ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.โนมูระ พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน คาดตลาด 'Sideway Up' ต้าน 1649/165 จุด (16/07/61)


 “Domestic Play

CNS Daily Strategy : คาดตลาด “Sideway Up” ต้าน 1649/165จุด รับ 1632/1628จุด Dollar Index ยังทรงตัว หนุนค่าเงินเอเชียกลับมาแข็งค่าระยะสั้นวันนี้ ผสาน Fund Flow เริ่ม ไหลเข้าเอเชียสัปดาห์แรกในรอบ 5 สัปดาห์ ราว +217ล้านเหรียญฯ เป็นจิตวิทยาบวกต่อตลาด ส่วนปัจจัยภายในจับตาการรายงานผลประกอบการกลุ่มธนาคาร หลัง consensus คาดจะรายงานกำไรสุทธิที่ 4.7 หมื่นล้านบาท +4.7%y-y และ ความชัดเจนเรื่อง IFRS9 หลัง กกร ชงเรื่องให้ กกบ รอผลการศึกษาผลกระทบของ ม. หอการค้าในเดือน ธค 2018 ก่อนพิจารณากำหนดใช้อย่างเป็นทางการ วันนี้แนะ Theme “Domestic Play” : STEC, PYLON, RS

Nomura : Key Factors

  • (+) US: ดัชนีความเชื่อมั่นมหาวิทยาลัยมิชิแกนต่ำกว่าคาดที่ 97.1 นักวิเคราะห์คาด 98
  • (+) TH: โครงการไทยนิยมยั่งยืนภาคเกษตร เน้นกระตุ้นระดับชุมชน เบิกจ่ายแล้ว4.06พันลบ
  • (+) TH: ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนมิ.ย.ปรับตัวขึ้น +10.55% สู่ระดับ 101.33
  • (*) OIL: ราคาน้ำมันดิบวานนี้ WTI +0.97% สู่ $71.01/bbl / BRT +1.18% สู่ $75.33/bbl
  • (-) Fund Flow:ล่าสุดขายหุ้น-357ลบ.,Short Future -6,917 สัญญา,ขายBond -721ลบ.

Nomura Daily Top Picks: STEC, PYLON, RS

Equity Daily Outlook : คาดดัชนีวันนี้ “Sideway Up” ต้าน 1649/1657จุด รับ 1632/1628จุด ภาพรวม Dollar Index ยังทรงตัว 94.72จุด หลังยังติดแนวต้าน 95.5จุด ตอบรับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ผ่อนคลายลงระยะสั้น หลังทั้งสองประเทศมีแนวโน้มหารือแบบทวิภาคี เพื่อต่อรองด้านการค้าซึ่งกันและกัน ถือเป็นจิตวิทยาบวกต่อการฟื้นตัวของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเช้าวันนี้ค่าเงินเอเชีย 8.00น. มีแนวโน้มแข็งค่าเฉลี่ย 0.05% เป็นปัจจัยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย โดยเราเริ่มเห็นสัญญาณเม็ดเงินไหลกลับเอเชียในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 5 สัปดาห์ ราว +217ล้านเหรียญฯ และเริ่มซื้ออาเซียน 2วัน ในรอบ 3วันทำการ สอดคล้องกับสถานะ F-Holding ในไทย ที่เหลือสถานะต่ำกว่าปี 2008 ที่ 31.79% c]h; และถ้าดูวงจรเงินเข้าจาก สค 2004 จะพบว่าต่างชาติเหลือหุ้นไทยราว 5.3หมื่นล้านบาท ช่วยลดแรงกดดันต่อเงินทุนไหลออก ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ต้องจับตา 1) กลุ่มธนาคารเริ่มทะยอยรายงานงบ 2Q18 ออกมาแล้ว ซึ่งตัวแรกคือ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 2Q18 ที่ 1.709พันลบ. +14%y-y -3%q-q In-Line กับ Consensus สำหรับภาพรวมทั้งกลุ่มธนาคารอิง Bloomberg consensus คาดจะรายงานกำไรสุทธิที่ 4.7 หมื่นล้านบาท +4.7%y-y และ -9.4%q-q และ 2) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) เพื่อขอให้รอผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจประกาศวันบังคับใช้มาตรฐานการบัญชี TFRS9 ที่ กกร.ได้ว่าจ้างให้ศึกษาผลกระทบภาพรวม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้ หลังเดิมที กกบ จะพิจารณาบทสรุปเรื่อง IFRS9 17 กค นี้ ซึ่งความชัดเจนด้านใดด้านหนึ่งจะเป็นตัวช่วยปลดล็อคความเสี่ยงในระยะสั้น/กลาง-ยาว ของกลุ่มธนาคาร

