ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน คาด SET วันจันทร์ปรับขึ้นต่อ (15/01/61)


 ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้              

ขึ้นต่อ 
  KGI คาด SET วันจันทร์ปรับขึ้นต่อ... ปัจจัยบวกยังมีหลายประการทั้งภายนอกและภายในประเทศ ส่งผลให้ภาวะ ‘risk-on’ (กล้าเสี่ยง) จะหนุนดัชนีฯ ให้เทรดเหนือเป้าหมายไตรมาส 1/2561 ที่ 1,800 จุดต่อไป ทั้งนี้ปัจจัยบวกได้แก่ i) หุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮต่อเมื่อวันศุกร์ หลังธนาคารยักษใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ เจพี มอร์แกน เวลส์ ฟาร์โก และแบล็กร็อก ต่างรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2561 สูงกว่าที่ consensus คาด ii) ดัชนีค่าเงินดอลล่าร์ฯ ร่วงแรงต่อ ต่ำสุดครั้งใหม่รอบกว่า 3 ปี หลังตลาดการเงินย่อยข่าวที่ว่า ธ.กลางยุโรป (ECB) เตรียมปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้นในช่วงกลางปีนี้-ไตรมาส 3/2561 (เป็นไปตามมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ KGI) เช้านี้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อ เทรดที่ 31.90/ดอลล่าร์ฯ และน่าจะหนุนฟันด์โฟลว์ต่างชาติมากขึ้น iii) ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อทำจุดสูงสุดใหม่รอบกว่า 3 ปี น่าจะหนุนจิตวิทยาของหุ้นพลังงานขนาดใหญ่ต่อไป ด้านปัจจัยภายใน รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ จะประชุมคณะกรรมการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (กรศ.) ในวันนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าของการลงทุนในพื้นที่ EEC และมีแนวโน้มสูงที่ พรบ. EEC จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ภายในเดือน ก.พ. นี้

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน  
เก็งกำไร MONO*, ECL, TICON
  MONO* (เป้าพื้นฐาน 5.75 บาท) 1) เรตติ้งช่อง MONO29 ล่าสุด (1 – 7 ม.ค.) ปรับขึ้นเป็น 0.895 (ปรับขึ้นจากปีก่อนเฉลี่ยที่ 0.702) และขึ้นแซง WORK* ที่เรตติ้งล่าสุด (1 – 7 ม.ค.) ลดลงเป็น 0.791 (ปรับลงจากเฉลี่ยปีก่อนที่ 1.001) … ประเมินแนวโน้มเรตติ้งสัปดาห์ 8 – 14 ม.ค. ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสัปดาห์แรกของปี ... คาด i) ชี้แนวโน้มผลการดำเนินของ MONO ในปีนี้จะจะเติบโตเด่นสุดในกลุ่มจาก อัตราค่าโฆษณา + Utilization rate ที่คาดจะปรับขึ้นสะท้อนเรตติ้งที่ดีขึ้น ii) นักลงทุนมีโอกาสเปลี่ยนตัวเล่นจาก WORK* ที่เรตติ้งลดลงมา MONO* ที่เรตติ้งกำลังปรับตัวขึ้นแทน 2) ประเมินกรอบการแกว่งตัว 4.2 – 4.54 บาท แนะนำ “เก็งกำไร” กรณีดีดพ้นกรอบแนวต้าน 4.54 บาทได้ ประเมินทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4.64 บาท (Stop loss 4.18 บาท) 
  ECL (เป้าพื้นฐาน 4.1 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 4Q60 ยังเติบโตเด่น YoY แต่อาจทรงตัว QoQ เนื่องจากคาดมีรายจ่ายโบนัสพนักงานใน 4Q60 ... เบื้องต้นคาดกำไร 4Q60 ในกรอบ 30 – 35 ล้านบาท 2) แนวโน้มกำไรปี 2561 คาดโตเด่น +46% YoY เป็น ±200 ล้านบาท จากสินเชื่อรถมือสองที่โตเด่นในปีที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่องในปีนี้จากเศรษฐกิจที่เติบโต + รับอานิสงส์โครงการ EEC (มีฐานธุรกิจใน กทม และ ภาคตะวันออก) 3) PE ปี 2561 = 20 เท่า ไม่แพงเทียบอัตราการเติบโตของกำไร และกลุ่มฯที่ PE เฉลี่ย +30 เท่า 4) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัวรูปแบบ Double bottom มีโอกาสทดสอบแนวต้านเทรนไลน์ 4.0 บาท แนะนำ “เก็งกำไร” (Stop loss 3.54 บาท)   
  TICON (เป้าพื้นฐาน 19.3 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Laggard หุ้นหลักในกลุ่มนิคมฯ, คลังสินค้า อย่าง WHA*, AMATA* โดยคาด TICON จะได้รับอานิสงส์จากโครงการ EEC และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ เช่น รถไฟทางคู่ เช่นกัน ... เราคาดร่างกฏหมาย EEC จะผ่าน และมีผลบังคับใช้ภายใน 1H61 2) รูปแบบราคาฟื้นตัวตามคาด ประเมินแนวรับ 17.1 บาท และ 16.7 บาท / แนวต้าน 17.7 - 18.1 บาท (Stop loss 16.3 บาท) ... วันนี้ฝ่ายวิจัยฯออกบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานกลุ่มนิคมฯ ปรับราคาเป้าหมาย AMATA* และ WHA* ขึ้นเป็น 31.5 บาท และ 4.6 บาท ตามลำดับ

