ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน เฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (22/03/61)


 Market Summary 21/03/2018

 

Close

1,801.43

Volume

Bt56,131M

Change

1.59

P/E

18.54

%Change

0.09%

P/BV

2.10

หุ้นแนะนำพิเศษ

IVL (ราคาปิด 56.50 Bloomberg Consensus 66.61)

  • ปิดดีลใหญ่ตามนัด จับมือพันธมิตรตั้งบริษัทร่วมทุน “CC Polymers” ประกาศซื้อกิจการในอเมริกา ผุดโรงงานผลิต “PTA-PET” ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดกำลังการผลิต PET สูง 1.1 ล้านเมตริกตัน(เพิ่มกำลังการผลิตอีก 30% สู่ 4.8 ล้านตันต่อปี) และ PTA ผลิตอีก 1.3 ล้านเมตริกตัน (เพิ่มกำลังการผลิตอีก 36% สู่ 4.8 ล้านตัน) โดยในปี 60 ได้เข้าซื้อโรงงานอีก 4 แห่งโดยเน้นสินค้า HVA และ PTA
  • Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 อยู่ที่ราว 2.07 หมื่นล้านบาททรงตัวเมื่อเทียบกับปี 60 ซึ่งถือว่ากำไรทรงตัวในระดับสูง อีกทั้งราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายที่ PE เพียง 14.6 เท่าซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีที่ 16.7 เท่า

หุ้นเริ่มซื้อขายวันแรก : CHAYO (ราคา IPO 2.88 บาท) ตลาด mai /เงินทุนและหลักทรัพย์
**บล.โกลเบล็กเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน IPOในครั้งนี้ ซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้จัดจำหน่าย

  • บมจ. ชโย กรุ๊ป (CHAYO) ดำเนิน 3 ธุรกิจหลักได้แก่ 1) ธุรกิจลงทุนและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมีสัดส่วนรายได้ 78%   2) ธุรกิจให้บริการเจรจาติดตามทวงหนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีสัดส่วน 18%  3) ธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าหรือ Call Center มีสัดส่วนรายได้ 6% 
  • ปี 60 มีรายได้รวม 207 ลบ.เติบโต 4.4%YoY  กำไรสุทธิ 58 ลบ. ลดลง 17.8%YoY เนื่องจากมีการจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ยอดหนี้คงค้างของกองสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมีจำนวน  2.9 หมื่นลบ. เป็นสินเชื่อบัตรเครดิตสัดส่วนสูงสุด 38% รองลงมาเป็นเงินให้สินเชื่อทั่วไป มีสัดส่วน 22%
  • จำนวนหุ้นที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 140 ล้านหุ้น  มูลค่าประมาณ  403  ลบ. ใช้ในการประมูลซื้อกองสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งประเภทที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน  ใช้จ่ายชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน
  • ราคา IPO คิดเป็น  Current PER ที่ 27.69 เท่า เมื่อเทียบกับธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน (JMT) มี PER  25.31 เท่า

