมาใช้ใน การพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไปอาจทรงตัวหลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนตุลาคม และ CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานอาจเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤศจิกายนหลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก่อนหน้า และอยู่ที่  1.9% เมื่อเทียบรายปี อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำอาจขยับตัวขึ้นไปได้ไม่ไกลก่อนการความชัดเจนในเรื่องประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ประกอบกับรอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า บริษัทดีลเลอร์ชั้นนำเกือบทุกแห่งคาดว่าเฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ สู่ระดับ 0.25-0.50 % โดยค่ากลางของโพลล์ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอาจอยู่ที่ 0.75 % ในช่วงกลางปี 2016 และอยู่ที่ 1.125 % ในช่วงปลายปี 2016 โดยดีลเลอร์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะยังคงกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นให้อยู่ให้รูปของกรอบตัวเลขเป้าหมายต่อไป แทนที่จะกำหนดเป็นตัวเลขเดียวแบบเฉพาะเจาะจง
  

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,063-1,053 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวแบบ Sideway โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,079-1,089 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับ

ทองคำแท่ง (96.50%)
   แนวรับ            1,063 (18,160บาท)        1,053 (17,990บาท)           1,046 (17,870บาท)
   แนวต้าน          1,079 (18,440บาท)        1,089 (18,610บาท)           1,097 (18,750บาท)

GOLD FUTURES (GFZ15)
   แนวรับ            1,063 (18,310บาท)        1,053 (18,140บาท)           1,046 (18,020บาท)
   แนวต้าน          1,079 (18,580บาท)        1,089 (18,760บาท)           1,097 (18,890บาท)
               


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ธ.ค. 2558 เวลา : 18:20:51

16-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 16, 2019, 5:56 pm