ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 



หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          SET INDEX วันนี้ศุกร์ที่ผ่านมาเปิดย่อตัวลงจากความกังวลต่อกรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ บวกกับเป็นการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนลดพอร์ตการลงทุน เพื่อปิดความเสี่ยง ส่งผลให้ SET INDEX ปิดลบอีก 7.38 จุดมาอยู่ที่ 1,485.70 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,837 ล้านบาท
          ทั้งนี้ต่างชาติคงขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 10 อีก 1,435 ล้านบาท กลับมา Short สุทธิใน SET50 Index Futures อีกครั้ง 3,351 สัญญา และขายสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 2 อีก 1,403 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนต.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด
          FBI สรุปผลการตรวจสอบอีเมล์ส่วนตัวนาง Clinton ยืนผลสอบเดิมเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา
          DJIA Futures บวก 206 จุด (ณ เวลา 7.15 น.) 
          วันนี้ยื่นซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง – ชมพู

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลางถึงบวก (วันแรกในรอบ 31 วันทำการ)
          เราปรับน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “กลางถึงบวก” หลัง FBI ออกมายืนผลการตรวจสอบการใช้อีเมล์ส่วนตัวของนาง Clinton ผู้สมัครจากพรรค Democrat เป็นไปตามผลสรุปเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยจะไม่มีการเดินเรื่องสู่คดีอาญาแต่อย่างใด ทำให้ DJIA Futures เช้านี้บวกกว่า 200 จุด และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นำโดยน้ำมันดิบ NYMEX ขยับขึ้นเด่น ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเช้าวันนี้ในเอเชียตอบรับในเชิงบวก รวมถึงตลาดหุ้นไทย เราคาดว่า SET INDEX จะกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดอีกครั้งในวันนี้ ผลักดันด้วยหุ้น Big Cap และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างน้ำมัน ถ่านหิน โรงกลั่น เช่น PTT / BANPU /BCP เป็นต้น 
          สำหรับหุ้นขนาดกลางและเล็กคาดว่าจะแกว่งออกด้านข้าง หลังราคาขยับขึ้นเด่นในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา 
          อย่างไรก็ตาม การติดตามผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันที่พรุ่งนี้ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องติดตาม คาดว่าจะทราบผล Exit Poll ในช่วงสายวันที่ 9 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย 
          กลยุทธ์วันนี้ “เก็งกำไร” หุ้นขนาดใหญ่ เน้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นสำคัญ

Strategy of the Day          
          1. สะสม SCB : ราคาปิด 140.00 บาท ราคาเหมาะสม 169.00 บาท
          a) MBKET คาดว่าหุ้น Big Cap จะตอบรับเชิงบวก หลัง FBI ระบุว่าจะไม่ตั้งข้อหาเพิ่มเติมกับฮิลลารี คลินตัน กรณีใช้เซิฟเวอร์ส่วนตัวส่ง email ดังนั้น เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ฮิลลารี คลินตันจะชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯในวันที่ 8 พ.ย.
          b) มี Catalyst รออยู่ โดยคาดว่าศาลล้มละลายกลางจะอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการของ SSI ใน 4Q59 ดังนั้น จึงมีโอกาสที่ SCB จะกลับสำรองหนี้สูญ และส่งผลให้ NPL ลดลง และ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นอย่งมีนัยสำคัญ 
          c) หากสามารถปิดดีลขายหุ้น SCB Life ให้กับพันธมิตรได้ จะส่งผลให้มีกำไรพิเศษสูงถึง 3.5 หมื่นล้านบาท เป็น Upside Risk ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการของเรา ขณะทีกำไรสุทธิปี 2560 คาดว่าจะเติบโต +26.3% yoy เป็น 5.8 หมื่นล้านบาท และ Valuation น่าสนใจ ซื้อขายที่ PBV2560 เพียง 1.3 เท่า           
          2. เก็งกำไร BANPU : ราคาปิด 19.20 บาท ราคาเหมาะสม 22.20 บาท
          a) MBKET คาดว่าหุ้น Big Cap จะตอบรับเชิงบวก หลัง FBI ระบุว่าจะไม่ตั้งข้อหาเพิ่มเติมกับฮิลลารี คลินตัน กรณีใช้เซิฟเวอร์ส่วนตัวส่ง email ดังนั้น เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ฮิลลารี คลินตันจะชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯในวันที่ 8 พ.ย.
          b) ราคาถ่านหินล่วงหน้าปรับตัวขึ้นทั้ง 3 ตลาดเฉลี่ยราว 3% ได้แก่ ตลาด Rotterdam, Richard Bay และ New Castle เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มถ่านหิน 
          c) คาดกำไรสุทธิปี 2560 จะเติบโตถึง +309% yoy เป็น 9,116 ล้านบาท จากราคาขายถ่านหินเฉลี่ยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก US$67/ตัน ในปี 2559 เป็น US$75/ตัน ในปี 2560 (+12% yoy) และ Valuation ยังไม่แพงมากนัก ซื้อขายที่ PER2560 ระดับ 10.8 เท่า

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
          ขายสุทธิเป็นวันที่ 10 อีก US$490 ล้าน จากวันก่อนหน้าขายสุทธิ US$354 ล้าน  

Foreign Investors Action วานนี้
          ต่างชาติยังคงลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 10
          นักลงทุนต่างชาติ ยังคงขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 10 อีก 1,435 ล้านบาท รวม 10 วันทำการขายสุทธิ 12,823 ล้านบาท ส่งผลให้ YTD นักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อสุทธิลดลงอีกเป็น 108,585 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index futures นั้นนักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Short สุทธิอีกครั้ง 3,351 สัญญา คาดว่าจะเป็นการกลับมาเปิดสถานะ Short อีกครั้ง เมื่อ S50Z16 ปิดต่ำกว่า SET50 Index เป็นวันที่ 3 เหลือเพียง 1.17 จุด จากวันก่อนหน้า Discount กว้างถึง 5.66 จุด ส่งผลให้ QTD ใน 4Q59 นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะ Short สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7,794 สัญญา  
          และนักลงทุนกลุ่มนี้คงการขายสุทธิตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นวันที่ 2 อีก 1,403 ล้านบาท รวม 2 วันทำการขายสุทธิ 3,690 ล้านบาท เมื่อราคาพันธบัตรไทยเริ่มปรับฐานลงเป็นวันที่ 2 ผ่านผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นอีก 0.24bps จากวันก่อนหน้าเพิ่มขึ้นเพียง 0.01bps ปิดที่ 2.146%

Short-Selling วานนี้ 
          ลดลงเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ เป็น 871 ล้านบาท จากวันก่อนหน้า 1,180 ล้านบาท ด้วยจำนวนหุ้น 70 หลักทรัพย์ จากวันก่อนหน้า 65 หลักทรัพย์           

NVDR Movement
          NVDR ขายสุทธิเป็นวันที่ 2 เน้นลดน้ำหนักกลุ่ม Domestic Play ต่อเนื่อง
          การซื้อขายผ่าน NVDR วานนี้ขายสุทธิอีก 1,152 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าขายสุทธิ 550 ล้านบาท โดยเลือกที่จะลดน้ำหนักกลุ่มธนาคาร 474 ล้านบาท กลุ่มขนส่งขายสุทธิ 288 ล้านบาท และกลุ่ม ICT 201 ล้านบาท ส่วนกลุ่ม อาหารกลับถูกซื้อสุทธิสูงสุด 166 ล้านบาท 


         
 
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 7 พ.ย. 2559
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 พ.ย. 2559 เวลา : 10:38:35

11-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 11, 2019, 5:10 am