ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 


หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

ตลาดหุ้นไทยวานนี้
         
SET INDEX วันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นหลักในกลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี ยังคงแข็งแกร่ง นำโดย PTT / PTTEP / IVL หลังมีข่าว Chevron เตรียมขายเงินลงทุนในโครงการบงกช แต่ด่าน 1,410 จุดยังทำงานได้แข็งแกร่ง ปิดสิ้นวัน SET INDEX บวก 11.03 จุด มาอยู่ที่ 1,412.67 จุด มูลค่าการซื้อขาย 39,434 ล้านบาท
         
กระแสเงินทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 3 มากถึง 2,646 ล้านบาท Long สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันที่ 3 สูงถึง 12,383 สัญญา และซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้อีก 22,497 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          - ประธานเฟด Janet Yellen ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยใน 1-2 เดือนจากนี้  
          - กระแสเงินทุนต่างชาติกลับมาหนาแน่นใน 3 ตลาดไทย
          - ต่างชาติซื้อสุทธิทุกตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชียวันศุกร์ที่ผ่านมา
          - ตลาดหุ้นญี่ปุ่นขึ้นเด่นตอบรับ แนวคิดเลื่อนการขึ้นภาษี VAT เป็นเดือนต.ค. 2562 จากแผนเดิมเม.ย. 2560
          - กลุ่มรับเหมาเด่น เพื่อเก็งกำไรต่อการประชุมครม.วันพรุ่งนี้
          - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ เนื่องในวัน Memoerial Day

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 5)
         
แม้ว่าประธานเฟดส่งสัญญาณพร้อมขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายใน 1-2 เดือนข้างหน้า เราเชื่อว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะตอบรับเป็นกลางถึงบวก เพราะก่อนหน้านี้กระแสเงินทุนได้ปรับพอร์ตไปแล้ว อีกทั้งเงินทุนที่จะไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ในสหรัฐฯ จะเลือกเข้าเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง อย่างตลาดหุ้น – สินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน เพราะจะให้น้ำหนักว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตแข็งแกร่ง อย่างมีเสถียรภาพ เป็นบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน
         
เราประเมิน SET INDEX มีโอกาสไต่ระดับขึ้นไปทดสอบ 1,420 จุด ในวันนี้ ผลักดันด้วยหุ้นขนาดใหญ่ เพราะเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย เพราะภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีในสหรัฐฯ และค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงไปอีกไม่มาก ประเมิน 35.75-36.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ 
         
ติดตามกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่มีแนวโน้มจะกลับมาฟื้นตัวเด่น เพราะแผนการลงทุนรถไฟรางคู่อีก 6 เส้นทางที่รอ ครม.พิจารณา และรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง ส้ม – เหลือง – ชมพู จะเปิดประมูลในเดือนมิ.ย. น่าจะเป็นประเด็นบวกที่กลับมาเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มนี้อีกครั้ง
         
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ เราแนะนำเน้นเก็งกำไรเป็นรายตัวที่มีประเด็นเชิงบวก

Stock Pick of The Day          
          1. สะสม CK : ราคาปิด 24.70 บาท ราคาเหมาะสม 34.00 บาท
          a) MBKET คาดว่าหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะตอบรับเชิงบวก เนื่องจากคาดว่าการประชุมครม.ในวันพรุ่งนี้อาจมีการพิจารณาแผนลงทุนโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ซึ่งเป็นในโครงการเร่งด่วนของ PPP Fast Track 
          b) คาดว่าเดือน มิ.ย.จะมีความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายส้ม – ชมพู – เหลือง อย่างน้อย 1 โครงการ หลังรองนายกฯสมคิดให้ความเห็นในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะส่งผลให้หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างกลับมา Outperform ตลาดได้ 
          c) Downside Risk จำกัด เนื่องจาก NAV ของการถือหุ้นใน 3 บริษัทลูก ได้แก่ BEM, TTW, CKP คิดเป็นมูลค่า 23.5 บาทต่อหุ้น เกือบเท่าราคาของ CK ณ ปัจจุบัน          
          2. สะสม TPIPL : ราคาปิด 2.24 บาท ราคาเหมาะสม 2.85 บาท
          a) MBKET คงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากจะได้ประโยชน์โดยตรงจากแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศให้เร่งตัวขึ่นใน 2H59
          b) TPIPL จะจัดประชุมนักวิเคราะห์ และผู้จัดการกองทุนในวันพรุ่งนี้ ดังนั้น เราคาดว่าราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบวก เนื่องจากจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนจากการปรับนโยบายทางบัญชีที่เป็น Overhang ต่อราคาหุ้น และเชื่อว่าตลาดจะมีความเข้าใจมากขึ้น เนื่องจากรายการดังกล่าวไม่กระทบต่อ EBITDA ของบริษัท 
          c) แผนการนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียน IPO ในช่วง 4Q59 จะเป็น Catalyst ต่อราคาหุ้นและเชื่อว่าจะส่งผลบวกโดยตรงต่อ Market Cap ของ TPIPL 

Fund Flow Analysis
Fund Flow in Emerging Markets

          ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 3 มากถึง US$399 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ US$265 ล้าน 
          เป็นการซื้อสุทธิทุกตลาดในวันศุกร์ที่ผ่านมา

Foreign Investors Action วานนี้
ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิทั้ง 3 ตลาดอย่างหนาแน่น

