ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
นายกฯ เป็นประธานพิธีลงนาม12 องค์กรร่วมมือพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน


 


นายกฯ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืนของ 12 องค์กร นำร่อง 1,000 ผู้นำคนรุ่นใหม่ ร่วมวางแผนพัฒนาการศึกษากับผู้บริหาร 3,342 โรงเรียนทั่วประเทศ

 
วันนี้ (20 มิ.ย.59) เวลา 10.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (The Leadership Program for School Partner) ของ 12 องค์กร ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 12 องค์กรเอกชน เพื่อเป็นพลังในการช่วยขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาโดยสนับสนุนส่งบุคลากรภายในสังกัดที่เป็นผู้นำคนรุ่นใหม่รวม 1,000 คน มาร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนโครงการประชารัฐ ตามแนวยุทธศาสตร์ 10 ด้าน
 
 
โดยลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ให้การสนับสนุน ร่วมวางแผนบริหารจัดการร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน 3,342 แห่งทั่วประเทศในระยะแรก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในการยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานหัวหน้าทีมภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ภาคเอกชน คณะทำงาน E5 School Partner ของแต่ละองค์กรและสื่อมวลชน

 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีวาการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน” CONNEXT ED (The Leadership Program for School Partner) โดยผู้บริการระดับสูงจากภาคเอกชน 12 องค์กร ซึ่งร่วมก่อตั้ง โครงการ CONNEXT ED  ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “สานพลังประชารัฐ เสริมพลังการศึกษาของชาติ” โดยได้กล่าวตอนหนึ่งว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (Leadership  Program for Sustainable Education) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมจะร่วมมือกันพัฒนาการศึกษาของไทยให้มีศักยภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพประชากรของประเทศ เตรียมความพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งปัญหาความขัดแข้ง ภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การศึกษาไม่ใช่ให้คนมีคุณวุฒิแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม จิตสำนึก มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันซึ่งกันและกันประกอบด้วย ซึ่งโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (Leadership  Program for Sustainable Education) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ถือเป็นโครงการที่เป็นมิติใหม่ของการพัฒนาการศึกษาโดยความร่วมมือจากภาคเอกชนมาร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศ โดยขณะนี้รัฐบาลและคสช.กำลังดำเนินการปฏิรูปในระยะที่หนึ่ง ซึ่งการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประยะที่หนึ่งดังกล่าว ก่อนนำไปสู่การปฏิรูประยะที่สองและระยะต่อไป สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการศึกษาของประเทศว่า ถึงแม้จะมีการเรียนรู้และการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาบัตรแต่ยังขาดการคิดที่เป็นกระบวนการ ซึ่งต้องดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่องโดยการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป รวมถึงการเตรียมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เรียนรู้เรื่องการประกอบการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งเรื่องการเพาะปลูก การผลิต การแปรรูป การสร้างนวัตกรรม การแข่งขันและด้านการตลาด ตลอดจนต้องสอนให้คนการเรียนรู้และเคารพกฎหมายตั้งแต่เด็ก เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตามการเป็นผู้นำต้องเป็นผู้นำที่มีธรรมาภิบาลและจริยธรรม และแก้ไขปัญหาใดก็ตามต้องไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก โดยทุกภาคส่วนของประเทศต้องร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะปฏิรูปตนเองก่อนที่จะนำไปสู่การปฏิรูปในเรื่องอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

พร้อมทั้ง นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความหวังว่าการนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED ของผู้บริหารจากทั้ง 12 องค์กร จะเกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2560 ตามโรดแมปของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาโดยสนับสนุนส่งบุคลากรภายในสังกัดที่เป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ มาร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนโครงการประชารัฐ ตามแนวยุทธศาสตร์ 10 ด้าน โดยลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ให้การสนับสนุน ร่วมวางแผนบริหารจัดการร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน 3,342 แห่งทั่วประเทศ และขยายให้ครบ 7,424 โรงเรียนในทุกตำบลทั่วประเทศในระยะต่อไป ทั้งนี้การดำเนินการเรื่องการศึกษาต้องมีการเตรียมทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับกลุ่มจังหวัดทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตจากภายในเขตและพื้นที่ก่อนขยายไปสู่ภูมิภาคและประเทศตามลำดับ รวมทั้งต้องมีการวางแผนเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบทั้งด้านกายภาพ การคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ เพื่อให้พื้นที่มีการเจริญเติบโตอย่างเข้มแข็งไม่กระจุกตัวเฉพาะในพื้นที่ส่วนกลางหรือในกรุงเทพมหานครเท่านั้น อีกทั้งขอให้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ คือ ความมีเหตุมีผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน ภายใต้ความรู้คู่คุณธรรม

รวมทั้ง นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอขอบคุณในความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงคณะผู้บริหารจากทั้ง 12 องค์กร ที่ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ซึ่งนับเป็นการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาของชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงของทุกคนที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการที่ภาคเอกชนเข้าร่วมดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลไม่ได้มีการเอื้อประโยชน์ใด ๆ ให้กับภาคเอกชน เพียงแต่เป็นการดูแลอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ปรับแก้ไขกฎหมายให้ทันสมัยและเป็นสากล เพื่อให้การดำเนินการประกอบธุรกิจมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (The Leadership Program for School Partner) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำพร้อมสอบถามด้วยความสนใจ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 มิ.ย. 2559 เวลา : 14:49:31

16-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 16, 2019, 5:55 pm