ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
นายกฯมอบนโยบายให้ทูตทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับต่างประเทศ


 


วันนี้ (10 พ.ย. 2559) เวลา 09.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานเปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลไทยทั่วโลก ประจำปี 2559 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ  โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั่วโลก เดินทางมาเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาลในการประชุมครั้งนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายและชื่นชมในการทำงานของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศและช่วยดูแลคนไทยในต่างแดน นายกรัฐมนตรียินดีที่ท่าทีของต่างประเทศมีความยืดหยุ่นในการดำเนินความสัมพันธ์กับไทยมากขึ้น หลายประเทศกลับมาสานต่อความร่วมมือกับรัฐบาลเพราะมองเห็นผลประโยชน์กับประเทศไทยเป็นสำคัญ

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศต้องเดินหน้าต่อไปโดยมีวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ จึงขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเองเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า โดยขอให้กระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ทำหน้าที่สำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีได้มอบยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศและแนวทางการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศทั้งในภาพรวมระยะยาว ที่ให้ความสำคัญกับการมองภาพใหญ่ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อให้การก้าวไปข้าวหน้าในบริบทโลกและภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยการสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนประเทศตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบาย Thailand 4.0 ขณะเดียวกันรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศต้องร่วมกันชี้แจงให้ต่างประเทศรับทราบและเข้าใจในนโยบายต่างๆของไทย วิสัยทัศน์ของไทยที่เน้นความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และการสานต่อความร่วมมือกับมิตรประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคีแบบคู่ขนาน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การดำเนินความสัมพันธ์ของไทยและต่างประเทศต้องมีทั้งการมองใกล้และมองไกล โดยมองดูศักยภาพของไทย ขอให้ติดตามพัฒนาการต่างๆ และการดำเนินการของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสร้างการสื่อสารอย่างบูรณาการกับประชาชนในประเทศและต่างประเทศให้รับทราบ ในอนาคตไทยต้องเพิ่มมูลค้าการค้าขายกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะ CLMV รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การแก้ปัญหาข้ามแดน และการสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว รวมทั้งขยายความร่วมมือในทุกๆ ด้าน ที่จะส่งเสริมให้ไทยและประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาไปด้วยกัน

ทั้งนี้ เรื่องเศรษฐกิจเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีจึงขอให้เอกอัครราชทูตการดำเนินการทูตเชิงเศรษฐกิจ ตามที่รัฐบาลได้เน้นมาตรการในการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ชุมชน SMEs Start-up และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ รัฐบาลมีมาตรการดึงดูดนักลงทุน โดยรัฐบาลได้ปรับปรุงการให้สิทธิประโยชน์แบบทั่วไปและแบบเฉพาะ เพื่อส่งเสริมให้ไทยมีศักยภาพการในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาค นายกรัฐมนตรีจึงขอให้เอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ช่วยกันผลักดันอย่างเต็มที่และส่งเสริมให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุน ชี้แนะช่องทางและโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึง ส่งเสริมภาคเอกชนไทยในการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ และการจับคู่ของภาคธุรกิจไทยและต่างประเทศในสาขาที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ในต่างประเทศใช้การทูตเชิงรุก สามารถชี้แจงและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในทุกเรื่อง เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศมหาอำนาจ มุ่งส่งเสริมเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค รวมถึง ให้มีการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 นี้ด้วย
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 10 พ.ย. 2559 เวลา : 15:26:52

17-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 17, 2019, 7:33 pm