           นักลงทุนต่างชาติคงการซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 3 เร่งขึ้นเป็น 2,646 ล้านบาท รวม 3 วันทำการซื้อสุทธิ 3,550 ล้านบาท และผลักดันให้ YTD ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 16,069 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้คงการ Long สุทธิเป็นวันที่ 3 เร่งขึ้นเป็น 12,382 สัญญา รวม 3 วันทำการ Long สุทธิ 28,199 สัญญา คาดว่าจะเป็นการกลับมาเปิดสถานะ Long อีกครั้ง ทำให้ยอดสุทธิ QTD สถานะคงการ Long   สุทธิขยับขึ้นเป็น 16,584 สัญญา และทำให้ S50M16 กลับมาปิดสูงกว่า SET50 Index เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 2.07 จุด จากวันก่อนหน้า Discount เท่ากับ 1.88 จุด จาก 
          และนักลงทุนกลุ่มนี้กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง และมากถึง 22,497 ล้านบาท เมื่อราคาพันธบัตรไทยปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 โดยพันธบัตรไทย อายุ 10 ปี ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 เท่ากับ 2.11bps จากวันก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.80bps ปิดที่ 2.101%  

Short-Selling วานนี้ 
ลดลงเป็น 736 ล้านบาท จากวันก่อนหน้า 816 ล้านบาท 

NVDR Movement
NVDR ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 10 ลักษณะ Basket Orders  

          การซื้อขายผ่าน NVDR คงการซื้อสุทธิเป็นวันที่ 10 มากถึง 2,079 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 752 ล้านบาท รวม 10 วันทำการซื้อสุทธิ 8,878 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อแบบ Basket Orders นำโดยกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคาร

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          ประธานเฟดส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน 1-2 เดือนข้างหน้า: ประธานเฟดยืนยันถึงความเหมาะสมที่เฟดจะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะเป็นในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อเราจะไปสู่เป้าหมาย 2% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จากราคาพลังงาน และการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และความมีเสถียรภาพในการปรับตัวของตลาดแรงงาน
          ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
          - GDP ใน 1Q59 รอบที่ 2 เท่ากับ 0.8% qoq ต่ำกว่า Bloomberg consensus คาด 0.9% mom แต่ดีกว่าตัวเลขครั้งก่อนหน้า +0.5% qoq จากการปรับเงินลงทุนในที่อยู่อาศัย และการส่งออก 
          - ดัชนี Consumer sentiment เดือนพ.ค. เท่ากับ 94.7 จุด ต่ำกว่า Bloomberg consensus คาด 95.5 จุด และเดือนก่อนหน้าที่ 95.8 จุด ทั้งนี้แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเป็นตัวแปรที่กดดันดัชนีดังกล่าวในเดือนนี้

ยุโรป
          ไม่มี

จีน          
          กำไรสุทธิในภาคอุตฯ เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 4.2% yoy: เป็น 5.02 แสนล้านหยวน ชะลอตัวจากเดือนมี.ค.ที่เติบโต 11.1% yoy ส่งผลให้ 4M59 กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 6.5% yoy 

เอเชียแปซิฟิก
          นายกฯ ญี่ปุ่นส่งสัญญาณความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในการประชุม G-7: นาย Shinzo Abe นายกรัฐมนตรี ญี่ปุ่น ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงเศรษฐกิจโลกที่เสี่ยงต่อการเกิดวิกฤติอีกครั้ง เศรษฐกิจโลกจะตกลงสู่ภาวะวิกฤติได้หากประเทศสมาชิกไม่ใช้นโยบายที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม สำหรับญี่ปุ่น จะยังเดินหน้าขึ้นภาษี VAT ในเดือนเม.ย. 2560 หากไม่มีเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างวิกฤติทางการเงิน หรือแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 
          นายกฯ ญี่ปุ่นตัดสินใจเลื่อนการขึ้นภาษี VAT เป็นปี 2562: เพื่อรอให้ภาพเศรษฐกิจฟื้นตัว ทั้งนี้นายกฯ จะต้องตัดสินใจประเด็นนี้ก่อนการเลือกตั้งวุฒิสภาในช่วงฤดูร้อน โดยการขึ้นภาษี VAT ตามแผนเดิมจาก 8% ปัจจุบัน เป็น 10% ในเดือนเม.ย. 2560 โดยนายกฯ ต้องการเลื่อนเป็นเดือนต.ค. 2562 
          เศรษฐกิจไต้หวันหดตัวน้อยกว่าคาด: ลดลง 0.68% yoy ใน 1Q59 จากไตรมาสก่อนที่หดตัว 0.84% yoy ดีกว่าที่ Bloomberg consensus คาดหดตัว 0.80% yoy ทั้งนี้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมหดตัว 0.32% และ 1.26% ตามลำดับ ขณะที่ภาคบริการ, สื่อสารและการเงินขยายตัว 0.06%, 0.10% และ 0.07% ตามลำดับ

ไทย
          ศาลปกครองนัดฟังคำสั่งคดีสหภาพฯ TOT ฟ้องกสทช.กับการประมูลคลื่น 900MHz: ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กับพวกรวม 24 คน ในวันที่ 2 มิ.ย. 59 เวลา 10.30 น. กรณีไม่ดำเนินการพิจารณาเรื่องสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 900 MHZ ที่บมจ.ทีโอที ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่มาจากคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ กรมไปรษณีย์โทรเลข และ คณะกรรมการ กสทช.ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม แต่กลับจำกัดสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ 900 MHZ ให้สิ้นสุดการใช้งาน พร้อมกับการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาที่ บมจ.ทีโอที อนุญาตให้ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ให้บริการ เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

         
 
 
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 30 พ.ค. 2559


 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 พ.ค. 2559 เวลา : 10:24:42

20-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 20, 2019, 8:35 pm