ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ทิสโก้ สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET -22.37 จุด หลุด 1500 Bond Yield พุ่งกดดัน Fund Flows


สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET -22.37 จุด หลุด 1500 Bond Yield พุ่งกดดัน Fund Flows

SET ผันผวนในกรอบ 1476-1505 โดยปรับขึ้นเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาดภาคเช้า ก่อนถอยลงหลุดระดับ 1500 ทำให้ภาพเทคนิคเป็นลบมากขึ้น และมีแรงขายต่อเนื่องในภาคบ่าย กังวล Bond Yield และเงินเฟ้อพุ่งกดดัน Fund Flows ต่างชาติขายสุทธิ 1.96 พันลบ. 4 วันติด และ Short S50 Futures 6,388 สัญญา 2 วันติด 
 
ทิศทางตลาดวันนี้ : ลุ้นรีบาวด์ อานิสงส์ราคาน้ำมันดีดกลับแรง บวกเกือบ 4%
 
หุ้นโลกเมื่อวาน (19 ก.พ.) ส่วนใหญ่ปรับลง นำโดยดัชนีหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ (ดัชนี NASDAQ ร่วงลงมากกว่า 2.4%) ถูกกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่ขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 1 ปี โดยหุ้นเติบโตเริ่มถูกขาย โยกเงินเข้าสู่หุ้นคุณค่าและหุ้นวัฎจักรมากขึ้น ได้ประโยชน์จากแนวโน้มศก.และเงินเฟ้อที่ฟื้นตัว ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดกลับแรง บวกเกือบ 4% ยืน 61 $/บาร์เรลอีกครั้ง เก็งสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ยังลดลงอีก จากการผลิตน้ำมันในรัฐเท็กซัสจะฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป  มอง SET มีโอกาสรีบาวด์ช่วงสั้นๆ คาดจะนำขึ้นโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันดีดกลับแรง แต่กรอบการรีบาวด์เป็นไปอย่างจำกัด จากแรงขายปรับพอร์ตของกองทุนในปท.และต่างชาติ จากแนวโน้ม Bond Yield ปรับขึ้น และ MSCI Rebalancing จะลดน้ำหนักหุ้นไทยลง -0.01% ใช้ราคาปิด 25 ก.พ. นี้ หรือคิดเป็นเม็ดเงินราว -41 ล้านดอลลาร์ฯ ขณะที่ FTSE Rebalancing กลางเดือนหน้า หุ้นไทยถูกลดน้ำหนักเช่นกัน คิดเป็นเม็ดเงินราว -120 ล้านดอลลาร์ฯ วันนี้แนะนำติดตามมุมมองศก.และทิศทางนโยบายการเงินของปธ.FED ที่จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินของสภาคองเกรส แนวรับ 1470, 1455-60 แนวต้าน 1490-95 
 
กลยุทธ์การลงทุน : นิ่ง รอประเมินจังหวะรอบใหม่, เด้งน่าขายกระชับพอร์ต
 
SET หลุด 1500 ยืนยันเข้าสู่ช่วงการปรับฐาน รอประเมินจังหวะเทรดดิ้งสั้นรอบใหม่ หาก SET รีบาวด์ น่าขายกระชับพอร์ต ถือเงินสดเพิ่ม รอจังหวะซื้อคืน / พอร์ตลงทุน แนะถือทนแกว่ง เน้นหาจังหวะอ่อนตัวทยอยสะสม
 
• ประเด็นหุ้นน่าสนใจ Fundamental Pick TPIPL – แม้ 4Q20 มีผลขาดทุนสุทธิ 233 ลบ. แต่หลักๆ มาจากขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์สูงถึง 1.6 พันลบ. หากไม่รวมรายการดังกล่าว จะมีกำไรหลักจากการดำเนินงานสูงถึง 1.44 พันลบ. +520% YoY และ +121% QoQ จากส่วนต่างราคา LDPE ที่เพิ่มขึ้น, แนวโน้มกำไร 1Q21F ยังสดใส จากราคาและมาร์จิ้น LDPE ที่ปรับตัวสูงขึ้น, เราปรับประมาณการกำไรปี 2021-22F ขึ้น 22% และ 25% ตามลำดับ, ปรับเป้าพื้นฐานใหม่ขึ้นเป็น 1.88 บ. ยังแนะนำ “ซื้อ” / FTSE ประกาศทบทวนดัชนี มีผลราคาปิด 19 มี.ค. – ปรับขึ้นจาก Mid เป็น Large Cap. – DELTA / ปรับลงจาก Large เป็น Mid Cap. – BEM, BGRIM, BTS, EGCO, TRUE / เข้า Small Cap. – DOHOME / ออก Small Cap. – BEAUTY / OR เข้าดัชนี SET50 และดัชนี MSCI แบบ Fast Track มีผล 17 ก.พ. และ 26 ก.พ. ตามลำดับ / หุ้นที่ได้ประโยชน์ศก.ฟื้นตัวและภาวะดบ.ต่ำ ชอบกลุ่มการเงิน – KKP, AEONTS และหุ้นปันผลดี (คาด Div. Yield งวดนี้ > 4%) - AP, KKP, NYT, PYLON, ROJNA, SCCC / หุ้นที่ได้บรรยากาศเชิงบวกจากแนวทาง “วัคซีนพาสปอร์ต” และสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลกดีขึ้น - AOT, CENTEL, MINT, SPA / หุ้นที่น่าจะได้ประโยชน์ลำดับต้นๆ ของการกระจายวัคซีน – BDMS, JWD, STGT / กระแสกัญชา-กัญชง หุ้นที่มีศักยภาพสูงเริ่มต้นก่อน – DOD, RBF, STA / หุ้นน่าเลือกลงทุน คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัวดี ราคายังมี Upside ชอบ AEONTS, BAM, BBL, BDMS, PTTGC, STEC, SEAFCO, TOP, WHA
 
• หุ้นเด่น ก.พ. (Smart Tactics) AP, BDMS, DCC, KCE, KKP, SCB, SCGP, STGT, TWPC 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 ก.พ. 2564 เวลา : 10:38:53

06-03-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 6, 2021, 3:15 am