Asset allocation : หุ้น 75% และเงินสด 7.5% ทองคำ 12.5% ตลาดบอนด์ 5 %

Daily Strategy : ถือหุ้น 75% Sector Rotation เน้นสะสม Domestic Play PTT, IVL, BBL, KBANK, CPALL, ROBINS CK, STEC, SEAFCO, PYLON, AMATA, GOLD, ERW, BH, AOT, ERW และ Global Play (PTT, IVL) วันนี้เน้น “Domestic Play”

  1. ราคาน้ำมันดิบ BRENT อยู่ในแนวโน้มแกว่งขึ้น PTT, PTTGC, PTTEP นำตลาด
  2. ททท ปรับเป้ารายได้การท่องเที่ยวปี 2019 ขึ้นจาก 10% เป็น 12%  AOT, ERW
  3. Thailand Future Fund 4.5หมื่นล้านบาท กำลังจะเข้าเทรด 1 ตค หนุนแผนลงทุนรัฐฯ เน้น STEC, CK, PYLON, SEAFCO
  4. กลุ่มรพ เริ่มได้ประโยชนืจากช่วง Seasonal แนะนำ BCH, BH, BDMS เด่น
  5. Spread  PTA-0.67*PX ทำจุดสูงสุดใหม่ใน 6 ปี ที่ 216.9เหรียญฯ บวกต่อ IVL(TP66)
  6. การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรีและสาย สีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เริ่มแล้ว และ ครม เตรียมพิจารณา รถไฟทางคู่ 8เส้นทาง 4 แสนล้านบาท  31 กค นี้  บวกต่อ STEC, BTS, PYLON
  7. BRI Play : ภาครัฐย้ำ EEC จะเป็น Engine growth สำคัญผลักดันไทยไปสู่ Valued driven economy และจะเร่งโครงการเร่งด่วน EEC 6.8 แสนลบ.ให้จบทัน 1Q19FและHispeed เชื่อมโยง 3 สนามบิน น่าจะประมูลปลายปีนี้ หนุน BANK(BBL, KBANK),รับเหมา(CK, STEC PYLON, SEAFCO), นิคม(AMATA, WHA)
  8. ICT : กสทช แบ่งคลื่น 4G เพื่อให้เหมาะในการประมูล บวกต่อ ADVANC DTAC
  9. Portfolio Top Picks JULY 2018 แนะนำ AMATA, BBL, CPALL, IVL, STEC, ROBINS, ERW

2H18 Theme Domestic : Election play when oil surge : PTT, IVL, BBL, KBANK, CPALL, CK, STEC, SEAFCO, PYLON, AMATA, GOLD

Investment Theme:

2Q18 Theme Domestic : Scent of Election & Domestic Confidence
Best Picks 2Q18 : CPALL, ROBINS, GLOBAL, KBANK, TMB, TOA, AMATA,  IVL, IRPC, BH, MONO
1) Consumer & Farm Income Related : CPALL, ROBINS, GLOBAL,  MONO, JUBILE, SNC
2) Investment Related : KBANK, BBL, TMB, TOA, SCC, GLOBAL, HMPRO, STEC, CK, PYLON
3) Property : GOLD, LH, AP, SIRI, SC, BLAND
4) Tourism Internal & External Support : BH, BDMS, AOT, ERW, BTS
5) Global Play : IVL, IRPC and eye on PTL, AJ

Fundamental & Tactical Daily Top Picks :