Market View  :  เฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด
หุ้นแนะนำพิเศษ  : IVL
หุ้นมีข่าว  : CHAYO HMPRO GPI TACC
Technical  Insight : GFPT  MEGA
  ภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้ ทยอยอ่อนตัวในกรอบแคบ ท่ามกลางตลาดหุ้นเพื่อนบ้านที่เป็นบวกสลับลบ แม้มีปัจจัยบวกในประเทศจากตัวเลขส่งออกโต และราคาน้ำมันฟื้นตัว แต่ตลาดยังคงจับตาการประชุม FED ในช่วงเย็น โดยรวม SET Index หนุนโดยกลุ่ม COM และ TRANS หักล้างบางส่วนโดย  BANK จึงปิดที่ 1,801.43 จุด (+1.59 จุด) Volume 5.61 หมื่นลบ.โดย Foreign Net -1,077.11 ลบ.  TFEX Net -596 สัญญา ตราสารหนี้ +4,456.24 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
  +เฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาดและส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ในปีนี้สู่ระดับ 2.7% จากเดิมที่ 2.5% 
  +น้ำมันดิบปิดพุ่งหลัง EIA เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงในสัปดาห์ที่แล้ว 
  +ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐทะยานขึ้น 3.0% ในเดือนก.พ. โดยยอดขายบ้านพุ่งขึ้นในภาคใต้และตะวันตก
  +ส่งออกก.พ.61 +10.3% จากตลาดคาด +9.25% ในช่วง 2 เดือนแรกปี 61 ส่งออก +13.8%
  -ดาวโจนส์ขยับลงหลังจากที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 
  -ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.พ.61 ที่ 89.9 จาก 91.0 ใน ม.ค. ปรับลงครั้งแรกรอบ 4 เดือน
  +/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 5.59 หมื่นล้านบาท ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นสู่ 31.16 บาท/USD 
  **จับตาการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) 
  **23 มี.ค. จับตาชัตดาวน์สหรัฐ
  ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้มีปัจจัยบวกจากมติที่ประชุมเฟดที่ปิดบวกที่เป็นไปตามตลาดคาด และราคาน้ำมันที่ยังบวกต่อ  แต่มีแรงกดดันจาก Fund Flow ผันผวน  จึงคาด SET จะผันผวนในกรอบ 1,793-1,810 จุด 
กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน
  - CENTEL TOP TMB CPN ROBINS คาดเป็น target ทำ window dressing
  - PTTEP PTTGC IVL ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสู่ 65.17 $/bbl
  - GFPT TFG จีนรับรองมาตรฐานโรงงานผลิตไก่ไทย
  - CENTEL ERW ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 19% ในเดือนก.พ.
  - หุ้นปันผลเด่น BAFS CRD FTE GLOW KKP NYT SIS SPRC TISCO QH PDI PL AIT TKS AP KIAT 
  - BEC เรตติ้งรวมปรับขึ้นยกแผงช่วง prime time ขายโฆษณาขยับเป็น 100% 
  - หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากค่าเงินบาทแข็งค่าสู่ 31.16 บาท/$ (ต้นปี 17 อยู่ที่ 34 บาท/$) และราคาทองแดงทรงตัวในระดับสูง 6,817 $/Ton(ต้นปี 17 อยู่ที่ 5,600 $/Ton)

