ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน อาจเห็นการเกิด Technical Rebound สั้นๆ (15/06/61)


 กลยุทธ์วันนี้ >> Domestic Play//Accumulate on Dip

  ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลงทดสอบระดับ 1,700 จุดหลังการประชุม FED คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตามดัชนียังไม่หลุดต่ำกว่าและมีจังหวะรีบาวด์ได้บ้างในช่วงท้ายตลาด กระแสเงินทุนยังไหลออกจากไทยชัดเจนโดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทั้ง 3 ตลาดรวมกันกว่า 1.1 หมื่นลบ. (ขายหุ้น 9.6 พันลบ. ขายพันธบัตร 2 พันลบ. และ Short ฟิวเจอร์สราว 1 พันสัญญา.) ขณะที่แรงซื้อส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันในประเทศ
 แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET Index จะแกว่ง Sideways โดยอาจเห็นการเกิด Technical Rebound สั้นๆหลังผลการประชุม ECB ออกมาในเชิงผ่อนคลาย อย่างไรก็ตามคาดว่ายังไม่พ้นระดับ 1,720 จุด และยังต้องติดตามประเด็นการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยในประเทศคาดว่าจะมีแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มสื่อสารฯหลังล่าสุด DTAC ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ซึ่งทำให้มีแนวโน้มที่ ADVANC อาจไม่เข้าด้วยเช่นกัน เรายังเน้นลงทุนในกลุ่ม Domestic Play เป็นหลัก
  กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้น Domestic//Accumulate on Dip
  หุ้นเด่นเดือนมิ.ย. : BGRIM, GLOBAL, MTC, PCSGH, TVO  
  Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคหนาแน่น US$1,247ล้าน เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลออกจากไต้หวัน US$446ล้าน ส่วนไทยมีเม็ดเงินไหลออก US$300ล้าน ไม่มีประเทศใดที่มีเม็ดเงินไหลเข้า แนวโน้มกระแสเงินทุนมีทิศทางไหลออกจากภูมิภาค สภาพคล่องกลับสู่สินทรัพย์ปลอดภัยปรับพอร์ตรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น   

ชวนเม้าท์หุ้นเด่น >> BDMS <<

  • แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 29 บาท
  • แนวโน้มกำไร 2Q18 อยู่ในเกณฑ์ดี อาจชะลอจากไตรมาสก่อนซึ่งเป็น high season แต่จะเพิ่มขึ้น Y-Y จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
  • หุ้นกู้แปลงสภาพที่มีราคาแปลง 21.045 บาทต่อหุ้น ยังเหลืออยู่ 372 ล้่านหุ้น จะหมดอายุ ก.ย. 2019 หากผู้ถือหุ้นกู้ใช้สิทธิแปลงสภาพทั้งหมด จะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% แทบไม่กระทบ EPS และราคาเป้าหมาย ราคาหุ้นที่ปรับลงจะเป็นโอกาสในการลงทุน