PYLON (TP18F 9.2*): Support 6.3/6.2 Resistant 6.6/6.7

  • Theme: Earnings Play
  • Earnings outlook: คาดกำไรสุทธิ 2Q18F +107% y-y โดย Backlog คาดอยู่ในระดับ 1.1 พันลบ.  Secure รายได้ที่จะบันทึกในช่วง 3Q18F ไปแล้วกว่า 90% และคาดว่าบริษัทสามารถทยอยปรับราคารับงานเสาเข็มใหม่ขึ้น ตามสภาวะการลงทุนของรัฐและเอกชนที่เป็นขาขึ้น หนุนให้กำไรปี 2019F-20F มี Upside risk จากอัตรากำไรของงานใหม่ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องได้
  • Valuation: ราคาหุ้นที่ปรับลงมากว่า 15% ในรอบ 2 เดือน ถือว่าตอบรับแนวโน้มกำไร 2Q18F ที่ต่ำสุดของปีไปแล้ว และซื้อขาย Valuation ที่ discount มากและ Downside จำกัด เหลือ PER18F ที่ 18.7x และ Div yield สูง 4.5% แล้ว เป็นจุดสะสมหุ้นที่ดีอีกครั้งจากแนวโน้ม 2H18F จะเด่นมาก
  • Catalyst: คาดภาครัฐเปิดประมูลโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในช่วงที่เหลือของปีนี้กว่า 5-8 แสนลบ. เป็น Multiplier effect ให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน กระตุ้น Demand งานก่อสร้างอาคารสูงและคอนโดฯ ล้วนเป็นปัจจัยบวกหนุนผลการดำเนินงานปี 2018F เติบโต 153%y-y

STEC (TP18F 29.50*):  Support 20.2/19.8 Resistant 21/21.5

  • Theme: Investment related play
  • Earnings Outlook: คาดกำไรปกติ 2Q18F +11% y-y จากรายได้ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นมาก และคาด 2H18F จะเติบโตสูงต่อเนื่องทั้ง y-y และ h-h ตามรายได้ก่อสร้างที่เร่งขึ้นจากงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และเหลืองที่ส่งมอบพื้นที่และเริ่มเร่งก่อสร้าง
  • Valuation: ราคาหุ้นปรับฐาน -8% ในช่วง 1 เดือนนี้ แต่ยังเป็นภาพขาขึ้นและชะลอความแรงก่อนหน้าที่ Outperform มาก มองเป็นจุดเข้าลงทุนอีกรอบ + ยัง under own โดยซื้อขายเพียง P/BV18F 2.9x ยังเหมาะสมจากความสามารถในการทำกำไรสูง, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง,
  • Catalyst: ภาครัฐกระตุ้น กท.คมนาคมเร่งประมูลโครงการต่างๆก่อนการเลือกตั้งปี 2019 + รฟท.เตรียมเสนอโครงการรถไฟฟ้าทางคู่เฟส 2 วงเงิน 4 แสนลบ.เข้าบอร์ดรฟท. 31 ก.ค.นี้ + รองนายกเน้นย้ำให้กรมทางหลวงเป็นผู้ดำเนินการ ยื่นไฟลิ่ง Thailand Future Fund ให้กลต.ในก.ค.18 นี้ และขายหน่วยลงทุนให้นักลงทุนเดือนก.ย.18 เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมา เพิ่มความชัดเจน เดินหน้าเปิดประมูลโครงสร้างพื้นฐาน

RS ((TP18F 26.1*) : Support 15/14.8 Resistant 16.8/17.1

  • Theme : Earnings Play
  • Earnings Outlook: แนวโน้มผลประกอบการ 2Q18F ฟื้นตัวเด่น y-y จากฐานต่ำในปีก่อนหน้า ประกอบกับ ยอดขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสินค้าบำรุงผิว อยู่ในระดับ 7-8 ลบ.ต่อวัน และยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี18F ที่ 924 ลบ. หรือเติบโตกว่า +163.6% y-y
  • Valuation: อิงประมาณการกำไรสุทธิ18F ปัจจุบันซื้อขายที่ PER18F เหลือเพียง 17.7x เท่า
  • Catalyst : ราคาหุ้นปรับตัวลงมากว่า -45% หลังจากมีประเด็นเรื่องสินค้าบำรุงผิวไม่ได้มาตรฐาน ในขณะที่ยอดขายเฉลี่ยต่อวันยังคงอยู่ในระดับที่ดี คาดราคาหุ้นซึมซับปัจจัยลบไปแล้ว + การถ่ายทอดสดบอลโลกแล้วเสร็จวานนี้ เป็น Sentiment เชิงบวกต่อทีวีดิจิตอลรายอื่น จำนวนคนดูกลับสู่ภาวะปกติ 

บันทึกโดย : วันที่ : 16 ก.ค. 2561 เวลา : 10:16:33

18-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 18, 2019, 9:20 am