ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง -บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 


ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          SET INDEX วานนี้กลับเกิด Technical Rebound ขึ้นไปทดสอบด่าน 1,550 จุด ผลักดันด้วยกลุ่มธนาคาร และหุ้นขนาดใหญ่อย่าง SCC / PTT แต่ก็เกิดแรงขายทำกำไรเข้ามามากเช่นกัน ส่งผลให้ SET INDEX ไม่ผ่านด่านดังกล่าว ปิดที่ 1,547.55 จุด บวก 7.49 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 60,222 ล้านบาท
เม็ดเงินต่างชาติเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 6 อีก 1,491 ล้านบาท Long สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 8,276 สัญญา และซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 2 เพียง 1,606 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          เงินทุนต่างชาติลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียเกิดใหม่ต่อเนื่อง แม้ว่าจะซื้อตลาดหุ้นไทยก็ตาม
          ตลาดหุ้นสหรัฐฯ / ราคาน้ำมันดิบ NYMEX / ราคาทองคำล่วงหน้า ปรับตัวลงแรงวานนี้ 
          ติดตามทิศทางค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อประเมินการเคลื่อนย้ายเงินทุนต่างชาติ

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 8)
          แม้ว่า SET INDEX จะฟื้นตัววานนี้ ซึ่งดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ก็ตาม แต่ในช่วง 1-2 วันนี้ ด่านสำคัญทางจิตวิทยาการลงทุน 1,550-1,555 จุด ยังน่าจะเกิดแรงขายทำกำไรมากขึ้น เพื่อปิดความเสี่ยงจากความเห็นของประธานเฟด Janet Yellen ในคืนวันศุกร์ที่ 26 ส.ค.นี้ ทั้งนี้นักลงทุนควรติดตามการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางเงินทุนต่างชาติต่อการลงทุนในไทย ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น หรือ ตลาดตราสารหี้ไทย 
          ขณะที่สถาบันภายในประเทศที่กลับมาสะสมหนาแน่นวานนี้ เราเชื่อว่า ณ ระดับ SET INDEX บริเวณ 1,550 จุด จะลงทุนอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะ Valuation ของตลาดหุ้นไทยอยู่ใน “โซนแพงมาก” แล้ว ณ ปัจจุบัน อาจเลือกเป็นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Domestic ที่ Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มนั้นๆ น่าจะเป็นเป้าหมายของการลงทุนในนักลงทุนกลุ่มนี้
          กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ เรากลับมาเน้น “สะสมหุ้น Laggard ในกลุ่ม Domestic Play” ด้วยกรอบแกว่งระหว่าง 1,535-1,555 จุด 

Strategy of the Day
          1.          ซื้อเก็งกำไร TPOLY : ราคาปิด 3.74 บาท ราคาเหมาะสม 4.70 บาท
          a)          MBKET คาดว่าหุ้นกลุ่ม Mid Cap จะปรับตัวได้ดีกว่าตลาด เนื่องจากหุ้นกลุ่มหลักมีทิศทางพักฐาน เพื่อรอดูการแถลงของประธานเฟดในคืนวันศุกร์ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก 
          b)          TPOLY ถือหุ้น TPCH จำนวน 165.5 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 41.2% และราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่า โดย YTD หุ้น TPOLY ปรับตัวขึ้น +6.7% เทียบกับ TPCH +19.4% 
          c)          มี Discount จาก NAV มากถึง 37% อิงราคาปิด TPCH วานนี้ที่ 20.30 บาทจะเทียบเท่า NAV ต่อหุ้น TPOLY หุ้นละ 5.92 บาท ดังนั้น หากให้ Discount 20% จาก NAV จะได้เป้าหมายราว 4.70 บาท ขณะที่เป้าหมายทางเทคนิคอยู่ที่ 4.00-4.30 บาท 

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
กระแสเงินทุนต่างชาติขายต่อเนื่อง 
คงการขายสุทธิเป็นวันที่ 3 เร่งขึ้นเป็น US$110 ล้าน จากวันก่อนหน้าขายสุทธิ เพียง US$6 ล้าน            

Foreign Investors Action วานนี้
ต่างชาติเริ่มปิดสถานะ Short ใน SET50 Index Futures 
          นักลงทุนต่างชาติ คงการซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 6 เร่งขึ้นเป็น 1,491 ล้านบาท รวม 6 วันทำการซื้อสุทธิ 6,322 ล้านบาท และส่งผลให้ YTD ต่างชาติซื้อสุทธิขยับขึ้นเป็น 110,802 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Long สุทธิเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ มากถึง 8,276 สัญญา เทียบกับ 2 วันทำการก่อนหน้า Short สุทธิ 6,138 สัญญา คาดว่าเป็นการเร่งปิดสถานะ Short ทำให้ยอด QTD นักลงทุนกลุ่มนี้คงการ Short สุทธิลดลงป็น 17,048 สัญญา ภายใต้ S50U16 ปิดต่ำกว่า SET50 Index แคบลงเป็นวันที่ 2 เล็กน้อย เป็น 3.30 จุด จากวันก่อนหน้า Discount เท่ากับ 3.51 จุด 
          และตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนกลุ่มนี้คงการซื้อสุทธิเป็นวันที่ 2 ลดลงเล็กน้อยเป็น 1,606 ล้านบาท รวม 2 วันทำการซื้อสุทธิ 3,857 ล้านบาท ภายใต้ราคาพันธบัตรไทยลดลงเล็กน้อย ผ่านพันธบัตรไทย อายุ 10 ปี ผลตอบแทนกลับมาเพิ่มขึ้น 1.22bps จากวันก่อนหน้าลดลงเพียง 0.74bps ปิดที่ 2.163%