ประเด็นสำคัญวันนี้
  (0) ECB มีโทน Dovish ตรงข้ามกับ Fed ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ 0% ดอกเบี้ยเงินฝากที่แบงก์ฝากไว้กับ ECB ที่ -0.4% และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 0.25% ตามตลาดคาด แต่เซอร์ไพรส์ตลาดด้วยการระบุว่าจะตรึงดอกเบี้ยยาวถึงปีหน้า และต่ออายุ QEอีก 3 เดือนจากที่จะจบ ก.ย. นี้แต่ลดวงเงินซื้อพันธบัตรลงครึ่งหนึ่งเหลือ 1.5 หมื่นล้านยูโร/เดือน จากปัจจุบัน 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน นอกจากนี้ ECB ปรับลดประมาณการ GDP ปีนี้ลงเป็น 2.1% จากเดิม 2.4% การขยาย QE ทำให้เงินยูโรอ่อนค่า แต่ตลาดหุ้นยุโรปเลือกที่จะมองบวก เราคิดว่าเป็นผลระยะสั้นเพราะมุมมองเศรษฐกิจที่ฟื้นช้ากว่าเดิมและค่าเงินยูโรที่อ่อนยิ่งผลักดันดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งกดดันราคาสินทรัย์เสี่ยง        
  (+) กลุ่มสื่อสารฯ DTAC แจ้งตลาดว่าจะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz (ผิดจากสมมติฐานของเราเพราะเป็นหนึ่งในคลื่นหลักที่ DTAC ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน) ซึ่งทำให้มีแนวโน้มสูงขึ้นที่ ADVANC อาจจะไม่เข้าร่วมด้วยเช่นกัน (แต่หาก ADVANC เข้าประมูลจะหลายเป็นลบ) เราคาดว่าตลาดน่าจะตอบรับเชิงบวกเนื่องจากทำให้กสทช.ต้องกลับไปพิจารณาหลักเกณฑ์การประมูลใหม่โดยเฉพาะราคาตั้งต้นประมูลที่อาจต้องลดลงจาก 3.75 หมื่นลบ. ซึ่งเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมในแง่ต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง เรายังชอบ ADVANC มากที่สุด ราคาเหมาะสม 220 บาท
  (-) KSL รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 (ก.พ.-เม.ย.) 688 ล้านบาท +388% Q-Q, +7.5% Y-Y ทั้งที่ราคาขายน้ำตาลลดลงมาก -17% Q-Q, -31% Y-Y แต่เพราะประสิทธิการผลิตที่ดีมากทั้งโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้า ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 37% สำหรับกำไรสุทธิ 1H18 เท่ากับ 829 ล้านบาท -24% Y-Y คิดเป็น 62% ของประมาณการทั้งปีของเรา เราคาดว่าครึ่งปีหลังจะชะลอตามฤดูกาล ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี -32% Y-Y เหลือ 1.3 พันล้านบาท เราไม่แนะนำลงทุนใน KSL และหุ้นกลุ่มน้ำตาลทั้งหมดเพราะทิศทางราคาน้ำตาลที่ไม่สดใสจากภาวะ oversupply ทั้งปีนี้และปีหน้า  
  (0) TEAMG เป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม มีจุดเด่นที่บริการที่ครบวงจรและเป็น One Stop Service มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการและหลายอุตสาหกรรม การลงทุนภาครัฐเพื่อยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศเป็นบวกโดยตรงต่อธุรกิจของ TEAMG รวมถึงยังมีโอกาสเติบโตในส่วนงานภาคเอกชนรวมถึงตลาดต่างประเทศที่เร่งลงทุนเช่นกัน เราคาดกำไรสุทธิปี 2017-2020 เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 23.4% CAGR ประเมินราคาเหมาะสมที่ 4.20 บาท อิง PE 23 เท่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และให้พรีเมี่ยมจากPPS ซึ่งมีธุรกิจใกล้บางส่วนเคียงกัน (FSS เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น IPO ของ TEAMG)
  (0) NFC กลับมาเทรดวันนี้หลังจากผ่านกระบวนการฟื้นฟูแล้วเสร็จ มีผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่คือคุณณัฐภพ รัตนสุวรรณทวี (เจ้าของบริษัท SC Group ทำธุรกิจโลจิสติกส์) ถือ 58.19% ปัจจุบัน NFC ทำธุรกิจซื้อมาขายไปแอมโมเนียและซัลเฟอร์ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีรายได้ปีละประมาณ 1 พันล้านบาทเศษ มีกำไรปกติปีละ 200 ล้านบาทเศษ ส่วน 1Q18 กำไร 26 ล้านบาท -42% Y-Y ผู้บริหารต้องการขยายธุรกิจของ NFC เข้าสู่โลจิสติกส์ซึ่งมี synergy กับธุรกิจเดิมของคุณณัฐภพ แต่ยังไม่ใช่ภายใน 1-2 ปีนี้ บนฐานธุรกิจปัจจุบันของ NFC ที่ทำกำไรได้ปีละ 200 กว่าล้านบาท หรือ EPS  0.19 บาท (พาร์ 0.75 บาท) ถ้าอิง PE 15-20 เท่า จะได้ราคา 3-4 บาท 
    
ปัจจัยที่ต้องติดตาม

15 มิ.ย.

ญี่ปุ่น: ประชุม BOJ

ยูโรโซน: อัตราเงินเฟ้อ (พ.ค.)

19 มิ.ย.

ไทย: ส่งออก-นำเข้า-ดุลการค้า (พ.ค.)

20 มิ.ย.

ไทย: กนง. ประชุม

21 มิ.ย.

ฟิลิปปินส์: ธนาคารกลาง (BSP) ประชุม

  • (0) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวผสมผสาน หลังประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนถูกปธ.ทรัมป์นำกลับขึ้นมาพูดอีกครั้งเมื่อคืนนี้ เนื่องจากสหรัฐมีการอนุมัติการเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนมูลค่า US$ 50,000 ล้าน
  • (+) ตลาดหุ้นยุโรปได้ปรับตัวขึ้น หลัง ECB ประกาศหยุดทำ QE ภายในสิ้นปีและจะคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำไปจนถึงช่วงหน้าร้อนปีหน้า
  • (-) BOJ ของญี่ปุ่นยังคงนโยบายเศรษฐกิจตามเดิม หลังอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดอาจถูกกดดันจากประเด็นสงครามทางการค้า
  • () ค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบบริเวณ 32.20 บาท/ดอลลาร์
  • (+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ก.ค. ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 0.25 ดอลลาร์/บาร์เรล มาอยู่บริเวณ 66.89 ดอลลาร์/บาร์เรล แกว่งตัวในกรอบแคบๆระหว่างวัน
  • ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,308.30 ดอลลาร์/ออนซ์ จากความกังวลเรื่องสงครามทางการค้า

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 มิ.ย. 2561 เวลา : 09:35:15

11-12-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 11, 2019, 8:17 am