หุ้นในกระแส
  กลุ่มพลังงาน ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงต่อเนื่อง นักลงทุนอาจพิจารณาเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานที่ยัง Laggard อย่าง PTTEP*, BANPU* (ปี 2560 ปรับขึ้นไม่มาก) ขณะเดียวกัน เรา แนะนำ ขายทำกำไรหุ้นกลุ่มโรงกลั่น โดยฝ่ายวิจัยฯ ประเมินหุ้นกลุ่มโรงกลั่น (TOP*, BCP*, SPRC*)ราคาเต็มมูลค่าแล้วและมีโอกาสที่ผลการดำเนินงานจะผ่านจุดพีคไปแล้วใน 4Q60 
  กลุ่มรับอานิสงส์บาทแข็ง เราประเมินค่าเงินบาทที่แข็งค่าเทียบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในขณะนี้ เป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบจากต่างประเทศ (แต่ขายสินค้าในไทย) เช่น กลุ่ม TVO (นำเข้าถั่วเหลืองมาผลิตกากถั่วเหลือง+น้ำมันขายในไทย), RSP (นำเข้ารองเท้า Converse มาขายในไทย), WINNER (นำเข้าสินค้าอาหารขายในไทย) เป็นต้น และกลุ่มขายสินค้าอุปกรณ์ไอที ที่ต้องนำเข้าสินค้า เช่น COM7*, SYNEX, JMART* เป็นต้น / ขณะเดียวกันแนะนำชะลอการลงทุนในกลุ่มส่งออกอย่าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ยอดผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์อาจชะลอตัวลงระยะสั้น เป็นต้น 
  กลุ่มค้าปลีก การบริโภคในประเทศ (ตัวหลัก CPALL*, ROBINS*, COM7* / ตัวรอง TNP, MOONG) จากประเด็น i) การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ (ครั้งแรกในรอบ 3 ปี) ii) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค. ทำสถิติสูงสุดในรอบ 35 เดือน iii) เงินเฟ้อเดือน ธ.ค. +0.78% (ปี 2560 +0.66%) คาดปี 2561 แตะ +1% เงินเฟ้อระดับอ่อนๆคาดเป็นบวกต่อ SSSG ของกลุ่มค้าปลีก แนะนำ “อ่อนตัวสะสม” หุ้นกลุ่มค้าปลีกต่อ เน้นตัวหลักเป้าหมายกองทุน CPALL*, ROBINS*, COM7* และอาจพิจารณาหุ้นตัวรองในกลุ่มที่ Laggard อย่าง TNP, MOONG