Short-Selling วานนี้ 
เท่ากับ 809 ล้านบาท ใกล้เคียงกับวันก่อนหน้า 805 ล้านบาท 
เป็นการกระจายตัวในหุ้นมากขึ้น          

NVDR Movement
NVDR ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 34 แม้ว่าจะเน้นสะสมกลุ่ม Domestic แต่กลับลดน้ำหนักกลุ่มธนาคารเด่น
          การซื้อขายผ่าน NVDR ซื้อสุทธิขยับขึ้นเป็น 842 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิเพียง 52 ล้านบาท รวม 33 วันทำการ ซื้อสุทธิทะลุ 75,000 ล้านบาท เป็น 76,813 ล้านบาท ทั้งนี้ NVDR กลับมาให้น้ำหนักกลุ่มค้าปลีก, วัสดุก่อสร้าง และ อสังหาฯ แต่เลือกที่จะลดน้ำหนักกลุ่มธนาคาร ขายสุทธิ 614 ล้านบาท

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาเป็นลบ
          - ดัชนีราคาบ้าน เดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.2% mom ต่ำกว่า Bloomberg consensus คาด 0.3% mom แต่เท่ากับเดือนก่อนหน้า แม้ว่าผู้ขายบ้านยังคงเสนอส่วนลดต่อเนื่องก็ตาม 
          - ยอดขายบ้านมือสอง เดือนก.ค. หดตัว 3.2% mom เป็น 5.39 ล้านหลัง ต่ำกว่า Bloomberg consensus คาด 5.52 ล้านหลัง และเดือนก่อนหน้าที่ 5.57 ล้านหลัง ทั้งนี้ราคาขายเฉลี่ยลดลง 1.4% mom เป็น US$244,100  

ยุโรป
          พรรคฝ่ายค้านเตรียม Block โหวต Brexit: หัวหน้าพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้ยืนยันที่จะ Block ต่อการเริ่มเจรจาขั้นตอนสู่การทำ Brexit ในมาตรา 50 แห่งกรุงลิสบอน ทั้งนี้นาย Smith ต้องการความชัดเจนถึงแนวทางหลังอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกในกลุ่มอียู ก่อนที่จะลงความเห็น อย่างไรก็ตามความเห็นดังกล่าวอาจมีผลต่อรัฐสภาจำกัด เพราะพรรคแรงงานไม่ได้ครองเสียงข้างมากในสภาฯ และนายกฯ May ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาของการพิจารณามาตร 50 แห่งกรุงลิสบอน
          ธนาคารกลางตุรกี ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6: อัตราดอกเบี้ย Overnight ถูกปรับลดลงอีก 0.25% เป็น 8.5% ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย RP7 วัน คงไว้ที่ 7.5% สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ และแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูง แต่ความกังวลต่อโอกาสถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของตุรกี ก็ตาม
 
 
จีน
ไม่มี

เอเชียแปซิฟิก
          เลขาโอเปกเตรียมเยือนอิหร่านและกาตาร์ก่อนการประชุม: โดยจะมีการเยือนในช่วงกลางเดือนก.ย. ก่อนที่จะมีการประชุมโอเปกอย่างเป็นทางการในช่วงระหว่างวันที่ 26-28 ก.ย. ทั้งนี้เลขากลุ่มโอเปกได้เยือนเวเนซูเอล่าในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือนอกรอบเกี่ยวกับมุมมองของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก 
          อัตราเงินเฟ้อมาเลเซียชะลอตัวลง: เพิ่มขึ้น 1.1% yoy สำหรับเดือน ก.ค. จากเดือนก่อนหน้าที่ +1.6% yoy ใกล้เคียงกับที่ Bloomberg Consensus คาด +1.2% yoy ทั้งนี้ราคาขนส่งและสื่อสารลดลง 9.9% yoy และ 2.3% yoy ขณะที่ราคาอาหารและสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 3.8% yoy และ 2.4% yoy 

ไทย
          ดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ เดือนก.ค.ลดลงเป็นเดือนที่ 2: ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนกรกฎาคม 2559 พบว่าปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 84.7 จากระดับ 85.3 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งปัจจัยลบเกิดจากความกังวลต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ รวมทั้งการแข่งขันด้านราคา ปัญหาการขาดสภาพคล่องโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ขณะที่ผู้บริโภคยังมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายสะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อและยอดขายโดยรวมที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่วน ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า พบว่าอยู่ที่ระดับ 100.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 99.8 ในเดือนมิถุนายน เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินระดับ 100 ในรอบ 5 เดือน เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นว่าการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2559 จะมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของภาคเอก

         
 
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 25 ส.ค. 2559
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 ส.ค. 2559 เวลา : 10:39:33

11-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 11, 2019, 5:17 am