หุ้นมีข่าว  

  • HMPRO (ราคาปิด 14 Bloomberg Consensus 14.85) ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 61 เติบโตไม่น้อยกว่า 5% ตามการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่คาดจะเติบโตเฉลี่ย 3-4% ต่อสาขา และการขยายสาขาใหม่เพิ่มเติมอีก ปีนี้บริษัทมีแผนขยายสาขาโฮมโปร S เป็นหลัก 8 สาขาในพื้นที่กรุงเทพ และโฮมโปรอีก 1-2 สาขา งบลงทุน 6-6.5 พันล้านบาทโดยเน้นเปิดสาขาตามหัวเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง  การขยายสาขาในมาเลเซียปีนี้ยังไม่มี ขอรอดูารเติบโตในทิศทางที่ดีก่อน บริษัทยังคงมองโอกาสขยายธุรกิจไปยังประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมุ่งเน้นที่ประเทศมาเลเซียก่อน เริ่มเห็นการลงทุนมากขึ้นของประชาชนในพื้นที่กทม.เนื่องจากสาขาที่ให้บริการอยู่ในพื้นที่ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อแนวโน้มยอดขายใน 1Q61 น่าจะดีกว่า 1Q60 แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับ 4Q60 (ที่มา อินโฟเควสท์)
  • ความเห็น เรามีมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ HMPRO การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วสนับสนุน SSSG เติบโตต่อเนื่อง Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 ราว 5.6 พันล้านบาท +14% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER 38 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 36 เท่า แนะนำ ทยอยซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
  • GPI (ราคาปิด 3.30 บาท ซื้อ ราคาเหมาะสม 4.20 บาท) ผู้บริหารเผย บูธแสดงยานยนต์ในงาน Bangkok International Motor Show 2018 (วันที่ 28 มี.ค.-8 เม.ย. 61) ถูกจองเต็มจำนวนและบางรายมีการจองพื้นที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แม้มีการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าพื้นที่จากปีก่อนเฉลี่ย 7% นอกจากนี้ งวด 2Q61 ยังมีการจัดงาน Bangkok Used Car Show 2018 ที่จะจัดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกันตั้งแต่วันที่ 2-8 เม.ย. 61 ส่วนช่วง 2 เดือนแรกของปี ธุรกิจรับจ้างพิมพ์ยังมีปริมาณงานจากลูกค้าภายนอกเพิ่มขึ้น
  • ความเห็น การปรับขึ้นค่าบริการและการจองพื้นที่บูธแสดงยานยนต์ คาดว่าได้ทำล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 60 ซึ่งส่วนเพิ่มดังกล่าวน่าจะไปหนุนกำไรสุทธิ โดยยังไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนมากนัก โดยนอกเหนือจากงานดังกล่าว GPI ยังมีโอกาสได้จัดงาน AIR Race 1 และ งาน Motor Show ที่ประเทศเมียนมาร์อีก 2 ครั้งในปีนี้ จัดเป็น Upside ส่วนเพิ่มในประมาณการ ที่คาดเติบโต 12.7%YoY ราคาปัจจุบันมี Cash Adjusted PER อยูที่ราว 11.2 เท่า ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"
  • (+/-) TACC (ราคาปิด 4.66 Bloomberg Consensus 5.95)ได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทน Rilakkuma ครอบคลุม 7 ประเทศ เป็นเวลา 4 ปี ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลยเซีย กัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% โดยมีแผนเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่ป้อนเข้าสู่ตลาดประมาณ 2-3 ผลิตภัณฑ์ช่วยต่อยอดการเติบโตทั้งในธุรกิจ B2B และ B2C ขณะที่แนวโน้มรายได้ในช่วง 1Q61 คาดจะออกมาต่ำกว่าช่วง  1Q60 เนื่องจากผลกระทบจากภาษีน้ำตลาดที่คำนวณตามปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม โดยกระทบอัตรากำไรขั้นต้นราว 2-3% นอกจากนี้ธุรกิจในประเทศกัมพูชายังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่ค่อน้ขางสูง โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ในประเทศกัมพูชา เพื่อเพิ่มยอดขายให้เติบโตขึ้น
  • ความเห็น แม้คาดผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกจะถูกกดดันจากภาษีน้ำตาลและสงครามราคาของธุรกิจในกัมพูชา แต่คาดว่าสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะปรับดีขึ้นจากค่าภาษีน้ำตาลที่มีแนวโน้มลดลงหลังออกผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ที่มีน้ำตาลน้อยลง  รวมทั้งรายได้ค่าสิทธิ์จากตัวการ์ตูน Rilakkuma โดยยังต้องติดตามพัฒนาการในการเลี่ยงสงครามราคาในตลาดกัมพูชา ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 ราว 141.5 ลบ. +26%
  • (+) NYT ส.อ.ท.เผยยอดส่งออกรถยนต์ ก.พ.61 โต 4.05% มาที่ 102,217 คัน
  • (+) TOP จ้องควักงบ 1 แสนล้านบาท อัพกำลังผลิตเป็น 4 แสนบาร์เรลต่อวัน จากเดิมราว 2.75 แสนบาร์เรลต่อวัน เชื่อสรุปได้ Q3 นี้ พร้อมเล็งคลอดหุ้นกู้ชุดใหม่ วงเงินไม่เกินราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หวังนำเงินขยายธุรกิจโรงกลั่น (ที่มา ทันหุ้น)
  • (+) MODERN ผลงานปี 2561 สดใส หลังธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ผ่านจุดต่ำสุด เล็งนำบริษัทย่อย "โมเดอร์นฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์" เข้าตลาดหลักทรัพย์ คาดยื่นไฟลิ่งภายในไตรมาส 2/2561 (ที่มา ทันหุ้น)

บันทึกโดย : วันที่ : 22 มี.ค. 2561 เวลา : 09:37:02

11-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 11, 2019, 10:41 am