หุ้นมีข่าว
  (+ กลุ่มค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค) ค่าแรงสูงสุด 12 บาท (โพสต์ทูเดย์) บอร์ดค่าจ้างยืนยันเคาะ ค่าแรงแน่ 17 ม.ค. สูงสุด 12 บาท ที่ภูเก็ตและพังงา นายประจวบ พิกุล คณะกรรมการค่าจ้าง ตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ม.ค.นี้ คณะกรรมการค่าจ้าง จะมีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้กับแรงงานทั่วประเทศอย่างแน่นอน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาในประเด็นสัดส่วนการขึ้นค่าแรง ซึ่งเดิมมีการเสนอตัวเลขต่ำสุดที่ 2 บาท แต่คณะกรรมการเห็นว่าน้อยเกินไป จึงอาจพิจารณาขึ้นค่าแรงต่ำสุดที่ 5 บาท และสูงสุดที่ 12 บาท ซึ่งจังหวัดที่จะได้ค่าแรงสูงสุด 12 บาท คือ จ.ภูเก็ต และพังงา
  (+) KTB* ปล่อยกู้ไมโครบัส บสย.ค้ำประกันหมื่นล. ปิดประตูความเสี่ยง Q4 กำไรฟื้น ตั้งสำรองหนี้ลด (ข่าวหุ้น) แบงก์กรุงไทย (KTB) จับมือ “บสย.” ปล่อยกู้โครงการเปลี่ยนรถตู้เป็น “ไมโครบัส” วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท จำนวน 5 พันคัน บสย.ค้ำประกันสินเชื่อให้ทั้งหมด ยืนยันแบงก์ไร้เสี่ยงหนี้เสีย ระยะเวลาคืนทุน 3-5 ปี ด้านโบรกฯแนะลงทุน KTB ไตรมาส 4 กำไรฟื้น ขณะที่ปีนี้คาดกำไรโต 23%
  (+) ATP30 รายได้ปีนี้โต 20% จ่อปิดดีลลูกค้าใหม่ 4 ราย (ข่าวหุ้น) ATP30 ฟอร์มเด่น! ตั้งเป้าปี 61 รายได้โต 20% รับอานิสงส์เริ่มบุ๊ครายได้จากลูกค้าใหม่ พร้อมรักษาฐานลูกค้าเดิม เดินหน้าเพิ่มรถอีก 40-50 คัน เพื่อรองรับดีมานด์โตไม่หยุด ซุ่มเจรจาลูกค้าใหม่ 3-4 ราย คาดปิดดีลภายในไตรมาส 1/61
  (+ กลุ่มนิคมฯ AMATA*, WHA*, TICON / กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างโรงงาน HARN, ASEFA, FTE) EEC จุดพลุการลงทุนไทยดันยอด BOI แตะ 7.2 แสนล. (ทันหุ้น) BOI ตั้งเป้ายอดส่งเสริมการลงทุนปี 2561 เติบโต 12% แตะ 7.2 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนที่ 6.41 แสนล้านบาท เน้นพื้นที่ EEC ทำเงิน พร้อมเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ ฟากโบรกประเมินเป็นปัจจัยบวกเพียบ หลังนักลงทุนให้ความเชื่อมั่น-มองไทยเป็นฐานการผลิตมากขึ้น
  (+) บาทแข็งนิวไฮ-ไอทีส้มหล่น COM7*-JMART* น่าสะสม (ทันหุ้น) "กลุ่มไอที" ราศีจับ! รับบาทแข็งค่าทำนิวไฮสูงสุดรอบ 40 เดือน หนุนต้นทุนลดอื้อ ส่งผลบวกถ้วนหน้า โบรกชู COM7*-JMART*-SYNEX เด่นน่าสะสม เคาะเป้าหมาย 21 บาท, 23 บาท, 18.30 บาท ตามลำดับ ด้านแบงก์ชาติ เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลหวังช่วยเอกชนปรับตัวได้
  (+) ECL ผุดศูนย์บริการขยายฐาน Big Bike หนุนสินเชื่อพุ่ง 50% (ทันหุ้น) ECL การันตีความต้องการสินเชื่อเช่าซื้อรถมือสองไม่มีหด วางเป้าปี 2561 โตถึง 50% เล็งกวาดรายได้ทั้งปี 750 ล้านบาท สบช่องขยายฐานพอร์ตสินเชื่อ Big Bike มองดีมานด์สูง คาดโต 40% จากปี 2560 อยู่ที่ 35% วางงบลงทุนปีนี้ราว 30 ล้านบาท ลุยศูนย์บริการ และ ออโต้เซอร์วิส 
  (+) JMT ซุ่มดีลพาร์ตเนอร์ใหม่อัพฐานอินชัวรันส์รับทรัพย์ (ทันหุ้น) JMT ซุ่มพาร์ตเนอร์ด้านอินชัวรันส์ในประเทศ หวังร่วมทุน-ขยายฐานโกยเงินเพิ่ม คาดชัดเจนไม่เกินธันวาคมนี้ พร้อมวางเป้าปี 2561 ผลงานเติบโต 30% จากปีก่อน รับพอร์ตบริหารหนี้เสียขยายตัว แถมเดินหน้าประมูล NPL ล็อตใหม่ราว 5.3 หมื่นล้านบาท เสริมพอร์ตเพิ่มจากเดิมที่ราว 1.3 แสนล้านบาท กินยาวไปอีก 30 ปี ด้านโบรกเกอร์ แนะ "ซื้อ" เป้าหมาย 43.50 บาท
  (+) RS เคาะผลงานปี 61 โตสดใส ดีลพันธมิตรต่อยอดธุรกิจ (ทันหุ้น) RS รุกหนักธุรกิจสุขภาพและความงามจนสินค้าติดตลาด พร้อมเจรจาพันธมิตรต่างชาติ 2-3 ราย ต่อยอดอาหารเสริมใหม่กว่า 30 sku โชว์ฟอร์มช่อง 8 เรตติ้งกระฉูด คาดครึ่งแรกปี 2561 ทยอยปรับค่าโฆษณาเพิ่ม หนุนรายได้รวมปี 2561 แตะ 5.3 พันล้านบาท

หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
  BANPU* (เป้าพื้นฐาน 24 บาท) แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนด Trailing stop 21.2 บาท
  SIMAT (ยังไม่มีเป้า Consensus) ประเมินแนวรับ 3.16 บาท และ 3.10 บาท / แนวต้าน 3.36 บาท และถัดไปที่ 3.66 บาท (Stop loss 3.0 บาท) 
  TNP (เป้า Consensus 3.0 บาท) ประเมินแนวรับ 2.70 บาท / แนวต้าน 2.90 – 3.06 บาท (Stop loss 2.58 บาท)
  WHA* (เป้าพื้นฐาน 4.6 บาท) แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนด Trailing stop 4.20 บาท
  ECF (ยังไม่มีเป้า Consensus) ประเมินแนวรับ 6.1 – 6.0 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.6 บาท (Trailing Stop 5.8 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  กลุ่มนิคมฯ น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน โครงการ EEC เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย จะเป็นตัวสนับสนุนการลงทุนฯ เลือก AMATA* เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ

Market strategy      Thailand
  จิตวิทยาตลาดวันนี้:  ---   นัยต้าน 1813 จุด
  วันนี้ หากดัชนี SET ดีดขึ้นปิดเหนือนัยต้าน 1813 จุดนั้น อาจทรงราคาขึ้นในกรอบ 1813-1825 จุด แต่หากวันนี้ ดัชนี SET ลดลงหรือปิดต่ำกว่านัยต้าน 1813 จุดนั้น อาจทรงราคาลงในกรอบ 1813-1795 จุด
  แนวรับวันนี้:          1804/1796                    แนวต้านวันนี้:          1813/1824

หมายเหตุ: (1) ระยะสั้นคือ 1-5 วันทำการ; (2) ระยะกลาง คือ 14-30 วันทำการ; (3) ระยะยาวคือมากกว่า 30 วันทำการ


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ม.ค. 2561 เวลา : 10:40:45

22-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 22, 2019, 7:47 am